ยูโรที่น่าผิดหวังของ 5 แข้ง ‘ดาวร่วง’

ยูโรที่น่าผิดหวังของ 5 แข้ง ‘ดาวร่วง’

ฟุตบอลยูโร 2020 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายกันแล้ว มี 16 ทีมที่ต้องกลับบ้านไปก่อน และมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์หลายคนที่ไม่สามารถปล่อยของเฉิดฉายได้ จนทำให้ทีมไปไม่ได้ไกลอย่างที่คิด

นักเตะบางคนกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มกับสโมสร เป็นกำลังสำคัญหรือถึงขั้นเดอะแบกของทีมเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อมารวมกลุ่มกับนักเตะชื่อดังด้วยกันในทีมชาติ กลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน

วันนี้ขอยก 5 แข้งดังที่น่าผิดหวังในยูโรหนนี้มาให้ได้พิจารณาผลงานแบบชัดๆ

มัทไธจ์ เดอ ลิกต์ (เนเธอร์แลนด์)

กองหลังคนสำคัญของทีมกังหันสีส้มไม่มี เวอร์จิล ฟาน ไดก์ มาเล่นด้วยในยูโร แต่ตลอดปีที่ผ่านมา เดอ ลิกต์ก็เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติมาตลอด และเล่นได้เหนียวแน่นแม้จะไม่มีฟาน ไดก์ 

อย่างไรก็ตาม มาร์โก้ ฟาน บาสเท่น ตำนานนักเตะดัตช์ออกมาวิจารณ์ว่า แม้ว่าเดอ ลิกต์จะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสมาพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้พัฒนาตัวเองไปมากกว่าตอนที่อยู่อาแจ็กซ์ ซึ่งเรื่องนี้เดอ ลิกต์ก็ออกมายอมรับ

ภาพรวมในรอบแรกของเนเธอร์แลนด์ที่คว้าชัยชนะ 3 นัดรวด เสียไปเพียง 2 ประตูให้กับยูเครน นอกจากนั้นก็รักษาคลีนชีทได้ ทำให้แฟนบอลคาดหวังกันมากว่าการเจอกับเช็กในรอบ 16 ทีม ถ้าไม่เล่นแย่กันจนเกินไป ก็คงผ่านไปได้

แต่การตัดสินใจใช้มือปัดบอลในนาทีที่ 55 เพื่อไม่ให้นักเตะเช็กเอาบอลเข้าไปยิงได้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของเจ้าตัว เพราะทีมเหลือ 10 คน ในช่วง 35 นาทีสุดท้าย และแพ้ไป 0-2 แน่นอนว่าความผิดพลาดครั้งนี้เป็นสิ่งที่ถูกหยิบมาเป็นเหตุผลให้ทีมอัศวินสีส้มตกรอบ

บรูโน่ แฟร์นันเดส (โปรตุเกส)

บรูโน่คือเดอะแบกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งยิงทั้งแอสซิสต์จนพาทีมกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีได้อีกครั้ง ทำให้คาดหวังกันว่าเขาจะรวมพลังกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และสตาร์ดังที่แทบจะเดินชนกันในทีมโปรตุเกส พาทีมเข้าไปป้องกันแชมป์ได้

ถึงแม้จะทุ่มเทเต็มที่ตามแบบฉบับของตัวเอง แต่กลับไม่มีผลงานทั้งยิงประตูหรือแอสซิสต์ ซึ่งแน่นอนว่าโรนัลโด้ทำหน้าที่ในการสังหารจุดโทษ ทำให้บรูโน่ได้แค่ลุ้นรุ่นพี่อยู่ห่างๆ ส่วนเกมรอบ 16 ทีมกับเบลเยียม เขาถูกพักเป็นตัวสำรอง เพราะแฟร์นันโด ซานโต๊ส กุนซือของทีมบอกว่าอยากเอามิดฟิลด์เลือดใหม่ลงเล่นบ้าง

อย่างไรก็ตามถึงบรูโน่จะดูน่าผิดหวังในยูโร แต่เมื่อดูจากสถิติการสร้างโอกาสทำประตูของทีม เขามีสถิติดีที่สุด 6 ครั้ง คงต้องบอกว่าการกรำศึกหนักกับทั้งแมนฯยุและทีมชาติใน 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลชัดเจนต่อพลังและความสามารถของเพลย์เมกเกอร์คนนี้อย่างเห็นได้ชัด

คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส)

ฝรั่งเศสชุดนี้บู๊ยูโรด้วยนักเตะคุณภาพสูงในทุกตำแหน่ง กองหน้าของทีมคงไม่มีใครครบเครื่องเท่าเอ็มบัปเป้อีกแล้ว เพราะในวัย 22 ปี เด็กคนนี้ประสบความสำเร็จมามากมาย และฝีเท้ายังจัดจ้านขึ้นทุกวัน

รอบแรก 3 เกม ถึงจะมีส่วนร่วมกับเกมในระดับหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเจอกับเยอรมนี, ฮังการี, โปรตุเกส ก็ยังไม่มีประตูที่ผลิตโดยเท้าของเอ็มบัปเป้ แต่กลับเป็น คาริม เบนเซม่า รุ่นพี่ที่ถูกเรียกกลับมารับใช้ชาติครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่ยิงได้ 4 ประตู จาก 4 นัด

บทส่งท้ายของฝรั่งเศสในยูโร 2020 คือการที่เอ็มบัปเป้ยิงจุดโทษพลาดให้กับ ยานน์ ซอมเมอร์ นายทวารสวิตเซอร์แลนเซฟได้ แชมป์โลกกลับบ้านไวแบบสุดช็อก ส่วนเอ็มบัปเป้ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว

นับแค่สถิติในเกมกับสวิตเซอร์แลนด์ เอ็มบัปเป้มีโอกาสง้างเท้ายิง 6 ครั้ง ไม่เข้ากรอบทั้งหมด และถือเป็นนักเตะที่ยิงไม่เข้ากรอบต่อแมตช์มากที่สุดในยูโร 2020

ฮาคาน คัลฮาโนกลู (ตุรกี)

เพลย์เมกเกอร์ที่พาเอซี มิลาน กลับมาบินสูงอีกครั้งเมื่อฤดูกาลก่อน เป็นนักเตะเบอร์ต้นๆ ของทีมชาติตุรกีชุดนี้ว่าจะมาเฉิดฉายในยูโร แต่ผลงานของทีมไก่งวง แพ้ 3 นัดรวด ตกรอบไปแบบเจ็บปวด ยิงได้ประตูเดียว เสีย 8 ประตู ชื่อของคัลฮาโนกลูเงียบหายไป 

นักเตะตุรกีชุดนี้ถูกยกเป็นม้ามืดที่อาจจะไปถึงแชมป์ได้ เพราะมีเลือดใหม่ ตัวเก๋าและแข้งฝีเท้าดีผสมผสานกันน่าสนใจ สุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่มีอะไรน่าจดจำ

ในรายของคัลฮาโนกลูการที่เขาหมดสัญญากับมิลาน และยังไม่ได้จัดการชีวิตของตัวเองให้เรียบร้อย อาจจะทำให้เสียสมาธิในเรื่องนี้ จนไม่สามารถช่วยยกระดับทีมขึ้นมาได้

หลังตกรอบไปไม่กี่วัน คัลฮาโนกลูเปิดตัวย้ายไปอินเตอร์ มิลาน อริร่วมเมืองแบบฟรีๆ นอกจากแฟนบอลตุรกีจะด่าแล้ว ยังโดนแฟนมิลานเหม็นขี้หน้าเข้าให้อีก

โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี) 

เยอรมนีตกรอบ 16 ทีมด้วยน้ำมือของคู่ปรับอย่างอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจเท่าไร เพราะฟอร์มที่ไม่ได้ดีตั้งแต่รอบแรก มุลเลอร์เป็นหนึ่งในแข้งที่ผลงานน่าผิดหวังแบบที่หาข้อแก้ตัวยาก เพราะการได้โอกาสกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในรอบ 3 ปี น่าจะเอาประสบการณ์เข้ามาช่วยทีมได้มากกว่าที่เห็น แต่ 4 เกมที่ลงเล่น 292 นาที มุลเลอร์ไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์ ยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียว 

เกมกับอังกฤษ ดาวยิงจากบาเยิร์นพาบอลหลุดเดี่ยวไปลุ้นประตูตีเสมอ แต่กลับยิงเฉียดเสาออกไป ถ้าจังหวะนั้นเป็นประตู สถานการณ์ของทีมอินทรีเหล็กอาจจะไม่จบลงแบบนี้

ในวัย 31 ปี และไม่มี โยอาคิม เลิฟ เป็นเทรนเนอร์อีกแล้ว ยังไม่รู้ว่าอนาคตของมุลเลอร์กับทีมชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องไปลุ้นว่า ฮานซี่ ฟลิค เฮดโค้ชคนใหม่จะยังสนใจใช้บริการของเขาต่อไปหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon