‘นอร์ธ มาซิโดเนีย’ กับก้าวประวัติศาสตร์ ผลตอบแทน 20 ปีที่ล้ำค่าของ ‘โกรัน ปานเดฟ’

‘นอร์ธ มาซิโดเนีย’ กับก้าวประวัติศาสตร์ ผลตอบแทน 20 ปีที่ล้ำค่าของ ‘โกรัน ปานเดฟ’

หลังจากที่ นอร์ธ มาซิโดเนีย ทีมน้องใหม่แพ้ยูเครน 1-2 ในเกมที่สองของกลุ่มซี และมีโอกาสสูงที่จะตกรอบแรกกลับบ้านไป เพราะเกมสุดท้ายของกลุ่มจะต้องพบกับเนเธอร์แลนด์ นั่นหมายถึงว่า โกรัน ปานเดฟ ศูนย์หน้าวัย 37 ปีของทีม อาจจะต้องเล่นฟุตบอลนัดสุดท้ายแล้ว

ปานเดฟถูกยกให้เป็นวีรบุรุษฟุตบอลของประเทศ เพราะรับใช้ชาติอย่างยาวนานมา 20 ปี ถึงจะประกาศหันหลังให้ทีมชาติไปช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็กลับมา และพาทีมฟุตบอลชาติบ้านเกิดของตัวเองสร้างประวัติศาสตร์เข้าสู่ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการยิงประตูชัยในเกมชี้ชะตากับจอร์เจีย

ยอดกองหน้าจากนอร์ธ มาซิโดเนีย ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพไปแล้วก่อนหน้านี้ หลังจากช่วยเจนัว อยู่รอดปลอดภัยในกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ก่อนจะมาทำหน้าที่ในยูโร 2020 เป็นการส่งท้ายการเล่นฟุตบอลอาชีพและทิ้งทวนการรับใช้ทีมชาติ

กองหน้าวัย 37 ประเดิมเล่นให้ทีมชาติตอนอายุ 16 ปี เป็นนักเตะที่ติดทีมชาติมากที่สุด ยิงประตูให้ทีมชาติได้มากที่สุด 121 นัด 38 ประตู และถือเป็นผู้แบกความหวังของฟุตบอลนอร์ธ มาซิโดเนีย ไว้บนบ่ามาตลอด เพราะปานเดฟเป็นนักเตะที่ได้เล่นฟุตบอลลีกใหญ่คนแรกๆ ของประเทศ ที่สำคัญประสบความสำเร็จมากมายในการค้าแข้งที่อิตาลี โดยเฉพาะกับอินเตอร์ มิลาน

“สำหรับชาวนอร์ธ มาซิโดเนียแล้ว การผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโรครั้งนี้ เปรียบเสมือนฝันที่เป็นจริง การยิงประตูจอร์เจียแล้วพาทีมมาถึงจุดนี้ได้ ถือว่าประตูนั้นเป็นประตูที่ผมรักมากที่สุด” ดาวยิงที่อายุมากกว่าช่วงเวลาการได้รับเอกราชของประเทศกล่าว

แน่นอนว่านอร์ธ มาซิโดเนียมายูโรครั้งนี้เพื่อการประกาศให้โลกรู้จักว่าพวกเขามีตัวตน ไม่ใช่การคาดหวังการเข้ารอบลึก เพราะถึงจะมีนักเตะฝีเท้าดีอย่างปานเดฟ, เอซเกียน อลิโอสกี้ กองหลังลีดส์ ยูไนเต็ด, เอลิฟ เอลมาส กองกลางจากนาโปลี แต่การจะไปต่อกรกับเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งเนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย, ยูเครน ที่มีทั้งฝีเท้าและประสบการณ์ที่เหนือกว่า คงเป็นไปได้ยาก

ปานเดฟบอกว่า หลังจากกลับถึงบ้านแล้ว คงต้องทำงานกันอีกเยอะเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลของประเทศ ที่ผ่านมาก็เจอช่วงเวลาแย่ๆ กันมามาก เพราะสมาคมฟุตบอลนอร์ธ มาซิโดเนียไม่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีแต่คนที่อยากจะเข้าไปหาผลประโยชน์ การที่เขาเลือกหันหลังให้ทีมชาติไปเมื่อปี 2015 เพราะไม่เห็นว่าใครอยากจะเข้ามาพัฒนาวงการฟุตบอลจริงๆ การได้ อิกอร์ อันเกลอฟสกี้ เข้ามาเป็นเฮดโค้ช และไปคุยกันที่เจนัวแบบเปิดใจ เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ตัวเองเลือกจะกลับมาช่วยทีมชาติอีกครั้ง

“การเมืองเข้ามาวุ่นวายกับวงการฟุตบอลและสมาคมฟุตบอลในประเทศอย่างมาก สมาคมถูกบริหารด้วยคนที่ไม่รู้เรื่องฟุตบอล มันเหมือนโดนคำสาปยังไงก็ไม่รู้ หลังจากที่พกวเราได้โควต้ายูโร ก็มีผู้บริหารที่แบ่งเงินรางวัลไปเป็นของตัวเอง ด้วยการให้เหตุผลว่าพวกเขาก็มีส่วนในความสำเร็จครั้งนี้ ทั้งๆ ที่เงินเหล่านั้นควรจะเอาไปสร้างสนามสำหรับเด็ก ซื้ออุปกรณ์มาเพื่อดึงดูดให้เด็กๆ หันมาเล่นฟุตบอลกันมากขึ้น เพราะเรามีนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากมาย แต่เด็กพวกนั้นยอมแพ้ตั้งแต่อายุ 15 เพราะขาดการสนับสนุน การได้มายูโรครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะปลุกให้เด็กๆ มาเล่นฟุตบอลกันมากๆ”

ด้วยความที่เป็นตำนานของวงการฟุตบอล ทำให้มีเสียงเรียกร้องมากมายให้ปานเดฟก้าวขึ้นไปเป็นประธานสมาคมฟุตบอลของประเทศ แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ เพราะได้ทำหน้าที่ในการยกระดับฟุตบอลของนอร์ธ มาซิโดเนียจนจบแล้ว ตั้งแต่ปี 2010 ได้ก่อตั้งอคาเดมีปานเดฟ ศูนย์พัฒนานักเตะเยาวชนสำหรับเด็ก 400 คน มีสนามซ้อมมาตรฐาน 2 สนาม ที่พัก 60 ห้อง ห้องแต่งตัวและยิม “ทีมชุดใหญ่ของอคาเดมีได้เล่นในลีกสูงสุด 2 ปีที่แล้วก้ได้แชมป์บอลถ้วยในประเทศ ได้ไปเตะยูโรป้าลีก รอบคัดเลือก ผมทุ่มเงินเพื่อช่วยวงการฟุตบอลของเราไปมากมาย และสิ่งที่ทำไปไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลย”

ปานเดฟยิงไป 1 ประตูในยูโรหนนี้ ในเกมที่แพ้ออสเตรีย 1-3 ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอายุมากที่สุดอันดับ 2 ที่ยิงประตูในยูโร รอบสุดท้ายได้ ในวันที่อายุ 37 ปี เป็นรองเพียง อิวิก้า วาสติช กองหน้าออสเตรเลีย ที่เคยยิงได้ในยูโร 2008 ในวันที่อายุ 38 ปี 257 วัน แต่การที่ยิงประตูได้ และทีมก็เล่นกันได้ใจแฟนบอล ไม่ได้ทำให้ปานเดฟจะเดินหน้าต่อในฐานะนักเตะหลังจากหมดหน้าที่ในยูโร 2020

“ผมมีแผนที่จะเลิกเล่นหลังยูโรอยู่แล้ว เพราะอยากใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ผมมีลูก 3 คน ที่ผ่านมาไม่มีเวลาให้พวกเขามากพอ บางคืนผมบอกกับตัวเองว่า ผมลงเล่นฟุตบอลต่อหน้าแฟนบอลนับพัน นับหมื่นคนมาตลอด 20 ปี แต่ตอนนี้ต้องลงเล่นในสนามโล่งๆ มันจะดีมากถ้าผมได้ร่ำลาแฟนๆ ในสนาม การที่เราชนะเยอรมนีได้ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ก็อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะผ่านเข้ารอบไปเล่นฟุตบอลโลกได้เหมือนกัน ผมก็คิดเหมือนกันนะว่าจะเอายังไงดี แต่พอคิดดูอีกที ตอนนี้เอ็งอายุ 37 แล้วนะ”

อีกไม่กี่วันจะเป็นช่วงเวลาของการปิดฉากชีวิตนักเตะของปานเดฟอย่างเป็นทางการแล้ว มันอาจจะไม่ได้ส่งท้ายด้วยการฉลองแชมป์ แต่การเดินทางและความทุ่มเทตลอด 20 ปีที่ผ่านมาบนสังเวียนลูกหนัง ก็ยิ่งใหญ่มากพอสำหรับวีรบุรุษฟุตบอลของนอร์ธ มาซิโดเนีย ที่ชื่อ โกรัน ปันเดฟ แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘คลาร์ก’ ชมดาวรุ่ง ‘สกอตแลนด์’ เล่นดี มีโอกาสเบียดชนะ ‘อังกฤษ’
บทความถัดไปนายกฯ พอใจ อันดับความสามารถแข่งขันไทยปรับตัวดีขึ้น ย้ำเร่งฟื้นฟูภาคท่องเที่ยว