กระทิงดุยุคใหม่ ในวันที่ไม่มี ‘ติกี้-ตาก้า’

(AP Photo/Sergei Grits)

กระทิงดุยุคใหม่ ในวันที่ไม่มี ‘ติกี้-ตาก้า’

ในบรรดาทีมใหญ่ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ยูโร 2024 ครั้งนี้ สเปน ดีกรีอดีตแชมป์สูงสุด 3 สมัย เป็นหนึ่งในทีมเต็งอันดับรองๆ ที่แฟนบอลส่วนใหญ่มองว่าน่าจะยังเป็นรองทีมเต็งอีกหลายทีม

กระนั้น ทีมกระทิงดุก็ประเดิมสนามนัดแรกได้อย่างสวยหรู ด้วยการถล่ม โครเอเชีย ถึง 3-0

สถิติหนึ่งที่ทำให้หลายคนสะดุด คือสถิติการครองบอลของสเปนตลอดทั้งแมตช์ที่คิดเป็น 46 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากข้อมูลของบริษัทเก็บสถิติกีฬา ออปต้า บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกในการลงสนามเกมที่มีความหมาย 137 นัดหลังสุดที่สเปนครองบอลน้อยกว่าคู่แข่ง

Advertisement
(AP Photo/Petr Josek)

ครั้งสุดท้ายที่เกิดสถิติดังกล่าวขึ้น ต้องย้อนไปในการแข่งขัน ยูโร 2008 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งกระทิงดุเฉือนชนะ เยอรมนี 1-0 ด้วยสถิติครองบอล 46 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน

ขณะที่ทัวร์นาเมนต์อื่นๆ หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก, ยูโร, คอนเฟดเดอเรชั่นส์คัพ หรือเนชั่นลีก สเปนล้วนครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งทั้งสิ้น

เรียกว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของฟุตบอลสเปนมายาวนานกับสไตล์การเคาะบอลสั้นส่งกันไปมาเพื่อทำเกม หรือที่เรียกว่า ติกี้-ตาก้า (Tiki-taka) ซึ่งช่วยให้สเปนประสบความสำเร็จในฟุตบอลนานาชาติทั้งระดับทีมชาติและสโมสร

Advertisement

สไตล์ติกี้-ตาก้าเป็นที่รู้จักในปี 2006 กับทีมกระทิงดุในยุคของกุนซือ หลุยส์ อราโกเนส ผู้ล่วงลับ โดยอราโกเนสพาทีมคว้าแชมป์ ยูโร 2008 ก่อน บีเซนเต้ เดล บอสเก้ เข้าไปรับช่วง และพากระทิงดุเป็นแชมป์ ฟุตบอลโลก 2010 ต่อเนื่องด้วยการป้องกันแชมป์ยูโรในปี 2012

(AP Photo/Sunday Alamba)

กล่าวกันว่า สเปนได้รับอิทธิพลจากสไตล์การเล่นของฟุตบอลระดับสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า ซึ่งมีนักเตะติดทีมชาติจำนวนมาก โดยบาร์ซ่ายุคของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มี 2 ตำนานอย่าง ชาบี้ เอร์นานเดซ และ อันเดรส อิเนียสต้า คอยคุมแดนกลางที่ทำให้การส่งบอลสั้นต่อกันไปมามีประสิทธิภาพสูง

เป๊ปพยายามอธิบายว่า ฟุตบอลของเขาและบาร์ซ่าไม่ใช่ติกี้-ตาก้า เพราะไอเดียไม่ได้อยู่แค่การเคาะบอลสั้นกันไปมา แต่ทุกครั้งที่มีการผ่านบอล ต้องมีความหมาย ไม่ใช่สักแต่ครองบอลให้มากที่สุดเท่านั้น

และถึงจุดหนึ่ง คู่แข่งก็เริ่มจับทางและหาวิธีแก้เกมได้ ประกอบกับนักเตะหลายคนเริ่มอายุมากขึ้น สไตล์ติกี้-ตาก้า ก็ไม่ได้ทรงประสิทธิภาพเหมือนก่อน

บาร์ซ่าเริ่มห่างแชมป์ ขณะที่สเปนตกรอบฟุตบอลโลก 2 ครั้งล่าสุดด้วยสถิติการผ่านบอลตลอดเกมกว่า 1,000 ครั้ง แต่กลับยิงประตูคู่แข่งไม่ได้ และไปพ่ายในการดวลจุดโทษ (แพ้รัสเซียในปี 2018 และแพ้โมร็อกโกในปี 2022)

ลามีน ยามาล (AP Photo/Petr Josek)

หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ เข้าไปรับช่วงคุมทีมชาติสเปนหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2022 และปฏิวัติการเล่นของทีมใหม่ ให้เล่นบอลไดเรกต์มากขึ้น ครองบอลให้มีความหมายมากขึ้น เน้นทำเกมเร็วโดยอาศัยความสดใหม่ของนักเตะดาวรุ่งในทีม โดยเฉพาะ 2 ปีกดาวรุ่ง ลามีน ยามาล เจ้าของสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโร 16 ปี 338 วัน กับ นิโก้ วิลเลียมส์ วัย 21 ปี

ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับแผงกองกลางตัวเก๋าของโครเอเชีย ได้แก่ ลูก้า โมดริช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ มาเตโอ โควาซิช ซึ่งมีอายุรวมกัน 99 ปี และได้ผลอย่างดีเยี่ยม

ไม่ใช่ว่าไม่เน้นครองบอลเสียทีเดียว เพราะจากสถิติช่วง 10 นาทีแรกของเกม สเปนก็ครองบอลมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เมื่อเกมเริ่มดำเนินไป ก็มีการปรับเปลี่ยนสไตล์ เน้นการทำเกมเร็วมากขึ้น

ฟาเบียน รุยซ์ กองกลางกระทิงดุ หนึ่งในคนที่ทำประตูในเกมนัดเปิดสนามยูโรบอกว่า สิ่งสำคัญคือการคว้าชัยชนะและเล่นให้ดี ไม่ใช่สถิติการครองบอล

(AP Photo/Manu Fernandez)

ขณะที่เด ลา ฟูเอนเต้ กล่าวว่า จุดเด่นอย่างหนึ่งของทีมสเปนเวลานี้คือความสามารถในการยืดหยุ่นและปรับตัวในเกม ที่สามารถปรับแทกติกได้ตามความเหมาะสมเมื่อเจอกับสถานการณ์ตรงหน้า สร้างความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์เกมมากมาย จะครองบอลก็ได้ จะเน้นทำเกมบุกเร็วก็ได้ รวมถึงการปรับเกมจากรับเป็นรุกหรือรุกเป็นรับได้อย่างรวดเร็ว

กล่าวคือ กระทิงดุยุคปัจจุบันไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง แต่มาในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น ไม่ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งโดยมีบรรดานักเตะเจนใหม่เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ

กลายเป็นสเปนยุคใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น และอาจสร้าง “เซอร์ไพรส์” ที่ใครคาดไม่ถึงในทัวร์นาเมนต์นี้ก็เป็นได้!

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image