‘ปวิธ’ นำ 1 แต้มก่อนเข้ารอบสุดท้ายศึก สิงห์-เอสเอที ไทยแลนด์พีจีเอ ที่ปราจีนบุรี

‘ปวิธ’ นำ 1 แต้มก่อนเข้ารอบสุดท้ายศึก สิงห์-เอสเอที ไทยแลนด์พีจีเอ ที่ปราจีนบุรี

 

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดแข่งขัน “สิงห์-เอสเอที ปราจีนบุรี แชมเปียนชิพ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท โดยจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 จากทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. รายการนี้เป็นแมทช์ที่สามของฤดูกาล 2020 แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 54 หลุม ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2563 ที่สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ หรือ เคบีเอสซี ระยะ 7,639 หลา พาร์ 72 จ.ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรอบสาม ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ นักกอล์ฟวัย 31 ปีที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่หกในอาชีพ ยังโชว์ผลงานดีแม้ไม่ค่อยพอใจการไดร์ฟแต่ยังเก็บเพิ่มมาอีก 5 เบอร์ดี้ ก่อนจบรอบสองเข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสองวันนำการแข่งขันด้วยสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 133 นำหน้า นรัส เหลืองเพชราภรณ์ ที่เก็บเพิ่มมาอีก 67 อยู่ 1 สโตรก

ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ ซึ่งชนะไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2016 ที่เพชรบุรี เปิดเผยว่า “รอบนี้ไดร์ฟไม่ดีเหมือนรอบแรกเลยทำให้พาร์ 5 ค่อนข้างยากเลยครับ จริงๆทุกอย่างดีหมดนะยกเว้นที่หลุมพาร์ 5 อย่างเดียว เพราะปกติมันควรจะเป็นหลุมที่ทำแต้ม แต่รอบนี้ทำแต้มที่พาร์ 5 ไม่ได้แม้แต่หลุมเดียว อย่างไรก็ตามโดยรวมๆก็โอเคครับ”

หนุ่มวัย 31 ยังได้กล่าวถึงการลุ้นแชมป์ของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยรายการที่หกในชีวิตว่า “รอบสุดท้ายจริงๆก็เหมือนเดิมครับเพราะว่าเราก็รู้สนามหมดแล้ว อาจจะมีไดร์ฟต้องระวังบ้าง พยายามตีหนีอุปสรรคหน่อย เพราะว่าวันนี้ไดร์ฟไม่ดีเหมือนวันแรกและเราก็รู้ข้อผิดพลาดแล้วก็อาจจะปรับนิดหน่อยเรื่องของทิศทางการเล็งอะไรแบบนี้ครับ”

อันดับสองเป็น นรัส เหลืองเพชราภรณ์ นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากกรุงเทพฯ ซึ่งในรอบสองเก็บเข้ามา 5 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียว สกอร์รวมสองวัน 10 อันเดอร์พาร์ 134 ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงโอกาสลุ้นแชมป์แรกในอาชีพหลังมีสกอร์ตามหลังผู้นำเพียงแต้มเดียวก่อนเข้ารอบสุดท้ายว่า “ผมแค่อยากจะเล่นตามเกมของเราไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดมันมีความคาดหวังเข้ามาผมก็คงต้องจัดการกับมันให้กลับมามีสมาธิอยู่กับช็อตที่กำลังจะเล่นมากกว่าที่จะไปโฟกัสว่าเราตีเท่าไหร่แล้ว”

นรัส ยังเป็นห่วงเรื่องสภาพร่างกายหลังลงเล่นไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ติดต่อกันมา 3 รายการ “หลังจากโควิดผมรู้สึกว่าเล่นดีขึ้น แต่บางอย่างก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ แต่ที่สำคัญคือเล่นติดๆกันก็มีล้าบ้าง ประเด็นก็คือตอนนี้มีแต่เรื่องแรงอย่างเดียวเลยครับ อย่างรอบนี้ก็แรงสู้เมื่อวานไม่ได้ เหมือนสภาพร่างกายยังไม่ค่อนแข็งแรง เหมือนกล้ามเนื้อที่มันยังอ่อนแรงยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่”

ตามหลัง 1 สโตรกด้วยสกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 135 ประกอบด้วย สุธีพัทธ์ ประทีมเธียรชัย และ กิตติธีร์ ป้อมบุญมี ที่ทำเข้ามาอีกคนละ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมถึง แสงชัย แก้วเจริญ ที่ในรอบสองเก็บเพิ่มมาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองวันตามหลังผู้นำคนละ 2 สโตรก ขณะที่ ภาณุพล พิทยารัฐ ที่ทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 และ โคสุเกะ ฮามาโมโต้ ที่ตีเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 อยู่อันดับหกร่วมกันที่สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 136

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ใหม่ เจริญปุระ เปิดใจเรื่องเมื่อทำดีและมีคนเห็นค่า ซึ่ง ‘ถ้าไม่เห็น-ไม่เป็นไร’
บทความถัดไปอะไร? …ทำให้เจ้าของรถเชฟวี่ปี 1957 ยอมขายรถแค่ 2,400 !!!