คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล : ช่วงเวลาวัดใจ

พลพรรค “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับ “ทอฟฟี่เมนส์” เอฟเวอร์ตัน ถึงถิ่น 2-0 นำตัวเองขึ้นไปยืนจ่าฝูงครั้งแรกนับตั้งแต่ 15 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา

นับเป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดของทีมที่มีประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์มาก่อน เดิมทีโปรแกรมระหว่างซิตี้กับเอฟเวอร์ตันจะต้องเจอกัน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ทำให้พรีเมียร์ลีกขยับโปรแกรมเป็นวันที่ 6 มีนาคม แต่ซิตี้ต้องการคุมความได้เปรียบด้วยการลงเล่นมากกว่าลิเวอร์พูล จึงขอเลื่อนมาเตะกลางสัปดาห์นี้ และคู่แข่งอย่างเอฟเวอร์ตันเองก็ยินยอมพร้อมใจเสียด้วย

การเลื่อนโปรแกรมครั้งนี้ บอกได้เลยว่าวินวิน ทั้งสองฝ่าย ซิตี้ได้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกดดันลิเวอร์พูลไปตลอดจนถึงสิ้นเดือนนี้ที่จะลงเล่นโปรแกรมเท่ากัน แต่เอฟเวอร์ตันก็ได้เปรียบตรงที่ก่อนเกม เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตซ์ ในวันที่ 9 มีนาคม จะได้พักเต็มๆ 1 สัปดาห์เช่นกัน แหม่! นอกจากเป็นเพื่อนบ้านน่ารำคาญแล้ว ยังเป็นเพื่อนบ้านสุดแสบอีกด้วย

เอาจริงๆ ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว สิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องทำนั้น ไม่ได้มีอะไรยากเลย เพียงแค่ชนะในทุกเกมที่เหลือ ยังไงแชมป์ก็ยังอยู่ในมือของพวกเขาแน่นอน

แต่สิ่งที่มันจะยากคือ ครึ่งฤดูกาลหลัง นอกจากจะมีเรื่องของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว การจะไล่ตบทีมเล็กเหมือนครึ่งฤดูกาลแรกมันไม่ง่ายเช่นนั้นแน่ เพราะทุกทีมต่างมีเป้าหมายของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของการหนีตกชั้น ตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บรรดาทีมหัวตารางเล่นได้ลำบากขึ้น

อีกทั้งตอนนี้สถานการณ์ยากลำบากตรงที่จะต้องลงเล่นด้วยความกดดันที่โปรแกรมเตะน้อยกว่า แล้วมีสิทธิ์จะต้องเป็นทีมรองจ่าฝูงไปเรื่อยๆ จนกว่าโปรแกรมจะเท่ากันเหมือนเดิม หรือ ซิตี้ จะพลาดเองอีก ซึ่งอย่างหลังก็เป็นไปได้ยากพอสมควร


ดังนั้นมันคือช่วงเวลาวัดใจของลิเวอร์พูล ทั้งตัวนักเตะและกองเชียร์ ว่าจะฝ่ามันไปได้หรือไม่ ใครก็ตามที่เคยเชียร์ลิเวอร์พูลมา น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าสำหรับหงส์แดงนั้น ไม่เคยมีแชมป์ไหนได้มาอย่างง่ายดายเลยสักครั้ง

เกมกับ บอร์นมัธ วันเสาร์นี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะจะได้ลงเล่นก่อนซิตี้ ที่จะเจอกับ เชลซี ในวันอาทิตย์ มีโอกาสขยับนำ 3 แต้มอีกครั้ง เพื่อกดดันซิตี้ที่มีเกมใหญ่รออยู่

อยู่ที่กุนซือเมืองเบียร์แล้วหล่ะ ว่าในช่วงเวลานี้ จะสามารถเรียกความมั่นใจของลูกทีมตัวเองกลับมาได้หรือไม่ หลังจากพลาดท่าเสมอใน 2 เกมหลังสุด แบบที่ต้องเรียกว่าฟอร์มออกทะเลไปไกล ทั้งแนวรับและแนวรุก

ผมเชื่อว่าทุกทีมจะต้องมีช่วงเวลาลำบากกันอยู่บ้าง เมื่อมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน เหมือนอย่างซิตี้ ที่ขาด**แฟร์นันดินโญ่** แล้วแพ้มา 2 เกมรวด แต่หงส์ยังโชคดีที่แค่เสมอ ไม่ถึงกับแพ้ไปเลย
อยากให้มองโลกในแง่ดีกันบ้าง แล้วก็ช่วยกันลุ้น ช่วยกันเชียร์ต่อไป

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เผย พระวิสัยทัศน์ ‘ทูลกระหม่อมฯ’ ที่นำไปสู่โครงการ ‘To Be number one’
บทความถัดไปสยามไม่สิ้นคนดี! หนุ่มทำกระเป๋าตังค์หาย เจอพลเมืองดีส่งไปรษณีย์ คืนให้ถึงที่