‘ปีศาจแดง’ หลังชนฝาลุ้นบุกแบ่งแต้ม ‘ท็อฟฟี่’ ฟอร์มฝืด

‘ปีศาจแดง’ หลังชนฝาลุ้นบุกแบ่งแต้ม ‘ท็อฟฟี่’ ฟอร์มฝืด

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สำคัญสุดสัปดาห์นี้ ยกให้เป็นคู่ของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เปิดกูดิสัน ปาร์ก รับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางพีพีทีวี

ความน่าสนใจขอคู่นี้อยู่ที่อนาคตของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือทีมปีศาจแดง ที่มีโอกาสถูกปลดออกจากตำแหน่ง ถ้าพาทีมบุกไปแพ้ที่กูดิสัน ปาร์ก

ผลงานที่ผ่านมา
เอฟเวอร์ตัน
ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 (พรีเมียร์ลีก)
ชนะ เวสต์แฮม 4-1 (คาราบาวคัพ)
ชนะ ไบรท์ตัน 4-2 (พรีเมียร์ลีก)
เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 (พรีเมียร์ลีก)
แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 (พรีเมียร์ลีก)
แพ้ นิวคาสเซิล 1-2 (พรีเมียร์ลีก)

แมนฯยู
แพ้ สเปอร์ส 1-6 (พรีเมียร์ลีก)
ชนะ นิวคาสเซิล 4-1 (พรีเมียร์ลีก)
ชนะ ปารีส แซงต์แชร์แมง 2-1 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
เสมอ เชลซี 0-0 (พรีเมียร์ลีก)
ชนะ ไลป์ซิก 5-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
แพ้ อาร์เซน่อล 0-1 (พรีเมียร์ลีก)
แพ้ อิสตันบูล บาซักเซฮีร์ 1-2 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)

สภาพทีม

เอฟเวอร์ตันจะไม่มีริชาร์ลิซอน กองหน้าบราซิเลียนที่ติดโทษแบน แต่ได้ลูก้าส์ ดีญ กลับมาประจำการในตำแหน่งแบ๊กซ้ายอีกครั้ง ขณะที่จอร์แดน พิกฟอร์ด จะได้ลงเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง หลังจากถูกดร็อปไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านฮาเมส โรดริเกซ ที่ได้รับบาดเจ็บไปก่อนหน้านี้อาจจะต้องสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรอง

แมนฯยูกำลังลุ้นว่าสองกองหลังอย่างวิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และอเล็กซ์ เตลลิส จะลงเล่นได้หรือไม่ ลินเดอเลิฟมีอาการเจ็บเล็กน้อย และได้พักไปแล้วในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนเตลลิสที่ติดเชื้อโควิด-19 ไปก่อนหน้านี้ อาการดีขึ้นแล้ว แต่ต้องตรวจหาเชื้ออีกครั้ง ถ้าเป็นลบก็มีลุ้นลงสนาม ด้านเจสซี่ ลินการ์ด ที่เจ็บยาวไปก่อนหน้านี้ มีลุ้นลงสนามเป็นนัดแรกของฤดูกาล

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิกฟอร์ด, จอนโจ เคนนี่, เยอร์รี่ มิน่า, ไมเคิล คีน, ลูก้าส์ ดีญ, อับดูลาเย่ ดูคูเร่, อัลลัน, อังเดร โกเมส, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน, อเล็กว์ อิโวบี้

แมนฯยู : ดาบิด เด เกอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, อักเซล ตวนเซเบ้, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุก ชอว์, สก็อตต์ แมคโทมิเนย์, เฟร็ด, บรูโน่ แฟร์นันเดส, เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์ซิยาล

บทวิเคราะห์
เจ้าบ้านไม่ชนะใครมาแล้ว 3 นัดในเกมลีก โดยเก็บได้เพียงแต้มเดียว ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ดีเช่นกัน ส่วนแมนฯยูก็ต้องการที่จะกลับมาผลงานดีให้ได้ หลังจากไม่ชนะ 3 นัดรวมทุกรายการ ถ้าแพ้หรือเสมอแบบไม่มีทรงอีก โอกาสที่โซลชาร์จะไม่ได้ทำงานต่อไปก็มีสูง ทำให้เขาต้องเน้นเก็บชัยชนะในนัดนี้ความน่าสนใจของแมนฯยู คือ เมื่อเข้าสู่ช่วงวิกฤติ โซลชาร์จะพาทีมกลับมาผลงานดีอย่างไม่น่าเชื่อ

สถิติที่น่าสนใจของเอฟเวอร์ตัน คือ ในแมตช์ที่พวกเขาไม่มีริชาร์ลิซอนอยู่ในสนาม ยังไม่เคยคว้าชัยชนะในพรีเมียร์ลีกได้เลย นับตั้งแต่ที่ริชาร์ลิซอนย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่ปี 2018

อย่างไรก็ตามสถิติของแมนฯยูในการออกไปเยือนกูดิสันปาร์ก 12 นัดหลังไม่ดีนัก ชนะได้แค่ 3 เสมอ 4 และแพ้ถึง 5 นัด และคาร์โล อันเชล็อตติ ทำทีมในพรีเมียร์ลีกเจอกับแมนฯยูมาแล้ว 4 นัด ยังไม่เคยแพ้ ชนะ 3 เสมอ 1

เกมนี้เป็นงานหนักของทั้งสองทีม เพราะต้องการชัยชนะกันทั้งคู่ แต่ดูแล้วการได้เล่นในบ้านของเอฟเวอร์ตันจะได้เปรียบกว่า ถ้าได้ฮาเมสลงสนามมาช่วยปั้นเกมทันเวลา โอกาสที่แผงหลังที่เอาแน่เอานอนของแมนฯยูจะเอาอยู่ยาก แต่ก็ประมาทแนวรุกและพลังแฝงของทีมปีศาจแดงเวลาอยู่ในช่วงวิกฤติไม่ได้เหมือนกัน

สกอร์ที่คาด : เสมอ 1-1

โปรแกรมคู่อื่นๆ
22.00 น. คริสตัล พาเลซ พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด (ทรู พรีเมียร์ลีก ฟุตบอล เอชดี 1)
00.30 น. เชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (ทรู พรีเมียร์ลีก ฟุตบอล เอชดี 1)
03.00 น. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม (ทรู พรีเมียร์ลีก ฟุตบอล เอชดี 1)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ภูกระดึง จัดงาน “คีตกาลแห่งขุนเขาสืบสานตำนานภูกระดึง” ขุดตำนานความเชื่อเมืองแห่งเทวดา
บทความถัดไปทรัมป์โวย โดนไบเดนแซง 2 รัฐน่าสงสัย ประกาศเดินหน้าฟ้องทวงคะแนนคืน