‘วีระเทพ ป้อมพันธ์’ จากพ่อมดโต๊ะเล็กสู่มิดฟิลด์อัจฉริยะ ‘ช้างศึก’

‘วีระเทพ ป้อมพันธ์’ จากพ่อมดโต๊ะเล็กสู่มิดฟิลด์อัจฉริยะ ‘ช้างศึก’

 

 

นาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า “เตอร์” วีระเทพ ป้อมพันธ์ แข้งมิดฟิลด์เนื้อหอมจากค่าย “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังเป็นที่น่าจับตามองจากเหล่าแฟนบอลช้างศึกเป็นอย่างมาก หลังจากได้ลงสนามวาดลวดลายเดบิวต์ในสีเสื้อทัพช้างศึกครั้งแรก ในเกมที่ไล่อัด เจ้าภาพสิงคโปร์ 2-0 ในศึก ซูซูกิ คัพ 2020 รอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา

ชื่อของ วีระเทพ ป้อมพันธ์ ก็ถูกเสิร์ชหาข้อมูล และเป็นที่พูดถึงจากสื่อขึ้นมาทันที!

 

 

เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่คลาสสิกตามแบบฉบับห้องเครื่องจอมเทคนิค การจ่ายบอลเนียนตา ทั้งลูกสั้นลูกยาว และมีความแม่นยำเหมือนชั่งน้ำหนักมาจากบ้าน

ที่สำคัญคือ เขาไม่มีอาการตื่นสนามอะไรออกมาให้เห็นข้อผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นการลงเล่นในนามทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกก็ตาม…!!!

อันที่จริงฝีเท้าของเตอร์นั้น ยอดเยี่ยมตั้งแต่เล่นให้กับเมืองทองฯ ในศึกฟุตบอลไทยลีกอยู่แล้ว… เพราะ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในแดนกลางที่คอยควบคุมจังหวะ บิ้วอัพบอลขึ้นไปสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีม แทบจะ 90 นาทีเต็มทุกนัด

 

 

ส่วนหนึ่งต้องชื่นชม มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือของทีมที่ยึดแนวทางการทำทีมด้วยการปลุกปั้น “แก๊งค์ยังบลัด” หรือกิเลนสายเลือดใหม่ขึ้นมา พร้อมกล้าเสี่ยงดวงให้โอกาสกับแข้งดาวรุ่งหลายคน ได้มีโอกาสพิสูจน์ฝีเท้าแสดงศักยภาพในตัวเองออกมา

แต่หากย้อนกลับไปบนเส้นทางลูกหนังของ วีระเทพ ต้องบอกว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก…

เขาไม่ได้เริ่มจากการเป็นแข้งเยาวชน หรืออยู่ในทีมอคาเดมีไหนมาก่อนเหมือนกับคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ วีระเทพสร้างตัวเองขึ้นมาด้วยการคลุกคลีอยู่ในวงการฟุตซอล หรือที่คนไทยบ้านเราเรียกกันว่า “โต๊ะเล็ก”

เริ่มด้วยการเข้าร่วมทีมฟุตซอลของโรงเรียนศรีบุญยานนท์ ในย่านนนทบุรี ก่อนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นไปเข้าตา “สิงห์เอกมัย” โรงเรียนปทุมคงคา ยอดทีมโต๊ะเล็กขาสั้นอันโด่งดัง

 

 

ที่นี่เอง วีระเทพ ป้อมพันธ์ สามารถพัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นแข้งคนสำคัญที่พาทีมโต๊ะเล็กขาสั้นย่านเอกมัย เดินหน้าไล่กวาดแชมป์ฟุตซอลระดับนักเรียนได้เป็นกอบเป็นกำ จนมีชื่อติดทีมจังหวัดกรุงเทพมหานคร ไปฟาดแข้งกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อปี พ.ศ.2557

อีกทั้งเขาเองยังได้รับฉายาจากเพื่อนๆ ในทีมว่า “ซ้ายผ่านตลอด” เพราะด้วยการจ่ายบอลที่แม่นยำ จากเท้าซ้ายข้างถนัด ทุกครั้งที่บอลออกจากเท้าของวีระเทพ ก็เรียกได้ว่าอันตราย และเตรียมใส่สกอร์ได้เลย

ชื่อเสียงของ เตอร์กลายเป็นที่รู้จักของคนในแวดวงโต๊ะเล็ก หลายคนยกให้เขาเป็น “วันเดอร์คิด” ของวงการฟุตซอลไทยเพราะวีระเทพโชว์ลีลาฟุตซอลได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเดินสายรายการต่างๆ
หลังจากเรียนจบในระดับมัธยมปลาย วีระเทพก็ได้เข้าศึกษาต่อในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แน่นอนว่าเส้นทางในการเป็นนักฟุตซอลอาชีพของเขานั้น ดูสดใสและเปิดกว้างมาก หลายทีมในศึกฟุตซอลไทยลีก ต่างยื่นข้อเสนอและอยากได้ตัวของเตอร์ไปร่วมทีม

ไม่เว้นแม้กระทั่ง “ฉลามชล” ชลบุรี บลูเวฟ ยอดทีมโต๊ะเล็กของไทย ที่ดูมีภาษี และใกล้เคียงกับการได้ลายเซ็นของเขามากที่สุด

แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด…!!!

 

ปี 2016 วีระเทพตัดสินใจหันหลังให้กับวงการฟุตซอล พร้อมกับมุ่งหน้าเปลี่ยนเส้นทางหันมาสวมสตั๊ดเซ็นสัญญากับ “ลูกพระเกี้ยว” จามจุรี ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นอยู่ในศึกออมสิน ลีกโปร หรือ T3 ของไทย แน่นอนหลายคนต่างพากันเสียดายในตัวของเพชรเม็ดงามรายนี้เป็นอย่างมาก ที่จะไม่ได้เห็นสเต็ปลีลาของแข้งรายนี้ในสนามโต๊ะเล็กอีกต่อไป…

แต่เส้นทางใหม่ที่เขาเลือกเดินแล้ว กลับเป็นไปได้ด้วยสวย กับบทบาทมิดฟิลด์กลางสนาม ที่คอยขับเคลื่อนบอล และคอยสร้างสรรค์หาโอกาสถวายพานให้กับเพื่อนร่วมทีม

ส่วนหนึ่งที่ทำให้มิดฟิลด์รายนี้ ไม่ต้องปรับตัวเยอะ เป็นเพราะการที่มีประสบการณ์จากสนามเล็ก ทั้งการจ่ายบอลเร็ว การจับบอลแรกให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้ หรือแม้กระทั่งวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม ที่ตัวเขานำมาปรับใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมในการลงเล่นฟุตบอล 11 คน

วีระเทพมีส่วนในการพาทัพลูกพระเกี้ยว ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลอุดมศึกษารายการ “ช้าง ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ” ในปี 2018

พร้อมกับติดทีมฟุตบอลปัญญาชนไทยไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 ที่ประเทศเมียนมา
ผลงานตลอด 3 ฤดูกาลในรั้วทีมจามจุรี เขาได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 64 นัด ทำไป 13 แอสซิสต์กับอีก 3 ประตู ในสีเสื้อลูกพระเกี้ยว

ด้วยฟอร์มที่กำลังมั่นใจ บวกกับฝีเท้าที่ดูมีแววมีอนาคตทำให้ “กิเลยผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมดังในศึกไทยลีก ไม่รอช้าที่จะลองเสี่ยงดวงจับมิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 21 ปี เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมทันทีในปี 2018

 

 

 

ปีแรกที่ย่างก้าวเข้ามาในถิ่นแจ้งวัฒนะ วีระเทพยังคงเป็นดาวรุ่งที่ทำได้เพียงขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่อยู่แค่นั้น ในยุคของกุนซือ อเล็กซานเดร กาม่า

ในตอนนั้นเอง แผงผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ของเมืองทอง ยังคงมี “ตังค์” สารัช อยู่เย็น เจ้าของสัมปทานตัวจริงในตำแหน่งนี้อยู่ ซึ่งการที่จะขึ้นไปแทรกแซงเบียดลงสนามกับสารัช คงเป็นเรื่องที่ยากอยู่พอสมควร…
แต่หลังจากที่สารัช โบกมือลาย้ายไปอยู่กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คู่แข่งร่วมลีก หน้าที่ และตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ขาดหายไปก็ตกเป็นของ วีระเทพ โดยทันที

เขาได้รับความไว้วางใจจาก กาม่า ให้ลงไปยืนประจำการกลางสนาม คอยเชื่อมเกม และสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม และค่อยเก็บสะสมประสบการณ์ในสนามไปเรื่อยๆ เปรียบเป็นเพชรก็เหมือนเพชรที่รอวันเจียระไน

จนกระทั่งการเข้ามาของ “ซูเปอร์มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี้ อดีตแข้งตัวเก๋าที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม เข้ามารับไม้ต่อจาก กาม่า ที่อำลาทีมไป…

ปัจจุบันปรัชญาการทำทีมกิเลนผยองของมาริโอคือ การเน้นดึงดาวรุ่งจากผลผลิตของอคาเดมี ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และแน่นอนว่าวีระเทพ คือหนึ่งในแข้งที่มาริโอ โปรดปรานมากที่สุด

เขาตอบแทนความเชื่อใจด้วยการก้มหน้าก้มตาทำผลงานในสนามได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะจุดเด่นในเรื่องของการจ่ายบอลไดเร็ก ที่ทะลุทะลวงสร้างความอันตรายให้กับทีม รวมถึงความสม่ำเสมอของฟอร์มในสนาม
จนไปสะดุดตาของ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือทีมชาติไทย ที่ใส่ชื่อไปลุย ซูซูกิ คัพ 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ร่วมกับทีม…!!!

แม้จะรู้ตัวว่ายังไม่อาจเทียบชั้นกับรุ่นพี่ในทัพช้างศึกได้…

แต่เพียงแค่โอกาสแรกในสีเสื้อช้างศึก กับเกมนัดสุดท้ายของกลุ่มเอ ที่ไล่อัดเจ้าภาพสิงคโปร์ ไป 2-0 วีระเทพ ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง ก็จัดการแผงฤทธิ์โชว์ของสู่สายตาแฟนบอลได้อย่างทันที…!!!

พร้อมกับทำสถิติจ่ายบอลสำเร็จสูงสุดในสนามด้วยความแม่นยำถึง 88 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

หลังจบเกมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับผลงานอันยอดเยี่ยมของเตอร์ ที่จะทำให้หลายทีมทั้งในไทยลีก และเจลีก สนใจอยากจะได้ตัวแข้งวัย 25 ปีไปร่วมทีมหลังจบทัวร์นาเมนต์ และหากดูตามสัญญาของเขากับกิเลนผยอง ที่กำลังจะหมดลงในปีหน้า…

น่าสนใจเลยทีเดียวว่าหลังจากนี้ อนาคตของ วีระเทพ ป้อมพันธ์ จะเป็นอย่างไรต่อไป หากเขายังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้สม่ำเสมออย่างต่อเนื่องแบบนี้

ไม่แน่ว่านักเตะไทยที่จะไปค้าแข้งลีกอาชีพอย่าง “เจลีก” ของญี่ปุ่น อาจจะเป็น “วีระเทพ ป้อมพันธ์” ก็เป็นได้…

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon