ปาฏิหาริย์มีจริง! ‘อลิสซอน’ ขึ้นมาโขกกู้ชีพหงส์แดงบุกชนะ ‘เวสต์บรอมวิช’ 2-1

ปาฏิหาริย์มีจริง! ‘อลิสซอน’ ขึ้นมาโขกกู้ชีพหงส์แดงบุกชนะ ‘เวสต์บรอมวิช’ 2-1

 

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 36 คู่กลางดึกประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน อันดับ 19 เปิดสนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส ต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อันดับ 5

เดอะ แบ็กกี้ส์ ของแซม อัลลาไดซ์ ตกชั้นไปเรียบร้อยแล้ว เกมนี้มาในระบบ 4-4-1-1 นำมาโดย มาเธอุส เปเรรา , โอคาย โยคูสลู , ฮัล ร็อบสัน-คานู และ คอนอร์ กัลลาเกอร์

ฝั่ง หงส์แดง ของเจอร์เกน คล็อปป์ ยังลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่มีข้อแม้ว่าอีก 3 เกมที่เหลือต้องเก็บชัยชนะทั้ง 3 เกม โดยเกมนี้จัดทัพมาในระบบ 4-3-3 โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ , ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เป็นสามประสานในแนวรุก โดยมีฟาบินโญ่ และติอาโก้ อัลกันตาร่า บัญชาเกมแดนกลาง

เริ่มครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เหนือกว่าตามสไตล์ถนัด แต่ต้นเกมยังเจาะแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ มิหนำซ้ำพลพรรคหงส์แดงยังทำให้แฟนทั่วโลกช็อกไปตามกัน นาทีที่ 15 เวสต์บรอมวิช ได้ประตูนำก่อน 1-0 จากจังหวะ มาเธอุส เปเรรา กระดกบอลให้ ฮัล ร็อบสัน-คานู หลุดเข้าเขตโทษก่อนปั่นด้วยซ้ายหนีมือ อลิสซอน

หงส์แดงเร่งเครื่องทันที กระทั่งนาทีที่ 33 ไล่ตามตีเสมอ 1-1 ซาดิโอ มาเน่ แหย่บอลสั้นให้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ได้ปั่นด้วยซ้ายหนีมือ แซม จอห์นสัน เข้าไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลังลิเวอร์พูล ยังบุกหนัก นาทีที่ 57 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จ่ายบอลตามช่องให้ ซาล่าห์ หลุดเดี่ยวแต่ยิงไปติดเซฟของ แซม จอห์นสัน

จากนั้นลิเวอร์พูล บุกแหลกทุกทิศทุกทาง แต่พื้นที่สุดท้ายไม่เฉียบคมพอ แถมนาทีที่ 71 เวสต์บรอมวิชฯ เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะโหม่งเช็ดของ ไคล์ บาร์ทลีย์ แต่ผู้ตัดสินเช็ก VAR และตัดสินว่า แมตต์ ฟิลลิปส์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในลักษณะกีดขวางการเล่นของ อลิซอน

ท้ายเกมจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีสุดท้าย จากจังหวะเตะมุม อลิสซอน ทั้งที่เป็นประตูขึ้นไปหวังลุ้นประทำประตูด้วยเพื่อต่อลมหายใจ ซึ่งบอลลอยเข้าหัวของอลิซอน โขกเข้าไปแบบปาฏิหาริย์ ช่วยให้ลิเวอร์พูล บุกชนะ 2-1 และทำให้อลิสซอน เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ตัวจริงของเกมนี้ช่วยให้หงส์แดง ยังได้ลุ้นต่ออีก 2 นัดสุดท้ายในการไล่ล่าพื้นที่โควต้าบอลแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า

ลิเวอร์พูล เตะ 36 นัด มี 63 แต้ม อยู่อันดับ 5 ตามหลัง เชลซี ที่อยู่อันดับ 4 อยู่ 1 แต้ม และเหลือโปรแกรมเตะในมือทีมละ 2 นัดเท่ากัน

 

 

ส่วนผลคู่สุดท้าย

 

เอฟเวอร์ตัน แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-1

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เทศบาลตำบลหนองขาหย่าง ต้องจัดเลือกตั้งนายกใหม่ ครั้งที่ 3 หลังผู้สมัครเพียงคนเดียว คะแนนแพ้โหวตโน
บทความถัดไป‘แอตฯ มาดริด’ โกงตายแซงชนะ ‘โอซาซูน่า’ 2-1 ‘ชุดขาว’ เฮด้วยวัดแชมป์นัดสุดท้าย