กอล์ฟหญิง 2017 กับมือ 1 ของโลกทั้ง 5

ตั้งแต่วงการกอล์ฟหญิงนำการระบบนับคะแนนสะสมแบบเดียวกับผู้ชายมาใช้ในการจัดอันดับโลกนักกอล์ฟหญิงครั้งแรกเมื่อปี 2006 จนถึงปัจจุบัน มีโปรกอล์ฟสาวสลับสับเปลี่ยนกันครองบัลลังก์มือ 1 ของโลกรวมทั้งสิ้น 14 ราย

คนแรกคือ อันนิก้า ซอเรนสตัม ตำนานสะวิงชาวสวีดิชซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟหญิงที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยขึ้นเป็นมือ 1 ในการจัดอันดับครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี 2006

ส่วนคนล่าสุดสดๆ ร้อนๆ กับการจัดอันดับโลก “โรเล็กซ์ เวิลด์ แรงกิ้ง” เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน คือ เฟิง ฉานฉาน นักกอล์ฟสาวชาวจีน เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 3 รายการในปีนี้ และเพิ่งคว้าแชมป์มา 2 สัปดาห์ติดในศึก โตโต้ เจแปน คลาสสิก ที่ญี่ปุ่น กับ บลูเบย์ แอลพีจีเอ ที่บ้านเกิด โดยเฟิงนับเป็นนักกอล์ฟชาวจีนคนแรกไม่ว่าชายหรือหญิงที่ไต่อันดับขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ

สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากประวัติศาสตร์วงการกอล์ฟแดนมังกรคือ ในปีนี้มีนักกอล์ฟไม่ซ้ำหน้ากันขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกมากถึง 5 คนด้วยกัน เป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่จัดอันดับโลกมา เนื่องด้วยแต่ละคนต่างทำผลงานโดดเด่นสูสีจนคะแนนเฉลี่ยใกล้เคียงกันมาก

เป็นสถานการณ์คล้ายๆ กับเมื่อปี 2010 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมือ 1 ของโลกรวมแล้วถึง 9 ครั้ง แต่เป็นเหมือน “สมบัติผลัดกันชม” ระหว่างโปรสาว 3 คน คือ ชิน จีเอ (เกาหลีใต้), ไอ มิยาซาโตะ (ญี่ปุ่น) และ คริสตี้ เคอร์ (สหรัฐอเมริกา)

แตกต่างจากปีนี้ที่แต่ละคนเบียดแซงกันขึ้นมาเป็นมือ 1 ขึ้นแบบไม่ซ้ำหน้าอยู่กับจังหวะผลงานในช่วงนั้นๆ จริงๆ

เริ่มต้นจาก ลิเดีย โค โปรสาวชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายเกาหลีที่ห่างแชมป์มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2016 โดน “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวมือ 1 ของไทย เบียดแซงขึ้นไปเป็นมือ 1 โลกเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน

การขึ้นเป็นมือ 1 ของโปรเมไม่ถือเป็นเรื่องพลิกโผหรือน่าแปลกใจแต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว โปรสาวไทยวัย 21 คนนี้ ระเบิดฟอร์มสุดยอด คว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ได้ถึง 5 รายการ ในจำนวนนั้นเป็นแชมป์เมเจอร์ 1 รายการ อีกทั้งยังกวาดรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีหลายสถาบัน ร่วมด้วยโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท) จากคะแนนสะสม “เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ” จนนักวิจารณ์และแฟนกอล์ฟทั่วโลกมองว่า เอรียาต้องขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกแน่นอน เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

ก่อนโปรเมจะขึ้นเป็นมือ 1 ในเดือนมิถุนายน เกิดดราม่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเว็บไซต์ของแอลพีจีเอทัวร์ตีข่าวว่า สาวไทยจะขึ้นเป็นมือ 1 ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น แต่เมื่อคำนวณโดยละเอียดเข้าจริงๆ กลับยังมีแต้มตามหลังโคอยู่ 0.01 คะแนน แอลพีจีเอ จึงเกิดอาการ “เงิบ” และ “หน้าแตก” ครั้งใหญ่ กระทั่งสัปดาห์ถัดมา โปรเมคว้าแชมป์ที่ 6 ของตัวเองจากรายการ มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก จึงขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยสถานการณ์ตอนนั้นคะแนนเฉลี่ยของโปรเม โค และ รยู โซยอน สาวเกาหลีที่มาแรงตั้งแต่ปลายปีที่แล้วค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก หลังจากนั่งบัลลังก์อยู่ 2 สัปดาห์ จึงโดนโซยอนที่ปีนี้ติดอันดับท็อปเท็น 12 จาก 22 รายการ แย่งมือ 1 ไปในวันที่ 26 มิถุนายน

ช่วงครึ่งหลังของปี โซยอนไม่เปรี้ยงเท่ากับครึ่งแรก มีไม่ผ่านตัดตัวบ้าง ติดอันดับ 30-40 กว่าบ้าง สุดท้ายจึงโดน ปาร์ก ซอง ฮยอน เพื่อนร่วมชาติแซงขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกคนใหม่เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน หรือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปาร์กเป็นนักกอล์ฟเกาหลีใต้คนที่ 4 ที่ได้ครองมือ 1 ของโลกต่อจากชิน จีเอ, ปาร์ก อินบี และรยู โซยอน แม้จะเพิ่งเข้าร่วมแอลพีจีเอเป็นปีแรก แต่เป็นที่จับตามองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากทำผลงานโดดเด่นในโคเรีย แอลพีจีเอทัวร์ที่บ้านเกิด คว้าแชมป์ได้ถึง 10 รายการในปี 2015-2016 และมีจุดเด่นทั้งการตีไกลและแม่นยำ

ปีนี้ปาร์กลงแข่งขัน 22 รายการ คว้าไป 2 แชมป์ เป็นเมเจอร์เสีย 1 (ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น), ติดอันดับท็อป 5 อีก 7 รายการ และหลุดอันดับท็อป 25 เพียง 3 รายการเท่านั้น

สาวเกาหลีวัย 24 ปี กลายเป็น “รุกกี้” หรือผู้เล่นปีแรกของทัวร์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ก้าวไปเป็นมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ อีกทั้งยังติดอันดับท็อปเท็นสถิติต่างๆ ของทัวร์อีกหลายอย่าง ได้แก่ ทำเงินรางวัลสูงสุด (อันดับ 1), คะแนนสะสม “เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ” (อันดับ 2), คะแนนสะสมนักกอล์ฟยอดเยี่ยม (อันดับ 3), สกอร์เฉลี่ย (อันดับ 2), เบอร์ดี้ (อันดับ 5), ระยะไดรฟ์เฉลี่ย (อันดับ 8)

แม้จะทำผลงานโดดเด่นขนาดนี้ แต่ความที่เฟิง ฉานฉาน เองก็ทำผลงานได้ดีสม่ำเสมอตลอดปี เพราะนอกจากจะคว้าแชมป์มากที่สุด 3 รายการ (เท่ากับ คิม อิน คยอง) แล้ว ยังติดท็อปเท็นมากที่สุดถึง 12 จาก 21 รายการที่ร่วมแข่งขัน คิดเป็น 57 เปอร์เซ็นต์ จึงส่งให้เธอขึ้นเป็นมือ 1 คนใหม่แทนปาร์ก ซอง ฮยอน ที่ครองอยู่เพียงสัปดาห์เดียว

อย่างไรก็ตาม ดังที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่าปีนี้มีนักกอล์ฟทำผลงานโดดเด่นไล่เลี่ยกัน มีความเป็นไปได้ที่บัลลังก์มือ 1 ของวงการกอล์ฟหญิงจะต้องเปลี่ยนมืออีกครั้งหลังจบการแข่งขันรายการสุดท้ายของปีในศึก ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายนนี้

และเมื่อเข้าฤดูกาลใหม่ในปีหน้า หากทุกคนยังรักษาฟอร์มฮอตได้อย่างต่อเนื่อง เผลอๆ การชิงตำแหน่งมือ 1 ของโลก อาจจะดุเดือดยิ่งกว่าปีนี้อีกหลายเท่า!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ได้3นักกอล์ฟมือสมัครเล่น ลุยศึก’สิงห์-เซอร์กิต’ที่สมุย
บทความถัดไปกพท.แจงขั้นตอนขึ้นทะเบียนผู้บังคับอากาศยานโดรน