คอลัมน์เกรียนเขียนบอล : ตัดสินที่ความเหนียว

คอลัมน์เกรียนเขียนบอล : ตัดสินที่ความเหนียว

พรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ มีบิ๊กแมตช์ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ในคืนวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เกมนี้น่าจับตามองตรงที่แมนฯยูมีสถิติที่ย่ำแย่มากในการเล่นเป็นเจ้าบ้าน 2 เกมแรกของฤดูกาล ส่วนเชลซีเองก็กองหลังปวกเปียกพร้อมโดนยิงไม่อั้นไม่ว่าจะเจอใคร เรียกได้ว่ามีปัญหากันทั้งคู่

ทีมปีศาจแดงโดนถลุงไป 9 ประตู ในการลงเล่นพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แพ้คริสตัล พาเลซ 1-3 และโดนสเปอร์สบุกมาถลุงเล่น 6-1 อย่างไรก็ตามการกลับมาคว้าชัยชนะ 2 นัด ด้วยการชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 และเชือดปารีส แซงต์แชร์แมง 2-1 ก็เรียกความมั่นใจให้บรรดานักเตะแมนฯยูได้มาก แถมประตูที่เสียล้วนมาจากการทำเข้าประตูตัวเองทั้งนั้น

การปรับแนวรับของแมนฯยูที่เล่นกองหหลัง 5 คนในเกมกับเปแอสเช ทำให้แผงหลังแน่นขึ้น แนวรุกเล่นแบบห่วงหน้าพะวงหลังน้อยลง ยิ่งการเอาแดนกลางอย่าง เฟร็ด และ สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ มาลุยไล่บอลตรงกลาง เหมือนที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในฤดูกาลก่อน พัก ปอล ป๊อกบา ที่เล่นยากจนบางครั้งก็เสียบอลไปแบบไม่ควรเสีย ก็ทำให้ผลงานกลับมาดีอีกครั้ง ยิ่งนัดนี้จะได้ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าป้ายแดงมาลงสนามแล้ว ทำให้แมนฯยูยิ่งดูอันตรายขึ้น

เชลซีถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีแมตช์ไหนแพ้แบบน่าเกลียด แต่แนวรับถือว่าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก เสียไป 9 ประตูในฤดูกาลนี้ 3 นัดหลังมี 2 นัดที่โดนยิง 3 ประตู ดีที่เกมรุกดี ไม่ยิงตุนไว้ก่อนก็ไล่ตามตีเสมอได้แบบระทึก

แฟร้งก์ แลมพาร์ด ออกมาบ่นลูกทีมอยู่ตลอดว่าเล่นดีแค่ครึ่งเดียว ถ้าครึ่งแรกดี ครึ่งหลังแย่ ถ้าครึ่งแรกแย่ ครึ่งหลังจะเปิดเกมใส่ แต่ไม่สามารถทำให้เกม 90 นาทีมีความสมดุลกันได้เท่าที่ควร

เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ คงจะยังใช้แผนรับแน่นแล้วสวนกลับด้วยความเร็วแบบที่เคยใช้กับเชลซีมาได้หลายครั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, ดาเนียล เจมส์ และการปั้นเกมของ บรูโน่ แฟร์นันเดส น่าจะยังเล่นงานกองหลังที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้อีกครั้ง แต่ก็น่าสนใจว่าเกมรับแมนฯยูที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ได้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่มีอาการเจ็บและได้พักมาก่อนหน้านี้ จะยังช่วยกันหยุดความเร็วและความคมของ ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาเวิร์ตซ์, อิวาน พูลิซิช ได้มั้ยด้วย

อีกปัจจัยที่ทำให้ปีศาจแดงดูดีกว่าสิงห์บลู อยู่ที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู*ดาบิด เด เกอา กลับมาสู่ฟอร์มอันเหนียวหนึบอีกครั้ง แต่แลมพาร์ดยังไม่แน่ใจเลยว่าใครคือนายทวารมือหนึ่งของทีมกันแน่

แมตช์นี้เกมรับน่าจะช่วยตัดสินผู้ชนะได้ เพราะเกมดีทั้งคู่อยู่แล้ว แต่แมนฯยูก็ดูดีกว่าพอสมควร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ลมหนาวมาแล้ว! ‘อุตุฯ’ เผยวันนี้ กทม. อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา ‘ใต้’ อ่วมเจอฝน 60%
บทความถัดไป‘สมยศ’ เผยรอกระทรวงเซ็นอนุมัติ ปล่อยแฟนบอลเข้าสนามครึ่งหนึ่ง