ประวัติศาสตร์ใหม่! ‘ช้างศึกยู23’ ยันเจ๊า ‘อิรัก’ 1-1 คว้ารองแชมป์กลุ่ม ลิ่วน็อกเอาต์8ทีมเอเชียครั้งแรก

ทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงสนามชี้ชะตาดวลแข้งพบกับ อิรัก ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมในสนามจำนวน 15,342 คน

เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทย ชาวญี่ปุ่น วัย 64 ปี สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตัวจริงจาก 2 นัดแรกที่ผ่านมาเกินครึ่งทีมถึง 7 ตำแหน่ง โดยไร้ชื่อของ “เช็ก” สุภโชค สารชาติ และ “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด 2 แนวรุกคนสำคัญที่ยังมีอาการบาดเจ็บ และไม่ฟิตพร้อมลงสนามเป็นตัวจริง

สำหรับรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทีมไทยในระบบการเล่น 4-2-3-1 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กรพัฒน์ นารีจันทร์, กองหลัง แบ๊กขวา พีฬาวัช อรรคธรรม, แบ๊กซ้าย ทิตาธร อักษรศรี, คู่เซ็นเตอร์ ศฤงคาร พรมสุภะ สวมปลอดแขนกัปตันทีม คุมแนวรับร่วมกับ ทิตาวีร์ อักษรศรี ที่ได้รับโอกาสออกสตาร์ทตัวจริง

ขณะที่แผงกองกลางปรับทัพมาใช้ กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ ลงมาปั้นเกมแดนกลางคู่กับ วิศรุต อิ่มอุระ โดยมีตัวรุกเป็น วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ตัวริมเส้น เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ส่วนกองหน้าตัวเป้าส่ง เบนจามิน เจมส์ เดวิส ดาวรุ่งจากสโมสรฟูแล่ม ในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ยืนไล่ล่าตาข่ายในตำแหน่งฟอลส์ไนน์

ส่วนทางด้านของ อับดุลกาห์นี่ ชาฮัด กุนซือทีมชาติอิรักจัดทัพชุดดีที่สุดลงสนามนำทัพโดย โมฮัมเหม็ด คาซิม นาสซิฟ ศูนย์หน้าตัวเก่งที่ยิงไปแล้วในทัวร์นาเมนต์ 2 ประตู จับคู่ในแนวรุกร่วมกับ มูรัด โมฮัดเหม็ด ซูเบห์ โดยที่มี อาลี คาดิมห์ ฮาดี้ นายทวารตัวหลักสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม

เกมครึ่งแรกเริ่มไม่ถึง 2 นาที ทีมไทยได้เล่นลูกเตะมุม เบนจามิน เดวิส โยนเข้ากลางประตูก่อนที่บอลไปโดนแขน นาจิม ชวาน อัล-คูไรชี กองหลังอิรัก ทำให้ อัดฮัม โมฮัมหมัด มาคฮัดเมห์ ผู้ตัดสินชาวจอร์แดนเรียกดู VAR และเป่าให้ทีมไทยได้ลูกจุดโทษ โดยที่ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้ทัพช้างศึกออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 และนับเป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวในรายการนี้ด้วย

จากนั้นอิรักครองบอลโหมบุกหวังทวงประตูตีเสมอ แต่ยังเจาะไม่เข้า ขณะที่แข้งไทยพยายามหาจังหวะตั้งเกมบุกขึ้นมาได้ลุ้นในนาทีที่ 22 พีฬาวัช อรรคธรรม แทงบอลทะลุช่องให้ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา หลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้า แต่ยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย และนาทีที่ 41 ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้หลุดเข้าไปอีกครั้ง แต่ก็ยังยิงไม่ผ่านมือนายด่านอิรัก จบครึ่งแรก ทีมไทย ออกนำ อิรัก 1-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 49 อิรักพังประตูไล่ตีเสมอ 1-1 จากจังหวะครอสบอลเข้ากลาง และนักเตะไทยสกัดบอลไม่ขาดไปเข้าทาง โมฮัมเหม็ด คาซิม นาสซิฟ ซัดบอลเต็มข้อเข้าไปตุงตาข่าย และนับเป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้

นาทีที่ 55 อากิระ นิชิโนะ ตัดสินใจปรับแก้เกมรุกทีมไทยด้วยดารเปลี่ยนตัวสำรอง 2 คนรวด โดยส่ง ศุภชัย ใจเด็ด ลงมาเล่นแทน เบนจามิน เดวิส และสุภโชค สารชาติ ลงมาเล่นแทน วิศรุต อิ่มอุะ นาทีที่ 63 สุภโชค สารชาติ เริ่มแผลงฤทธิ์ลากบอลแหวกเกมรับอิรักก่อนได้จังหวะง้างเท้าขวาซัดไปติดบล็อก

จากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมบุก แต่ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันทีมละแต้ม ส่งผลให้ทีมชาติไทย ลงเตะ 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 4 แต้ม คว้าอันดับ 2 ของกลุ่มเอ พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก ส่วน อิรัก มี 3 แต้มจากการเสมอ 3 นัด อยู่อันดับ 3 ของกลุ่มเอ และตกรอบแรกไป

ด้านผลอีกคู่ในกลุ่มเอ ออสเตรเลีย เสมอ บาห์เรน 1-1 ทำให้ ออสเตรเลีย ชนะ 1 เสมอ 2 มี 5 แต้ม คว้าอันดับ 1 ของกลุ่มเอ ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้เช่นกัน ส่วน บาห์เรน เสมอ 2 แพ้ 1 มี 2 แต้ม จบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม และกระเด็นตกรอบไป

สำหรับในรอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย จะผ่านเข้าไปรอพบกับทีมอันดับ 1 ของกลุ่มบี ซึ่งยังมีลุ้นกันทั้ง ซีเรีย, ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ โดยในรอบต่อไปทีมไทยจะลงเตะที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วันที่ 18 มกราคม เวลา 17.15 น.

บทความก่อนหน้านี้นศ.ม.วลัยลักษณ์ โพสต์โดนเรียกคุยกิจกรรมวิ่งไล่ลุง
บทความถัดไปฮือฮา! 3 เจ้าแม่ตะเคียนทองให้เลขเด็ด!!