ปลด 1 ลาออก 1 หมดสัญญา 1 ผลพวงโค้ชตกงานจากยูโร 2020

ปลด 1 ลาออก 1 หมดสัญญา 1 ผลพวงโค้ชตกงานจากยูโร 2020

ถึงแม้ว่าศึกยูโร 2020 ยังไม่จบ เพราะยังเหลือนัดชิงชนะเลิศ ระหว่างอังกฤษและอิตาลี ในค่ำคืนวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ แต่ยูโรของ 22 ทีมได้ปิดฉากลงไปก่อนหน้านี้แล้ว

เป็นเรื่องปกติที่หลังจบฟุตบอลเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์จะต้องมีการโบกมือลาของโค้ชที่ทำผลงานไม่เข้าเป้าหรือหมดสัญญากับทีม ซึ่งยูโร 2020 ก็มีบางคนที่เดินลงจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แฟรงก์ เดอ บัวร์ (เนเธอร์แลนด์)

ทีมอัศวินสีส้มมีผลงานที่เยี่ยมยอดในรอบแบ่งกลุ่ม คว้าชัย 3 นัดรวด ถูกมองเป็นตัวเต็งที่จะผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้ แต่ก็มาตกม้าตายด้วยการแพ้สาธารณรัฐเช็ก 0-2 ในรอบ 16 ทีม หลังจากที่ มัทไธจ์ เดอ ลิกต์ โดนใบแดงในช่วงครึ่งหลัง

หลังจากกลับถึงบ้านเกิด แฟรงก์ เดอ บัวร์ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ถึงแม้ว่าจะมีสัญญากับสหพันธ์ฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ไปจนจบฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ก็ตาม

“หลังจากที่ผมได้ประเมินผลงานแล้ว ผมตัดสินใจที่จะไม่ทำหน้าที่โค้ชของทีมชาติต่อไป เพราะไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จที่วางไว้ได้ ตั้งแต่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาคุมทีมในเดือนกันยายน ปีที่แล้ว ผมรู้ทันทีว่ามีแรงกดดันอยู่รอบตัว และตอนนี้มันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีเลยกับตัวผมเอง รวมทั้งตัวนักเตะ ที่สำคัญทีมนี้จะต้องลงเตะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกในเวลาอีกไม่นานหลังจากนี้” เดอ บัวร์กล่าว

ยังไม่มีการเปิดเผยว่าใครจะมารับตำแหน่งแทน แต่คงอีกไม่นาน เพราะฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก กำลังจะเตะกันในเดือนกันยายนนี้แล้ว

โยอาคิม เลิฟ (เยอรมนี)

เยอรมนีตกรอบ 16 ทีมด้วยน้ำมือของอังกฤษ คู่ปรับตลอดกาล แต่ไม่ใช่เหตุผลที่เลิฟต้องลงจากตำแหน่ง เพราะเขายืนยันแล้วว่าจะยุติบทบาททันทีหลังจบยูโร 2020 หลังจากทำหน้าที่นี้มาถึง 15 ปี

เลิฟพาทีมอินทรีเหล็กคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 อย่างยิ่งใหญ่ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ฝากไว้ในการทำงานมาอย่างยาวนาน แต่ในฟุตบอลโลก 2018 กลับพาอินทรีปีกหักตกรอบแรก ต่อด้วยตกรอบ 16 ทีมในยูโรหนนี้ ถือว่าเป็นการทิ้งทวนที่น่าผิดหวังในสายตาของตัวเขาเองและใครหลายๆ คน

“พวกเราคาดหวังกับทัวร์นาเมนต์นี้มากจริงๆ มันน่าเสียใจมากๆ ที่ต้องกลับบ้านหลังจบเกม” เลิฟให้สัมภาษณ์หลังแพ้อังกฤษตกรอบ

สำหรับผู้ที่เข้ามาสานงานต่อจากเลิฟ คือ ฮานซี่ ฟลิก ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งกุนซือของบาเยิร์น มิวนิก มาไม่นาน ก่อนหน้านี้อาจจะยังคลุมเครือว่าทำไมเขาถึงยอมทิ้งงานกับสโมสรที่เต็มไปด้วยความสำเร็จแบบนั้น แต่ก็เดาไม่ยาก เพราะเลิฟกำลังจะลงจากตำแหน่งในช่วงเวลาอีกไม่นาน

เยอรมนีในยุคของฟลิกจะปรับโฉมไปขนาดไหน น่าติดตามจริงๆ

สตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ (รัสเซีย)

รัสเซียตกรอบแรกไปแบบหวุดหวิด ทั้งๆ ที่หลังจบ 2 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม ดูเหมือนว่าโอกาสจะเปิดให้เข้ารอบได้ แต่กลับแพ้เดนมาร์ก 1-4 ในนัดสุดท้าย กระเด็นตกรอบด้วยการเป็นบ๊วยของกลุ่ม

ล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียออกแถลงการณ์แยกทางกับเชอร์เชซอฟด้วยดี และเตรียมหาโค้ชคนใหม่มาคุมทัพลุยฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกกันต่อไป 

เชอร์เชซอฟไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะรับผิดชอบกับผลงาน และจะขออยู่ในตำแหน่งต่อไป ก่อนที่จะมีการพูดคุยกันกับสหพันธ์ และสุดท้ายก็ต้องโบกมือลาตำแหน่งไป

“ช่วงเวลา 5 ปีที่ผมทำงานให้ทีมชาติจะถูกจดจำตลอดไป ขอขอบคุณนักเตะทุกคนที่เคยร่วมงานกันมาตลอด 5 ปี” 

ว่ากันว่าเชอร์เชซอฟเจอแรงกดดันมาก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้น เพราะถึงจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายของยูโรมาได้ แต่ผลงานในเนชั่นส์ลีกไม่ดีนัก ไม่ชนะใคร 4 นัดติดต่อกัน แถมยังโดนเซอร์เบียถล่ม 5-0 อย่างไรก็ตามผลงานในศึกคัดบอลโลกก็ยังไปได้สวย ชนะ 2 นัดแรก เก็บ 6 คะแนน ทำให้งานของกุนซือใหม่อาจจะไม่หนักตั้งแต่เริ่มต้น

สถานการณ์ของโค้ชของคนอื่นๆ

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ที่พาเบลเยียมจอดป้ายแค่รอบ 8 ทีมด้วยการแพ้อิตาลี ทำให้เขาถูกมองว่าอาจจะต้องตกงาน เพราะการมีนักเตะดีๆ เต็มทีม ครองเบอร์ 1 ในฟีฟ่าแรงกิ้ง แต่ยังไม่สามารถพาทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศรายการเมเจอร์ได้เลย 

ล่าสุด ปีเตอร์ บอสซาร์ท ซีอีโอของทีมชาติเบลเยียมเปิดเผยว่า มาร์ติเนซจะทำทีมต่อไป เขาและทีมงานได้เตรียมทำงานเพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ในเดือนกันยายนและตุลาคมแล้ว ถึงแม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนทีมงาน

ด้าน ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ นำฝรั่งเศสตกรอบ 16 ทีม ด้วยการแพ้จุดโทษสวิตเซอร์แลนด์ แบบช็อกโลก ยังได้ทำหน้าที่กุนซือทีมตราไก่ต่อไป

โนเอล เลอ กราเอต์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสยืนยันว่า เดส์ชองส์จะทำหน้าที่ต่อ เรื่องนี้ใช้เวลาพิจารณาเพียง 3 นาที และมันชัดเจนมากว่าเขาได้อยู่ รวมทั้งเดชส์ชองส์ก็อยากอยู่ต่อ

ขณะที่ แฟร์นันโด ซานโต๊ส เฮดโค้ชโปรตุเกส ที่ไม่สามารถพาทีมป้องกันแชมป์ได้ ถูกสื่อและแฟนบอลกดดันไม่น้อย เพราะมองกันไปว่าแนวทางของซานโต๊สถูกจับทางได้หมดแล้ว ทั้งๆ ที่มีผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสหลายคน แต่โปรตุเกสก็ยังตกรอบเร็ว ไม่สามารถดึงศักยภาพของนักเตะออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรในตำแหน่งผู้กุมบังเหียนของทีมชาติโปรตุเกส

ส่วนโค้ชคนอื่นๆ ก็ยังไม่มีรายงานว่าตกงาน ก็ต้องดูกันต่อไปว่า หลังจบยูโร 2020 แบบบริบูรณ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในวงการฟุตบอลทีมชาติยุโรปกันบ้าง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon