‘ผี’โค่น‘ชุดขาว’รอบ 5 ปี ผงาดทีมลูกหนังมูลค่าสูงสุดโลก ราคา‘กว่าแสนล้าน’!

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ภาพ AFP)

“ฟอร์บส์” สื่อด้านการเงินประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากประเทศอังกฤษ เป็นทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดโลกครั้งแรกในรอบ 5 ปี เหนืออีก 2 ยักษ์ใหญ่จากประเทศสเปน อย่างบาร์เซโลน่า และรีล มาดริด เจ้าของตำแหน่งเดิม 4 ปีติดก่อนหน้านี้ ด้วยมูลค่า 3,689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (125,426 ล้านบาท / อัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐ 34 บาท) หรือเพิ่มจากปีก่อน 11 เปอร์เซ็นต์

ก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” ที่ได้โจเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายใหญ่เชลซี, รีล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และเอฟซี ปอร์โต้ มาคุมทัพฤดูกาลแรก และพาทีมได้สิทธิกลับไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปรายการใหญ่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า 2017-18 ในฐานะแชมป์สโมสรยุโรปรายการเล็ก ยูฟ่า ยูโรป้าลีก เพิ่งได้รับการยกย่องจาก “เคพีเอ็มจี” 1 ใน 4 บริษัทดังที่ให้บริการด้านการตรวจสอบภาษี, รับปรึกษา, ดูแลความเสี่ยงขององค์กรต่างๆ และแนะนำด้านการเงิน

ให้เป็นสโมสรฟุตบอลมูลค่าสูงสุดโลก 3,004 ล้านยูโร (117,156 ล้านบาท / อัตรา 1 ยูโร 39 บาท) หรือราว 3,384 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหนืออันดับ 2 รีล มาดริด 2,895 ล้านยูโร (3,261 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอันดับ 3 บาร์เซโลน่า 2,688 ล้านยูโร (3,028 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ส่วนฟอร์บส์เผยรายละเอียดว่า การรวบรวมรายรับต่างๆ รวมทั้งหนี้สินสุทธิ จนทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดโลก มาจากรายได้ทั้งหมดในฤดูกาล 2015-16 โดยแปลงเป็นค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อัตราล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2017

ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีมูลค่าสูงสุดโลก 3,689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (125,426 ล้านบาท) ตามด้วยอันดับ 2 บาร์เซโลน่า 3,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (123,590 ล้านบาท) เพิ่มจากปีก่อน 2 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 3 รีล มาดริด 3,580 ดอลลาร์สหรัฐ (121,720 ล้านบาท) ตกจากปีก่อน 2 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ปีศาจแดงยังมีรายได้สูงสุดตามไปด้วย 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (26,010 ล้านบาท) และรายได้จากการหักรายจ่าย 288 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,792 ล้านบาท) มากกว่า “บาร์ซ่า” และทีม “ราชันชุดขาว” ทั้งหมด หลังบาร์เซโลน่ามีรายได้ 688 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (23,392 ล้านบาท) เท่ารีล มาดริด ด้านรายได้ที่หักจากจ่าย 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,468 ล้านบาท) น้อยกว่ารีล มาดริด ที่มีรายได้ส่วนนี้ 181 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,154 ล้านบาท)

สำหรับอันดับที่เหลือจากทั้งหมด 20 ทีม

อันดับ 4 “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จากประเทศเยอรมนี 2,713 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (92,242 ล้านบาท), อันดับ 5 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ 2,083 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (70,822 ล้านบาท), อันดับ 6 “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล จากอังกฤษ 1,932 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (65,688 ล้านบาท), อันดับ 7 “สิงห์บลู” เชลซี จากอังกฤษ 1,845 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (62,730 ล้านบาท)

อันดับ 8 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ 1,492 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (50,728 ล้านบาท), อันดับ 9 “ม้าลาย” ยูเวนตุส จากประเทศอิตาลี 1,258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (42,772 ล้านบาท), อันดับ 10 “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จากอังกฤษ 1,058 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (35,972 ล้านบาท), อันดับ 11 “เปแอสเช” ปารีส แซงต์แชร์แมง จากประเทศฝรั่งเศส 841 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (28,594 ล้านบาท)

อันดับ 12 “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากเยอรมนี 808 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (27,472 ล้านบาท), อันดับ 13 “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน จากอิตาลี 802 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (27,268 ล้านบาท), อันดับ 14 “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด 732 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (24,888 ล้านบาท), อันดับ 15 “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากอังกฤษ 634 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (21,556 ล้านบาท)

อันดับ 16 “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้ จากเยอรมนี 629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (21,386 ล้านบาท), อันดับ 17 “หมาป่า” อาแอส โรม่า จากอิตาลี 569 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (19,346 ล้านบาท), อันดับ 18 “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี 537 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (18,258 ล้านบาท), อันดับ 19 “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ 413 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (14,042 ล้านบาท) และอันดับ 20 นาโปลี จากอิตาลี 379 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (12,886 ล้านบาท)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon