คอลัมน์เกรียนเขียนบอล : เหนื่อยแน่นอน

คอลัมน์เกรียนเขียนบอล : เหนื่อยแน่นอน

ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ รอบรองชนะเลิศ เกมแรก ไทย ชนะ เวียดนาม ไปก่อน 2-0 และน่าจะชนะมากกว่านั้น ถ้า ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไม่พลาดจุดโทษ

เกมนี้เหมือนผลัดกันเล่นคนละครึ่งเวลา เพราะครึ่งแรกไทยทำได้ดี แต่ครึ่งหลังเวียดนามโหมบุกแหลกหวังประตู แต่ก็ทำไม่ได้ จนมีเสียงจากแฟนบอลช้างศึกว่า เกมนี้ไทยชนะเพราะโชคล้วนๆ เพราะทั้งความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่ง และเสากับคานที่ช่วยเซฟลูกยิงของ เหวียน กวง ไฮ เอาไว้

แต่ถ้ามองในระเบียบวินัยของแนวรับถือว่ามีสมาธิ ไม่ใจร้อน และทำตามแทคติคได้ดีกันหลายคน โดยเฉพาะ กฤษดา กาแมน ที่โดดเด่นขึ้นมาในช่วงหลัง คอยซ้อนคอยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดอยู่แค่ ฉัตรชัย บุตรพรม นายทวารที่เล่นเสี่ยงบ่อยเหลือเกิน โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมยังช่วยกันเคลียร์บอลทิ้งได้หลายจังหวะ

เกมครึ่งหลังทีมดาวทองแสดงให้เห็นถึงการเล่นบอลสวนกลับที่อันตรายมากๆ เมื่อตัดบอลจากแดนหลังได้ ก็โยนขึ้นหน้าได้แม่นยำ เต็มไปด้วยความเร็ว ขาดแค่เรื่องการจบสกอร์เท่านั้น และสกอร์ 2-0 ไม่ได้ทำให้อุ่นใจได้มากนักว่าจะเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้แน่ๆ

การที่ชนาธิปพลาดจุดโทษไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องเอามาโทษ ถึงแม้ว่าถ้าเขายิงเข้าไปจะเป็นทั้งแฮตทริกของตัวเอง และสกอร์ที่น่าจะช่วยให้ทีมเล่นง่ายขึ้นในเกมหน้า แต่ถ้าจะบอกว่าไทยชนะได้เพราะดวงและโชคดี ก็ต้องมีจังหวะที่ดวงไม่ดีกันบ้าง

เกมนัดสอง เวียดนามไม่มีทางเลือก จะต้องเดินหน้าใส่ไม่ยั้ง เพราะต้องยิงอีกถึง 3 ประตูกว่าจะเข้ารอบไปได้ และความคับแค้นใจจากความพ่ายแพ้ทีมอาเซียนด้วยกันในรอบ 5 ปีของทีมชุดใหญ่ นับตั้งแต่แพ้อินโดนีเซีย  1-2 ในซูซูกิคัพ รอบรองชนะเลิศ เมื่อ 5 ปีก่อน น่าจะเป็นแรงกระตุ้นในการกู้หน้าในแมตช์ต่อไป

ประตูแรกของเกมที่สองน่าจะเป็นประตูสำคัญของเกม เพราะถ้าไทยนำก่อนได้ ช่องว่างของสกอร์จะไปไกลถึง 3-0 แต่ถ้าเวียดนามได้ก่อน สกอร์ 1-2 น่าจะทำให้เกมดุเด็ดเผ็ดมันแบบไม่ควรกระพริบตาเลยก็ว่าได้

สิ่งสำคัญที่นักเตะช้างศึกจะต้องทำให้ได้เหมือนเกมแรก คือ การเก็บอารมณ์ ไม่ปล่อยใจไปกับการยั่วยุของอริเบอร์หนึ่งในอาเซียน เพราะจังหวะปะทะ ไล่เตะ หวดขา มีให้เห็นหลายครั้ง เมื่อไม่มีวีเออาร์และผู้ตัดสินไม่ทันเกม การเป่าในแต่ละจังหวะไม่โดนใจ ก็จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวตามมา

90 นาทีที่เหลือ ช้างศึกต้องเล่นเหมือนยังไม่มีความได้เปรียบอะไรอยู่ในมือ รัดกุม เชื่อว่า มาโน่ โพลกิ้ง มีรูปแบบการเล่นที่จะเจอความกดดันตลอดเกมเอาไว้อยู่แล้ว และน่าจะส่งนักเตะประสบการณ์สูงลงสนาม ลดความเสี่ยงเรื่องอารมณ์ ซึ่งจะมีผลเสียต่อทีม

เกมวันที่ 26 ธันวาคม อาจจะยังไม่ใช่รอบชิงชนะเลิศ แต่ถ้าทำได้ตามเป้า ก็ไม่ต่างอะไรจากการได้แชมป์ และทำให้เวียดนามรู้ว่า แชมป์เป็นยากก็จริง แต่การป้องกันแชมป์ยากกว่าเป็นไหนๆ และไทยก็มีประสบการณ์มานักต่อนักแล้ว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon