‘เลื่อน’ โอลิมปิกเกมส์ มวยสากลโลก ‘ชะงัก’ กำปั้นไทยปรับแผน-ปรับคิว

วงการกีฬาทั้งโลกพากันหายใจโล่งอกไปตามๆ กัน…

เมื่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน ครั้งที่ 32 “โตเกียว 2020” ของญี่ปุ่น และ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ตัดสินใจร่วมกันประกาศ “เลื่อน” การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ครั้งที่ 32 ซึ่งกำหนดจัดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 กรกฎคม – 9 สิงหาคมนี้ ออกไปเป็นปีหน้าแทน เพื่อหลักเลี่ยงปัญหาถล่มโลกจากวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” อยู่ในขณะนี้

มาตรการเลื่อนโอลิมปิกเกมส์ ดังกล่าวอาจไม่มีปัญหาใดๆ กับกีฬาชนิดต่างๆ เพราะอย่างมากที่สุด ก็แค่การจัดคิวการแข่งขันกันใหม่เท่านั้นเอง

แต่สำหรับกีฬา “มวยสากล” แล้ว มากกว่านั้นอีกหลายเท่านัก เพราะไอโอซี ไม่มีสหพันธ์กีฬานานาชาติคอยกำกับดูแลกีฬามวยสากลโดยตรง มีเพียงคณะกรรมการเทคนิค Task Force (ชุดปฏิบัติการพิเศษ) คอยกำกับดูแลกระบวนการคัดเลือกตัวเท่านั้นเอง

 

กีฬามวยโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2020 นั้น แข่งขันรอบคัดเลือกกันแล้ว 3 โซน คือ โซนยุโรป, โซนเอเชียโอเชียเนีย, โซนแอฟริกา เหลือเพียง โซนอเมริกา ซึ่งต้องหาเจ้าภาพใหม่ แทนที่ อาร์เจนตินา ซึ่งถอนตัวกระทันหัน กับรอบคัดเลือกระดับโลก รอบสุดท้ายที่ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ในเดือนพฤษภาคมนี้ อีก 1 ครั้ง

ไอโอซี มีมติเป็นเอกฉันท์ ยกเลิกการรับรอง สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า) ไปแล้วอย่างเป็นทางการ เท่ากับว่า กีฬามวยสากลนั้น ไม่มีสหพันธ์กีฬานานาชาติใดๆ รับผิดชอบดูแล ดังนั้น ไอโอซี จึงแต่งตั้ง Task Force ขึ้นมากำกับดูแล รับผิดชอบการคัดเลือกตัวนักมวยในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ เป็นการเฉพาะ
ประเด็นก็คือ ไอโอซี จะยืนยันมติให้ Task Force มีอำนาจตามเดิมต่อไปเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่า กีฬามวยสากลระดับโลกนั้น จะเป็นไปได้หรือไม่?

กรณีนี้ ทำให้มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งของไอบ้าอย่างคักคัก ด้วยความหวังว่า จะกลับมาได้รับการรับรองจากไอโอซี อีกครั้งหนึ่ง และจะกลับมาได้สิทธิเด็ดขาด ในการกำกับดูแลการคัดเลือกตัวนักมวยโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2020 อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับวงการมวยสากลไทยนั้น สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ก็มีความเคลื่อนไหวมาเป็นลำดับ นับแต่เกิด ปัญหา “โควิด-19” ในเมืองไทยเป็นต้นมา ด้วยการประกาศ “ปิดแคมป์” ค่ายฝึกซ้อมเก็บตัวนักมวยไทยทั้งหมด ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2563 เป็นเปราะแรก และพร้อมจะ “ปิดแคมป์” ต่อไปอีก ตามแต่สถานการณ์และเหตุการณ์จะเป็นไป

ภาวะ “ปิดแคมป์” ดังกล่าว สมาคมกีฬามวยสากลฯ ได้จัดส่งนักมวย ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ทีม กลับคืนสโมสรต้นสังกัดทั้งหมด ตามระเบียบปฏิบัติทั้งหลายทั้งปวง จากนั้น เมื่อมีการ “เปิดแคมป์” ใหม่เมื่อใด ก็จะมีการเรียกตัวกลับมากัน อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

แต่ภารกิจของสมาคมกีฬามวยสากลฯ มิได้จบอยู่เพียงแค่นี้ เพราะระดับผู้บริหารโดยเฉพาะ พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคม, สมชาย พูลสวัสดิ์ อุปนายกและประธานเทคนิค, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการ และ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม ประธานที่ปรึกษา ฯลฯ นั้น ต้องทำงานหนักต่อไปอีก

งานแรก คือ การจัดคิวล่วงหน้าสำหรับ ทีมมวยสากลชุดโอลิมปิกเกมส์ 2020ทั้งนักมวย ผู้ฝึกสอน ว่า จะเอายังไงกันต่อไป?

4 ตัวจริง คือทีมชาย ฐิติสรรณ์ ปั้นโหมด, ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี และทีมหญิง สุดาพร สีสอนดี, ใบสน มณีก้อน ซึ่งผ่านรอบคัดเลือกไปต่อยในโอลิมปิกเกมส์ 2020 แล้วนั้น จะเข้าคิวเตรียมพร้อม เตรียมตัวไปแข่งชัน ฝึกซ้อม ที่ไหน? อย่างไร?

ตัวสำรอง นักมวยคนอื่นๆ ที่เหลือ จะมีการคัดเลือกใคร? อย่างไร? และจะมีคิวเตรียมพร้อม เตรียมตัวไปแข่งขัน ฝึกซ้อม ที่ไหน? อย่างไร?

 

 

ระยะเวลาที่เหลืออยู่ในปีนี้ คือ เดือนเมษายน, พฤษภาคม, มิถุนายน, กรกฏาคม, สิงหาคม ฯลฯ นั้น จะปล่อยเฉยโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด สำหรับ ตัวจริง+ตัวสำรอง ของทีมไทย ในขณะนี้

งานต่อมา คือ กระบวนการบริหาร การจัดการ และจัดองค์ประกอบของ ทีมมวยสากลไทย ทั้งระบบว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง แก้ไข อย่างไร? หรือไม่? และสุดท้าย คือ จะกำหนดเป็นแบบแผนการบริหาร จัดการ และองค์ประกอบใหม่ทั้งหมด เพื่อบังคับใช้กันต่อไป

งานสุดท้ายย่อมเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับ “องค์กร” ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในระดับในประเทศ กับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล, สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ, สมาพันธ์มวยสากลแห่งเอเชีย (เอเอสบีซี) และสมาพันธ์มวยสากลแห่งทวีป, สมาคมมวยสากล ของชาติอื่นๆ ทั้งโลก ในระดับนานาชาติ

 

 

ทั้งหมดเหล่านี้คือ ภารกิจที่ “ผู้บริหาร” ชุดนี้ ต้องทบทวนและวางบทบาทใหม่กันให้ดี ให้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ได้ หากจะทำหน้าที่ต่อไปอีก ยกเว้นว่า จะปล่อยวางให้ทุกอย่างเป็นไปตาม “วาระ” ต่อไป
วาระการบริหารงานสมาคมกีฬามวยสากลฯ ของคณะกรรมการบริหารชุด พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมนั้น จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2564 แล้วต้องมีการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ มาทำหน้าที่แทนต่อไป

ถ้าหาก พิชัย ชุณหวชิร ตกลงและยินยอมรับภาระต่อไปอีก ทุกอย่างก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใดๆ แต่ถ้าหาก พิชัย ชุณหวชิร ไม่พร้อม ก็ต้องว่ากันใหม่ สรรหาคนใหม่กันต่อไป อีกครั้งหนึ่ง

ปีหน้าจึงเป็นปีที่มีความหมาย ความสำคัญ ต่อกีฬามวยสากลของเมืองไทย เพราะจะกลายเป็นปีเดียวกับ การเลือกตั้ง นายกสมาคมกีฬามวยสากลฯ คนใหม่ พร้อมๆ กับการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ครั้งที่ 32 “โตเกียว 2020” ซึ่งยังไม่รู้ว่า จะแข่งขันกันเมื่อใด?

นี่คือ ปมประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ของวงการมวยสากลไทย

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กระดาษชำระปราบ “นักตุน” ซื้อห่อเดียว 115 บาท ซื้อ 2 ห่อคิด 3,200 !!!
บทความถัดไป‘ลิงหิน และเรื่องสั้นอื่นๆ’ งานชิ้นล่าสุดของภาณุ ตรัยเวช ในฐานะหัวขโมยใจอ่อน