บิ๊กอ๊อดแจงปมกู้เงิน ยันไม่เสียศักดิ์ศรี เผย ส.บอลไทย งบดุลติดลบ2.4ล้าน!

บิ๊กอ๊อดแจงปมกู้เงิน ยันไม่เสียศักดิ์ศรี เผย ส.บอลไทย งบดุลติดลบ2.4ล้าน!

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกึฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยมีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมด้วย ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า สาระสำคัญของการประชุมเป็นการแก้ไขระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันหลังจากนี้, การรับรองสโมสรที่สมัครเข้ามาใหม่, การรายงานงบดุล รวมถึงการรับรองงบค่าใช้จ่ายในปีที่ผ่านมา และอนุมัติงบประมาณค่าใช้จ่ายในปีต่อไป ซึ่งสโมสรมีมติอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย โดยงบดุลสมาคมตอนนี้ติดลบ 2,489,198.87 บาท นอกจากนี้ ก็ได้มีชี้แจงอนาคตของฟุตบอลไทย และตอบคำถามสโมสร ซึ่งสโมสรเข้าใจ และไม่มีคำถามใดๆ เพราะสมาคมได้ส่งรายละเอียดให้รับทราบล่วงหน้า 1 เดือน และมีการเปิดวิดีทัศน์อธิบายชัดเจน

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สภากรรมการสมาคมอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากองค์ภายนอกประเทศ ภายในประเทศ และบุคคลในประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นเงินหนุมเวียนสำหรับการจัดการแข่งขันนั้น ได้วางกรอบไว้ 3 ช่องทาง คือ 1.การขอเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมโอลิมปิคฯ และในฐานะประธานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้สั่งการในที่ประชุมให้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ดำเนินการหาเงินช่วยเหลือสมาคมตามช่องทางที่สามารถทำได้คือ เรื่องเงินรางวัล และค่าตอบแทนบุคคลากร ที่ กกท.เคยสนับสนุนมาตั้งแต่อดีต ก่อนหยุดชั่วคราวเมื่อปี 2559

2.การหาเงินสนับสนุนจากองค์กรนอกประเทศอย่าง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งได้ความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานฟีฟ่าในการขอนำเงินสนุบสนุนในปีถัดไปมาหมุนเวียนใช้ก่อน ขณะที่องค์กรเอกชนในประเทศได้คุยกับ นายอัยยวัฒน์ศรีวัฒนประภา ประธานบริหารกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ก็รับปากว่า จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังได้นัดเข้าหารือกับหลายบริษัทที่มีศักยภาพ และรักฟุตบอลไทย 3.การนำเงินจากครอบครัวตัวเองให้สมาคมกู้ยืมอย่างเช่นในอดีตที่เคยกู้มาแล้ว 8 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 119 ล้านบาท แต่จะเป็นทางเลือกสุดท้าย

“ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อยืนยันกับสโมสรสมาชิก และแฟนบอลชาวไทยว่า ฟุตบอลจะไม่มีการหยุดชะงัก และจะมีการถ่ายทอดสดแน่นอน ตอนนี้ยังไม่ทราบยอดเงินกู้ แต่เราจะกู้ในกรอบวงเงินที่คิดว่า เราจะคืนเขาได้ คงตอบไม่ได้ว่ายอดเงินกู้จะถึง 200 ล้านบาทหรือไม่ และเมื่อไหร่ถึงจะได้ เราคงกู้เพียงแค่ให้การจัดการแข่งขันเท่านั้นให้มีขึ้นต่อไปได้ เพื่อให้มีการถ่ายทอดสดต่อไปได้ และใช้ในการดูแลทีมชาติไทย” บิ๊กอ๊อดกล่าว

นายกลูกหนังไทยกล่าวอีกว่า ส่วนการถ่ายทอดไทยลีกนั้น ทรูวิชั่นส์ ยืนยันว่าจะถ่ายทอดสดตามสัญญาถึงวันที่ 25 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นสมาคมกำลังพูดคุยหารือกับบริษัทใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้สโมสรเข้าใจคำชี้แจงของสมาคม ทั้งเงินรายได้ และเงินจ่ายที่ใช้ไป ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วเงินที่ได้มาแล้วก็ต้องเข้าใจว่า มีเรื่องของค่าใช้จ่าย และถูกใช้ไปในการจัดการแข่งขัน รวมทั้งจัดอีเวนต์ต่างๆ ของผู้สนับสนุน โดยไม่ใช่อย่างที่มีคนบอกว่า สมาคมได้เงินมาเป็นพันล้านบาทแล้วหายไปไหนหมด

“ถ้าสมาคมไม่โปร่งใส นำเงินไปใช้นอกลู่นอกทาง วันนี้สโมสรต้องถลกหนังผมแล้วนะครับ ซึ่งสโมสรที่เข้าร่วมประชุมเข้าใจทุกอย่าง สำหรับเงินที่กู้เข้ามาจะใช้สำหรับการจัดแข่งขันให้เดินต่อไปได้ อะไรที่ไม่จำเป็น และฟุ่มเฟือยจะถูกตัดออกไปหมด ทั้งเรื่องค่าตอบแทนผู้ตัดสินที่ตัดไป 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการกู้เงินนั้น ผมถือว่า ไม่เสียเกียรติ ไม่เสียศักดิ์ศรีนะครับ องค์กรหรือบุคคลที่กู้เงินได้ถือว่า ท่านมีเครดิตนะครับ คนที่กู้ไม่ได้ท่านไม่มีเครดิต ไม่มีศักดิ์ศรีต่างหาก” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

บิ๊กอ๊อดกล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับการเลื่อนโปรแกรมไทยลีกไปแข่งขันในช่วงเดือนกันยายนปีนี้ จนถึงพฤษภาคมปีหน้า เป็นมติของสโมสร ซึ่งสุดท้ายแล้วเงื่อนไขเวลาต่างๆ ถูกบังคับ และเหมาะสมกับโปรแกรมพอดี เช่น นักเตะต่างชาติแต่ละทีมก็ยังกลับเข้าไทยไม่ได้ และเราอาจจะโชคดีที่จะมีแฟนบอลเข้าไปชมเกมในสนามก็ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โมริคาวะ ม้ามืดคว้าแชมป์เมเจอร์ ‘พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ’ แชมป์เก่า เค็ปก้า ฟอร์มออกทะเล
บทความถัดไปดราม่าต่อ ‘อาร์’ ขอบคุณ ‘เจนนี่’ สิ่งที่มอบให้ แม้จะไม่ได้เซ็นสัญญาค่าย