‘เพื่อไทย’ คืนชีพ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ มั่นใจทำได้ใน 100 วัน ถ้าเป็นรัฐบาล

28.03.23 | 11:14 น.

‘เพื่อไทย’ คืนชีพ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ มั่นใจทำได้ใน 100 วัน ถ้าเป็นรัฐบาล

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬา พรรคเพื่อไทย และนายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะที่ปรึกษา นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา, นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม

ผศ.พิมลกล่าวว่า นโยบายนี้เคยเกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างปี 2544-2549 ที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และประสบความสำเร็จอย่างมาก ในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่ได้เหรียญรางวัลมากถึง 6 เหรียญ หลังจากเกิดการปฏิวัติก็ได้ยกเลิกไป ถึงแม้จะเอากลับมาอีกครั้งก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเดิม จนปัจจุบันเหลือเพียงสมาคมกีฬาเทควันโดฯเพียงสมาคมเดียวที่ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่ปี 2548 มาจนถึงตอนนี้

ผศ.พิมลกล่าวอีกว่า เมื่อเห็นประโยชน์และความสำเร็จจากนโยบายนี้ในอดีต ทำให้เพื่อไทยอยากจะนำกลับมาอีกครั้ง ที่สำคัญรัฐวิสาหกิจไทยกว่า 20 แห่ง มีกำไร 2 แสนล้านบาทต่อปี ถ้าเจียดมาสัก 1 เปอร์เซ็นต์ มาช่วยวงการกีฬา ก็จะสร้างสิ่งดีๆ ให้ทั้งสังคม เศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยิ่งนักกีฬาไทยได้เหรียญทอง ได้ฟังเพลงชาติไทย เป็นความสุขของคนไทย ครั้งนี้ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้สำเร็จภายใน 100 วันแรก โดยแนวทางจะตั้งคณะกรรมการที่ดูแลโดยกระทรวงการคลัง 7-9 คน พิจารณาการสนับสนุนสมาคมกีฬาต่างๆ ช่วงแรกเน้นไปที่กีฬาสากลที่มีในโอลิมปิกเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, ซีเกมส์ ที่หวังผลเป็นเลิศได้

ผศ.พิมลกล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐวิสาหกิจจะได้รับจากการสนับสนุนสมาคมกีฬานี้ จะได้สิทธิผู้สนับสนุนมีที่นั่งในคณะกรรมการบริหารสมาคมอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง รวมทั้งสามารถตรวจสอบความโปร่งใสเรื่องงบการเงินของสมาคมได้ ที่สำคัญสมาคมต้องสร้างผลในระดับนานาชาติซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดในการสนับสนุนต่อไปในอนาคตด้วย

Advertisement

“สมาคมที่ใช้เงินเยอะก็ต้องจับกับรัฐวิสาหกิจที่เงินเยอะหน่อย ต้องเป็นการพูดคุยกันว่าสมาคมไหนเหมาะกับหน่วยงานไหน ไม่มีอะไรตายตัว แต่จะอธิบายกับรัฐวิสาหกิจว่าสร้างประโยชน์กับวงการกีฬาและประเทศ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจอย่างไรบ้าง” ประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬา พรรคเพื่อไทย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจุบันกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีงบประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี ในการสนับสนุนวงการกีฬา จะทับซ้อนกับนโยบาย 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส หรือไม่ ผศ.พิมลกล่าวว่า จากประสบการณ์ในการบริหารสมาคมกีฬาเทควันโดฯ งบจากทางกองทุนไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด เพราะมีระเบียบกำหนดอยู่ นโยบายนี้จึงจะเข้ามาสนับสนุนได้มากขึ้น ช่วยให้การทำงานยืดหยุ่นได้มากขึ้น ไม่ติดอยู่กับกรอบเดิมๆ

ส่วนการรักษาเจ้าอาเซียนในมหกรรมซีเกมส์ ผศ.พิมลมองว่า ที่ผ่านมาในทุกครั้งที่พรรคเป็นรัฐบาล กีฬาไทยมีสถิติที่ดีมากอยู่เสมอ ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าต่อ เพราะซีเกมส์เป็นศักดิ์ศรีของคนไทย

“ส่วนตัวผมเองเข้ามาช่วยเหลือในด้านกีฬา ไม่ได้กลับเข้ามาเล่นการเมือง ไม่ได้ต้องการตำแหน่งใดๆ แต่อยากเห็นวงการกีฬาไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งเหมือนตอนที่เพื่อไทยเคยเป็นรัฐบาล” ผศ.พิมลกล่าว