ทะลวงไส้ 4 อรหันต์ ก่อนตัดเชือกยูโร 2020

ทะลวงไส้ 4 อรหันต์ ก่อนตัดเชือกยูโร 2020

ฟุตบอลยูโร 2020 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว อังกฤษ, สเปน, อิตาลี, เดนมาร์ก คือ 4 ผู้ท้าชิงที่จะมีเพียงทีมเดียวที่ได้แชมป์ไปครอง ก่อนที่เกมนัดตัดเชือกจะฟาดแข้งที่สนามเวมบลีย์ ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม มาย้อนดูกันว่าทั้ง 4 อรหันต์ ผ่านอะไรมาบ้างในประวัติศาสตร์ยูโร

เดนมาร์ก

ผลงานในยูโร 2020 : รอบแบ่งกลุ่ม แพ้ฟินแลนด์ 0-1, แพ้เบลเยียม 1-2, ชนะรัสเซีย 4-1 / รอบ 16 ทีม ชนะเวลส์ 4-0 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะเช็ก 2-1 / รอบรองชนะเลิศ พบอังกฤษ

โค้ช : แคสเปอร์ ยุลมันด์ เพิ่งเข้ามารับงานคุมทีมชาติเมื่อปี 2020 ต่อจากอาเก้ ฮาไรเด้ ที่ประกาศว่าจะวางมือหลังจบยูโร 2020 แต่เมื่อการแข่งขันเลื่อนออกมา 1 ปี ฮาไรเด้ก็ลงจากตำแหน่งไปก่อน ทำให้ยุลมันด์ได้คุมทีมในยูโรครั้งนี้ ความสำเร็จในการทำงานโค้ชอาจจะยังไม่มากมาย เคยพานอร์ดสยาลันด์เป็นแชมป์ลีกสูงสุดเดนมาร์ก ในฤดูกาล 2011-2012 แต่ก็สามารถรวมใจนักเตะโคนมไปได้ไกลในยูโรหนนี้

นักเตะคนสำคัญ : มิกเคล ดัมสการ์ด เป็นแข้งอายุน้อยที่สุดของทีมโคนมในทัวร์นาเมนต์นี้ ในวัย 21 ปี เขาอาจจะไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญ แต่การที่ คริสเตียน อีริกเซ่น ไม่สามารถเล่นได้ทั้งทัวร์นาเมนต์ ดัมสการ์ดก็ขยับขึ้นมาทดแทนได้ดีเหลือเชื่อ อ่านเกมขาด จ่ายบอลแม่นยำ ยิงประตูได้หยดย้อย

บันทึกความทรงจำ : เดนมาร์กเคยคว้าแชมป์ยูโรได้ 1 สมัย ในปี 1992 แบบสุดเซอร์ไพรส์ ทั้งๆ ที่ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาด้วยซ้ำ แต่จากการที่ยูโกสลาเวียล่มสลาย ทำให้ถูกตัดสิทธิ เดนมาร์กจึงเข้าไปแข่งแทน หลังจากนั้นก็หักปากกาเซียนปราบทั้งฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี ไปสร้างเทพนิยายเดนส์ได้สำเร็จ

อังกฤษ

ผลงานในยูโร 2020 : รอบแบ่งกลุ่ม ชนะโครเอเชีย 1-0, เสมอสกอตแลนด์ 0-0, ชนะเช็ก 1-0 / รอบ 16 ทีม ชนะเยอรมนี 2-0 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะยูเครน 4-0 / รอบรองชนะเลิศ พบเดนมาร์ก

โค้ช : แกเร็ธ เซาธ์เกต เคยลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ 4 รายการ แมตช์ที่จำไม่ลืมคือการยิงจุดโทษ ในรอบรองชนะเลิศ ยูโร 1996 ที่เวมบลีย์ และเซาธ์เกตเป็นคนที่ยิงพลาดจนทีมตกรอบ อย่างไรก็ตาม ผลงานในการคุมทีมชาติถือว่าน่าเกรงขาม พาทีมสิงโตคำรามผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 แต่แพ้ให้โครเอเชีย และเข้ามาถึงรอบตัดเชือกยูโร 2020 แบบไม่เสียประตูและไม่แพ้ใครเลย

นักเตะคนสำคัญ : แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมถูกวิจารณ์อย่างหนักในรอบแรก เพราะยิงประตูไม่ได้เลย แต่เมื่อเข้ารอบน็อกเอาต์เหมือนถูกปลดปล่อย โหม่งเยอรมนี 1 ประตู และซัดยูเครนไปอีก 2 ตุง เรียกได้ว่าฟอร์มฮอตได้ถูกที่ ถูกเวลาจริงๆ

บันทึกความทรงจำ : ความพ่ายแพ้ในยูโร 1996 เป็นสิ่งที่แฟนบอลอังกฤษยังเจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้คาดหวังว่า “ฟุตบอลจะกลับบ้าน” ได้อีกครั้ง และรอบรองชนะเลิศที่จะเจอกับเดนมาร์กที่เวมบลีย์ แฟนบอลคงไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง

อิตาลี

ผลงานในยูโร 2020 : รอบแบ่งกลุ่ม ชนะตุรกี 3-0, ชนะสวิตเซอร์แลนด์ 3-0, ชนะเวลส์ 1-0 / รอบ 16 ทีม ชนะต่อเวลาพิเศษออสเตรีย 2-1 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะเบลเยียม 2-1 / รอบรองชนะเลิศ พบสเปน

โค้ช : โรแบร์โต้ มันชินี่ จากกองหน้าทีมชาติที่ไม่เคยได้แชมป์อะไรเลยกับอิตาลี สู่การเป็นยอดโค้ชที่ไม่พาทีมชนะรวด 12 เกม ไม่แพ้ใครมาแล้ว 32 เกม เป็นสถิติไม่แพ้ใครนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมอัซซูรี่ ถูกคาดหมายว่าจะไม่แพ้ใครไปจนจบทัวร์นาเมนต์นี้ และคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปี หลังจากเคยทำได้ครั้งเดียว เมื่อปี 1968

นักเตะคนสำคัญ : จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์มันสมองที่คุมเกมแดนกลางของอัซซูรี่ได้อย่างเนียนตา แถมยังเป็นตัวเชื่อมเพื่อนร่วมทีมทั้งในและนอกสนามได้อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้จะยังไม่มีแอสซิสต์หรือประตู แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลคาดหวังจากเขามากนัก เพราะการทำหน้าที่เป็นคอนดักเตอร์ในวงออเคสตรา ต้องคุมจังหวะเพื่อให้ดนตรีออกมาไพเราะเท่านั้น ถ้าอิตาลีไปถึงแชมป์ บัลลงดอร์จะไปไหนเสีย

บันทึกความทรงจำ : ยูโร 2000 คือการเข้าชิงชนะเลิศครั้งล่าสุดของอิตาลี ถึงแม้จะนำฝรั่งเศส 1-0 มาจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลังแล้ว แต่ก็โดน ซิลแว็ง วิลตอร์ ตีเสมอในนาทีที่ 90+4 และ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ยิงประตูโกลเด้นโกล ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หักอกอิตาลีกลับบ้านมือเปล่า ทั้งๆ ที่ทัวร์นาเมนต์นั้นกรุยทางเข้ารอบชิงแบบชนะรวด 

สเปน

ผลงานในยูโร 2020 : รอบแบ่งกลุ่ม เสมอสวีเดน 0-0, เสมอโปแลนด์ 1-1, ชนะสโลวาเกีย 5-0 / รอบ 16 ทีม ชนะช่วงต่อเวลาพิเศษโครเอเชีย 5-3 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะจุดโทษสวิตเซอร์แลนด์ 3-1 (เสมอในเวลา 120 นาที 1-1) / รอบรองชนะเลิศ พบอิตาลี

โค้ช : หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่เคยได้แชมป์กับทีมชาติเลยในวันที่เป็นนักเตะ เพราะสเปนยุคนั้นถูกมองว่าเป็นหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม เขาเคยเป็นกุนซือทีมกระทิงดุมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ลาออกไปเมื่อปี 2019 เพราะเหตุผลส่วนตัว แล้วกลับมาอีกครั้ง เมื่อพฤศจิกายน ปีก่อน เอ็นริเก้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในการเลือกนักเตะมาลุยยูโร 2020 เพราะเขาไม่หนีบนักเตะรีล มาดริด ติดทีมมาเลยแม้แต่คนเดียวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสเปน แถมยังเริ่มผลงาน 2 เกมแรกไม่น่าประทับใจ แต่เมื่อเครื่องร้อน ทีมไหนก็หยุดสเปนทีมนี้ยากจริงๆ และต้องไม่ลืมว่ากระทิงดุยังไม่แพ้แม้แต่แมตช์เดียวในยูโรหนนี้

นักเตะคนสำคัญ : เคราร์ด โมเรโน่ การมีชื่อมาลุยยูโร 2020 เพราะพาบียาร์รีลคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก เครื่องหมายการค้าที่พาบอลตัดเข้าขวาแล้วยิงประตูด้วยซ้าย ทำให้เขากลายเป็นคนที่เหมาะสมที่จะเล่นฟอลส์ 9 ให้กับทีม แถมยังเล่นตำแหน่งหมายเลข 10 ได้ดีอีกด้วย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะคว้า 2 แชมป์ในเวลา 2 เดือน ทั้งกับสโมสรและทีมชาติได้หลังจบทัวร์นาเมนต์นี้

บันทึกความทรงจำ : สเปนเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถป้องกันแชมป์ยูโรได้ พวกเขาเป็นแชมป์ยูโร 2008 ต่อด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และกลับมาเป็นแชมป์ยูโร 2012 ได้อีก ที่สำคัญยังคงเป็นชาติแรกในโลกที่คว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ 3 รายการติดต่อกัน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon