สองล้อเรียกตัวนักปั่นเสริมทัพทีมชาติสู้ศึกเสือภูเขา-บีเอ็มเอ็กซ์นานาชาติที่ตุรกี

สองล้อเรียกตัวนักปั่นเสริมทัพทีมชาติสู้ศึกเสือภูเขา-บีเอ็มเอ็กซ์นานาชาติที่ตุรกี

 

 

 

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ เตรียมส่งนักปั่นทีมชาติไทยในประเภทเสือภูเขาครอสคันทรี่ และบีเอ็มเอ็กซ์ ออกไปแข่งขันรายการนานาชาติเพื่อเริ่มต้นการเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ภาคฤดูร้อน 2024 “ปารีสเกมส์” ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยประเดิมที่การแข่งขันจักรยานเสือภูเขานานาชาติ 4 รายการ ในวันที่ 23, 25, 27 และ 31 ตุลาคม และบีเอ็มเอ็กซ์ เวิลด์คัพซูเปอร์ครอส จำนวน 4 สนามรวด ระหว่างวันที่ 23-24 และ 30-31 ตุลาคม ซึ่งทุกรายการจะแข่งขันที่เมืองซาการ์ยา ประเทศตุรกี

พล.อ.เดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้เรียกตัวนักปั่นทีมชาติไทยทั้ง 2 ประเภท มาเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมทีมตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา โดยประเภทเสือภูเขาครอสคันทรี่ ชุดแรก ประกอบด้วย รุ่นประชาชนชาย สิบเอก กีรติ สุขประสาท, นายพูนศิริ ศิริมงคล และรุ่นประชาชนหญิง วรินทร เพ็ชรประพันธ์, ศุภักษร นันตะนะ เข้าเก็บตัวฝึกซ้อมที่จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนทีมชาติไทย ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง ชุดแรก ประกอบด้วย รุ่นประชาชนชาย โกเมธ สุขประเสริฐ, สมคิด ฮาระตะวัน, พิชิตพงษ์ มงคลศิริ, รุ่นประชาชนหญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร, วรัญญา แซ่แต้, ธนาภรณ์ โตทอง เข้าแคมป์เก็บตัวที่จังหวัดสุพรรณบุรี ล่าสุดสมาคมฯ ได้ตัดสินใจเรียกนักกีฬาเพิ่มเติม ได้แก่ อดิศักดิ์ ไตลังคะ, นาตาลี ปัญญาวัน, จริญญา สืบจากถิ่น ในประเภทเสือภูเขาครอสคันทรี่ และ “เบส” เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ ในประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่ง

นายกสองล้อไทย กล่าวต่อไปว่า การที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ เรียกนักปั่นเข้ามาเสริมทีมชาติทั้ง 2 ประเภทเพิ่มเนื่องจากพิจารณาแล้ว นักกีฬาก็มีความพร้อมในระดับที่น่าพอใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม “ปั่นในบ้านต้านโควิด” ที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเก็บคะแนนสะสมซึ่งในการแข่งขันกีฬาจักรยานในทุกประเภท จะใช้ระบบคะแนนสะสมในการคัดเลือกนักปั่นแต่ละชาติเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ดังนั้นการตระเวนแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนในรายการนานาชาติที่สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) กำหนดเอาไว้นั้น เป็นสิ่งสำคัญสำหรับโอกาสในการได้โควต้าโอลิมปิกเกมส์เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ พล.อ.เดชา กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากเรื่องการเก็บคะแนนสะสมเพื่อเป้าหมายควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2024 แล้ว ก็ยังจะเป็นโอกาสสำหรับนักปั่นไทยสายเลือดใหม่ ซึ่งหลายคนในชุดสู้ศึกตุรกีครั้งนี้ เป็นนักปั่นที่อายุน้อย สามารถพัฒนาศักยภาพในเชิงกีฬาจักรยานได้อีกไกลได้มีโอกาสสัมผัสกับเกมหนักระดับนานาชาติที่จะมีนักปั่นชั้นนำ ทั้งในประเภทเสือภูเขาครอสคันทรี่ และบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่งจากยุโรปและอเมริกาเข้ามาประชันฝีเท้ากันอย่างคับคั่ง

“ในช่วงเวลาที่นักปั่นทีมชาติไทยอยู่ระหว่างการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมสู้ศึกที่ตุรกี ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็ต้องดำเนินการในเรื่องการเดินทาง ที่พัก และรายละเอียดต่าง ๆที่สำคัญสำหรับการแข่งขัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจากปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางและการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ มีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นในด้านเอกสารและกระบวนการสาธารณสุขป้องกันการแพร่ระบาด ในการนี้ สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้แต่งตั้ง น.ส.นวพร สุขประยูร เพิ่มเข้าไปในเจ้าหน้าที่ทีมที่จะเดินทางไปตุรกี นอกเหนือจาก นายอัถร ไชยมาโย กับ นายจีระพล ปัทมินทร์ ที่ดูแลทีมบีเอ็มเอ็กซ์ และ ร้อยตำรวจตรีหญิง กฤติกา ศิลาพัฒน์ กับ นายสุรพงษ์ กลุ่มในเมือง ที่ดูแลทีมเสือภูเขา เพื่อให้ น.ส.นวพร ดูแลงานด้านเอกสารต่าง ๆ และประสานงานกับฝ่ายจัดการแข่งขัน โดยที่สตาฟฟ์ผู้ฝึกสอนจะได้ทำหน้าที่ดูแลนักกีฬาได้อย่างเต็มที่ที่สุด” พล.อ.เดชา กล่าวในตอนท้าย

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หมอชลน่าน’ สงสัย ครม.ลักไก่นิรโทษกรรมฝ่ายการเมือง วอนทบทวนก่อนบังคับใช้ พ.ร.ก.
บทความถัดไป‘สนธิญา’ บุกกกต.ยื่นยุบพรรคเพื่อไทย เหตุ ‘แอมมี่’ โพสต์อ้างช่วยสนับสนุนเงินทุนม็อบ