‘เงิน’ และ ‘ฮาว’ ปัจจัยพา ‘นิวคาสเซิล’ เหินฟ้า

‘เงิน’ และ ‘ฮาว’ ปัจจัยพา ‘นิวคาสเซิล’ เหินฟ้า

แม้ว่าทศวรรษที่ผ่านมาชื่อของ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะถูกพูดถึงในแง่ของทีมท้ายตารางที่ดิ้นรนตกชั้นไปวันๆ ฟอร์มการเล่นไม่ได้หวือหวา และเจ้าของเห็นแก่เงินมากกว่าความสำเร็จของสโมสร แต่ในปัจจุบันสาลิกาดงได้แปรสภาพเปลี่ยนไปเป็น “สาลิกาดง ตกถังน้ำมัน” จากการเข้ามาเทกโอเวอร์ของกลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย นี่นับว่าเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นหลังจากลุ่มๆ ดอนๆ อยู่หลายฤดูกาล

ก่อนหน้านี้นิวคาสเซิลที่มี ไมค์ แอชลี่ย์ เป็นเจ้าของสโมสร ถูกแฟนบอลตราหน้าว่าหิวเงิน เน้นกวาดกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง และให้งบเสริมทีมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ทีมลุ้นหนีตกชั้นมากกว่าลุ้นสร้างความสำเร็จเสียอีก แถมกว่า 13 ฤดูกาลที่แอชลี่ย์เป็นเจ้าของทีม ก็พานิวคาสเซิลตกชั้นไปทั้งหมด 2 ครั้ง

12 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ นิวคาสเซิลสะกดคำว่าชนะไม่เป็น เสมอ 6 แพ้ 6 เก็บได้ 6 แต้ม จมอยู่บ๊วยของตาราง เกมรับมีรอยรั่วหลายจุด ส่วนเกมรุกก็ไม่มีทรง เน้นความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นขับเคลื่อนเกมเสียเป็นส่วนใหญ่

ลองจินตนาการภาพตามว่า ถ้าหากนิวคาสเซิลที่มีเจ้าของเป็นเศรษฐีที่รวยเป็นอันดับที่ 2 ของโลกตกชั้นลงไปเล่นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ คงไม่มีนักเตะคนไหนอยากย้ายมาเล่น แม้จะมีงบในการเสริมทัพมากมายมหาศาล และนักเตะได้ค่าเหนื่อยแพงก็ตาม ซึ่งถ้าหากนิวคาสเซิลตกชั้นจริงๆ คงจะต้องใช้เวลาสร้างทีมอีกนานกว่าจะกลับขึ้นมาได้

การที่บอร์ดบริหารตัดสินใจแต่งตั้ง เอ็ดดี้ ฮาว อดีตกุนซือบอร์นมัธ ผู้ที่พาทีมเล่นเกมรุกเปิดหน้าแลกกับคู่แข่ง เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเกือบๆ กลางฤดูกาล ถือว่าบอร์ดตัดสินใจถูกต้องแล้ว แม้ในช่วงแรกจะยังไม่เห็นผลนัก แต่ผลงานหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

ฮาวคุมนิวคาสเซิลมาแล้ว 14 นัดในพรีเมียร์ลีก เก็บได้ 20 แต้ม แพ้เฉพาะทีมที่อยู่ในกลุ่ม “บิ๊ก 6” อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เลสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซน่อลเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจหนึ่งอย่างนั่นก็คือ นับตั้งแต่ปฏิทินเข้าสู่ปี 2022 นิวคาสเซิลยังไม่แพ้ในลีกเลยแม้แต่นัดเดียว แบ่งเป็น ชนะ 4 เสมอ 2 เก็บได้ 14 จาก 18 แต้ม ยิงไป 9 ประตู และเสียเพียง 3 ประตูเท่านั้น ส่งผลให้ผลพรรคสาลิกาดงดีดตัวพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง มีแต้มห่างจากโซนตกชั้น 4 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

ด้วยผลงานที่ดีในช่วงหลังอาจเป็นผลพวงมาจากการที่ได้แข้งดีๆ มาเสริมทีม ทั้ง คีแรน ทริปเปียร์, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์, คริส วู้ด และ บรูโน่ กีมาเรส เข้ามาในช่วงตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมที่ผ่านมา นับว่าเข้ามายกระดับของทีมได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะทริปเปียร์ที่เข้ามาเป็นอาวุธอันตรายทางกราบขวา ในเกมที่พบกับแอสตัน วิลล่า ทริปเปียร์ก็เป็นคนยิงฟรีคิกเป็นประตูชัยตัดสินเกมให้ทีมคว้า 3 แต้มสำคัญ และในเกมที่เจอกับเอฟเวอร์ตันก็ซัดประตูปิดกล่องอีกต่างหาก เห็นได้ชัดเลยว่าทริปเปียร์เข้ามาเป็นตัวความหวังของทีมชนิดที่จะขาดไปไม่ได้แม้แต่เกมเดียว แม้ปัจจุบันแบ๊กขวารายนี้มีอาการบาดเจ็บอยู่ก็ตาม

เส้นทางการแข่งขันยังมีเกมให้ลงเตะกันอีกสิบกว่านัด อาจจะมีทีมในโซนตกชั้นทำผลงานได้อย่างร้อนแรงพลิกกลับขึ้นมาอยู่เหนือโซนตกชั้น และถีบนิวคาสเซิลหล่นลงไปอยู่ในโซนแดงอีกครั้งก็เป็นไปได้

ถ้าหากฮาวสามารถพานิวคาสเซิลอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกต่อไป ไม่แน่ว่าในซัมเมอร์ที่กำลังจะถึงนี้ เราน่าจะได้เห็นนิวคาสเซิลแปลงโฉมตัวเองกลายเป็นทีมที่ขึ้นไปลุ้นแย่งโควต้าฟุตบอลยุโรป เหมือนกับที่เชลซีและแมนฯซิตี้ เศรษฐีรุ่นพี่ที่เคยทำเอาไว้ ก็เป็นได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon