สโมสรพรีเมียร์ลีก มีมติหวนใช้กฎเปลี่ยนตัว 3 คน สำรอง 7 คนตามเดิมซีซั่นหน้า

Photo : Reuters

สโมสรพรีเมียร์ลีก มีมติหวนใช้กฎเปลี่ยนตัว 3 คน สำรอง 7 คนตามเดิมซีซั่นหน้า

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม บรรดาสโมสรใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีมติลงคะแนนโหวตให้การแข่งขันฤดูกาลหน้า 2020-21 กลับไปใช้กฎเปลี่ยนตัวสำรอง 3 คน และส่งรายชื่อตัวสำรองได้ 7 คนตามเดิม

ก่อนหน้านี้ศึกพรีเมียร์ลีกต้องระงับการแข่งขันตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม เพราะเจอปัญหาการระบาดของโควิด-19 ก่อนกลับมาเตะในโปรเจ็กต์รีสตาร์ตช่วงกลางเดือนมิถุนายนจนปิดซีซั่นในปลายเดือนกรกฎาคม

โดยในระหว่างนี้โปรแกรมเตะนั้นอัดแน่นสุดสุด จึงเลือกใช้กฎเฉพาะกิจที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ได้อนุญาตให้ลีกต่างๆ สามารถเปลี่ยนตัวต่อเกมเพิ่มเป็น 5 คนและส่งรายชื่อตัวสำรอง 9 คน ซึ่งความจริงแล้ว ฟีฟ่าและไอเอฟเอบีอนุญาตให้บรรดาลีกต่างๆ สามารถใช้กฎพิเศษนี้ได้จนจบฤดูกาลหน้า 2020-21 แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละลีกเองว่าจะเลือกใช้ต่อหรือไม่

ล่าสุดในการประชุมทั้ง 20 ทีมของสโมสรในพรีเมียร์ลีก รวมถึงน้องใหม่อย่างลีดส์ ยูไนเต็ด, เวสบรอมวิช และฟูแล่ม ในวันที่ 6 สิงหาคมนั้น มีรายงานว่า บรรดาสโมสรครึ่งบนของพรีเมียร์ลีกนั้นต่างสนับสนุนเชลซีที่ต้องการให้ใช้กฎเปลี่ยนตัว 5 คนต่อ

อย่างไรก็ตามเสียงโหวตในประเด็นนี้ไม่เป็นผลเนื่องจากมีเสียงสนับสนุนไม่ถึง 2 ใน 3 (หรือ 14 จาก 20 สโมสร) เพราะบรรดาทีมเล็กนั้นต่างมองว่า อาจเสียเปรียบทีมบิ๊กเนมที่ทรัพยากรนักเตะดีกว่าและเปลี่ยนตัวได้มากกว่า จึงส่งผลให้ฤดูกาลหน้าพรีเมียร์ลีกจะกลับไปใช้กฎเปลี่ยนตัวได้ 3 คนต่อเกมและมีตัวสำรอง 7 คนต่อแมตช์ตามเดิม

ขณะเดียวกันสโมสรต่างๆ ยังเห็นพ้องให้ใช้วีเออาร์ช่วยตัดสินในระบบตามคำแนะนำของฟีฟ่า ที่เน้นให้ผู้ตัดสินหลักในสนามจะต้องวิ่งไปดูจอมอนิเตอร์ในจังหวะกังขา ทั้งการได้ประตู, ใบแดง หรือจุดโทษ

หากผู้รักษาประตูเซฟจุดโทษได้แต่เท้าไม่อยู่บนเส้นประตูขณะคู่แย่งยิงตามกฎ วีเออาร์ก็สามารถให้คำแนะนำเพื่อสั่งให้ยิงใหม่ได้เช่นกัน แต่จะไม่ครอบคลุมกรณีที่คู่แข่งยิงไปชนเสาหรือยิงหลุดนอกกรอบ เว้นแต่การยืนนอกเส้นของมือกาวนั้นจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญจนทำให้คู่แข่งยิงพลาด

นอกจากนี้ จังหวะยิงจุดโทษ ในกรณีที่ผู้เล่นคนอื่นวิ่งเข้ามาในกรอบและส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ในการยิง จะถูกตัดสินโดยดูจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่ายกายที่อยู่บนพื้นในจังหวะที่ยิงว่าล้ำเข้ามาในกรอบหรือไม่ ซึ่งหากส่งผลต่อการยิงจริง วีเออาร์ก็สามารถแนะให้ผู้ตัดสินสั่งให้ยิงใหม่ได้เช่นกัน

ส่วนกรณีของการล้ำหน้า จะยังคงใช้วีเออาร์ช่วยตัดสินอย่างละเอียดยิบเช่นเคย ส่วนผู้ช่วยผู้ตัดสินนั้นไม่ต้องยกธงล้ำหน้าในจังหวะก้ำกึ่งได้ โดยจะยกธงฟ้องก็ต่อเมื่อจังหวะดังกล่าวนั้นมีส่วนทำให้เกิดโอกาสในการทำประตูโดยสมบูรณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon