สกู๊ปพิเศษ : ได้เวลา ‘หงส์’ เฮเสียที?

Reuters

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่านไป 6 นัด อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ แต่ด้วยสถานการณ์ขณะนี้ ลงท้ายคงไม่พ้นการแย่งกันเป็นหนึ่งระหว่าง 2 ทีมหัวตาราง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหมือนฤดูกาลที่แล้ว

จะต่างก็ตรงครั้งนี้หงส์แดงมาแรงตั้งแต่เริ่ม เก็บชัย 6 นัดติด มี 18 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างเรือใบสีฟ้าที่พลาดสะดุดเสมอ 1 แพ้ 1 มาระหว่างทางถึง 5 คะแนน

เควิน เด บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ของซิตี้เตือนความจำแฟนๆ ว่าอย่าเพิ่งรีบฟันธง เพราะฤดูกาลที่แล้ว เรือใบเคยตามถึง 7 แต้ม ขณะที่เหลือเกมเตะอีกไม่มากนัก แต่ก็ยังพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกันได้โดยมีแต้มเหนือหงส์ 1 แต้ม

อย่างไรก็ตาม เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ๊กตัวเก่งของลิเวอร์พูลก็ชี้ให้เห็นความแตกต่างของฤดูกาลนี้กับฤดูกาลที่แล้วเช่นกัน

Reuters

เทรนต์ชี้มุมมองน่าสนใจว่า ฤดูกาลก่อน กุนซือ เยอร์เก้น คล็อปป์ บอกให้ลูกทีมเรียนรู้และศึกษาจาก รีล มาดริด ดูว่าราชันชุดขาวทำยังไงในการเล่นเกมลีกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เนื่องจากมีดีกรีเป็นแชมป์ยุโรปถึง 3 สมัยซ้อนมาก่อนหน้านี้

กล่าวคือเรียนรู้จาก “ผู้ชนะ” ว่าเขาทำอย่างไรจึงไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้ และจะด้วยบังเอิญหรือไม่ไม่ทราบได้ หงส์แดงก็กรุยทางสู่ตำแหน่งแชมป์ได้ในที่สุด

มาฤดูกาลนี้ เทรนต์บอกว่า ลิเวอร์พูลพยายามศึกษาจากแมนฯซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ในฐานะที่เรือใบสามารป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ สิ่งที่เรียนรู้ไม่ใช่สไตล์การเล่น แต่เป็นเรื่องของ “ใจ” วิธีคิด และการรับมือสถานการณ์ยากลำบากที่ต้องเผชิญ

แต่ไหนแต่ไรมา หงส์แดงมักจะโดนมองว่า มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจเวลาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมาก่อน ทั้งยังห่างจากแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมานานถึงเกือบๆ 30 ปีแล้ว เรียกว่าพอใกล้แชมป์ทีก็เกิดอาการเกร็ง พอโดนทีมตามหลังไล่บี้หนักๆ ก็เผลอสะดุดทำถ้วยหลุดมือไปดื้อๆ

ตัวคล็อปป์เองก็กดดัน เพราะก่อนหน้านี้รับงานคุมทัพมา 4 ปี ไม่เคยมีแชมป์ติดมือแม้แต่รายการเดียว ได้แต่เกือบๆ จนโดนแฟนทีมอื่นล้อเลียนอยู่บ่อยครั้ง

กระทั่งฤดูกาลที่แล้ว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อหงส์แดงปลดล็อกคว้าแชมป์แรกภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวเยอรมัน แถมยังเป็นแชมป์ใหญ่อย่างถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่พรีเมียร์ลีกเองถึงจะพลาดไปหวุดหวิด แต่ก็ทำสถิติรองแชมป์ที่มีแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ 97 คะแนน เป็นรองทีมแชมป์อย่างซิตี้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

การคว้าแชมป์ยุโรปช่วยคลายความกดดันให้ทั้งนักเตะและสต๊าฟโค้ชได้มาก ทั้งยังสร้างความมั่นใจ และทำให้มีสมาธิมุ่งมั่นกับการลุ้นแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ได้มากขึ้น แน่นอนว่าถ้าพลาดหวังจากถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ไปย่อมทำให้แฟนๆ เสียดาย แต่เพราะเพิ่งได้ถ้วยใหญ่นี้ไปเมื่อฤดูกาลก่อน หากมีถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกมาประดับหิ้งแทน เชื่อว่าคงไม่มีแฟนคนไหนบ่นแน่นอน

เรื่องสไตล์การเล่น เกมบุกของหงส์ยังคงมีประสิทธิภาพ ส่วนเกมรับถึงจะกระท่อนกระแท่นไปบ้าง แต่ก็อยู่ในจุดที่เน้นผลลัพธ์ได้

คล็อปป์เองก็ออกตัวไว้แต่เนิ่นๆ ว่า ไม่คิดจะแข่งขันกับแมนฯซิตี้เรื่องสไตล์การเล่น หลังจากเรือใบถล่ม วัตฟอร์ด 8-0 เป็นการกู้หน้าจากที่พลิกพ่าย นอริช ซิตี้ นัดก่อนหน้านี้ เพราะสิ่งสำคัญคือการเก็บแต้มมากกว่า

Reuters

แน่นอนว่าการบดขยี้ “แตนอาละวาด” คือสัญญาณเตือนจากเรือใบและกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ว่าพวกเขายังไม่ท้อหรือถอดใจแม้จะโดนหงส์ทิ้งห่าง 5 แต้มตั้งแต่ต้นฤดูกาล

ตอนนี้ผ่านมา 6 นัด ลิเวอร์พูลกำลังบินสูงด้วยสถิติสวยหรู แต่ต้องไม่ลืมว่า เกมรับของทีมยังมีจุดผิดพลาดให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งผู้รักษาประตูหลังจาก อลิสซอน เบ๊คเกอร์ นายทวารบราซิเลียน ได้รับบาดเจ็บต้องพักยาวตั้งแต่ต้นฤดูกาล

งานนี้ต้องดูกันยาวๆ ว่า เมื่อฤดูกาลผ่านไป หงส์แดงจะยังรักษาความร้อนแรงไว้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หรือจะมีนักเตะตัวหลักคนใดโชคร้ายได้รับบาดเจ็บระหว่างทางหรือไม่ หรือต่อให้สะดุดไปบ้าง ก็จะยังเน้นผลเก็บแต้มจนไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือเปล่า

เพื่อที่เหล่า “เดอะ ค็อป” จะได้ฉลองชัยหลังจากการรอคอยที่ยาวนานเสียที

บทความก่อนหน้านี้โบอิ้งจ่ายชดเชยเหยื่อแม็กซ์ 737 คนละกว่า 4.5 ล้าน
บทความถัดไป09.00 INDEX สถานการณ์ “งูเห่า” การเมือง อาการ โรครัฐธรรมนูญอักเสบ