คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล By Stivie T : บททดสอบของแชมป์เก่า

คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล By Stivie T : บททดสอบของแชมป์เก่า

อย่างที่หลายคนบอกกันว่าการเป็นแชมป์เปี้ยนคือเรื่องยาก แต่ที่ยากกว่าคือการรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กำลังเจอบททดสอบสำคัญ กับการต้องเสียเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังคนที่สำคัญที่สุดในทีมไป ซึ่งคาดว่าจะต้องพลาดเกมตลอดฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

จะว่าไปย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ก็น่าหงุดหงิดใจจริงๆ ที่คนทำผิดกลับไม่ถูกลงโทษ

จะมาบอกว่าเป็นการเข้าฟุตบอลในจังหวะนั้นก็คงไม่น่าใช่ เพราะถ้าแค่เข้าบอลก็ไม่ต้องหนีบขาคู่แข่งแบบนั้นก็ได้

หวังว่าจะมีการลงโทษย้อนหลัง เพื่อให้ จอร์แดน พิคฟอร์ด รู้ตัวว่าการเข้าบอลแบบนั้นส่งผลต่ออาชีพนักฟุตบอลของเพื่อนร่วมอาชีพได้เลย

กลับมาที่ฟาน ไดค์ กันต่อ อาการบาดเจ็บ Anterior Cruciate Ligament (เอซีแอล) หรือ ส่วนที่เป็นเอ็นไขว้รูปกากบาทหน้าเข่า นับเป็นจุดที่ถ้าเจ็บแล้วต้องพักไม่ต่ำกว่า 6-7 เดือนขึ้นไป จึงจะกลับมาหายดี

ที่ผ่านมาก็มีอเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอเลน รวมถึง โจ โกเมซ เองก็เคยบาดเจ็บตรงนี้เช่นกัน ทั้งคู่ใช้เวลารักษาไม่ต่ำกว่า 8 เดือน แล้วกลับมาก็ใช่ว่าจะฟอร์มเหมือนเดิม

จนตอนนี้ลิเวอร์พูลเองยังไม่ได้ออกมายืนยันช่วงเวลาที่ต้องพักทั้งหมดของฟาน ไดค์ บอกเพียงแต่ว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดเท่านั้น ก็คงจะต้องดูว่าจะกลับมาได้เร็วแค่ไหน แต่อย่างเร็วสุดเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 6-7 เดือน แน่นอน

ที่ผ่านมา เยอร์เก้น คล็อปป์ จะเจอกับคำถามที่ว่า จะเอาใครยืนคู่กับพี่เบิ้มดี จึงจะทำให้แนวรับแข็งแกร่งที่สุด แต่ตอนนี้คำถามใหม่มาแล้วคือ จะทำอย่างไรเพื่อทดแทนฟาน ไดค์ ให้ดีที่สุด

สถานการณ์ตอนนี้เซนเตอร์แบ๊กในทีมชุดใหญ่ (เซนเตอร์แท้ๆ) เหลือแค่ โจเอล มาติป กับ โจ โกเมซ 2 คนเท่านั้น ในขณะที่ที่ผ่านมา ทั้งคู่ผลัดกันเจ็บตลอด 3 วันดี 4 วันไข้ ไม่มีใครยืนระยะยาวๆ ได้สักคน

คนต่อมาที่ยืนเซนเตอร์แบ๊กได้ ก็คือ ฟาบินโญ่ ที่ลงเล่นในเกมกับเชลซีเมื่อนัดที่ 2 ของฤดูกาล และทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งกับการหยุดเกมรุกเชลซี ส่วนอีกคนหนึ่งถ้าหากจำเป็นก็เอาไปยืนได้ ก็คือจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม

กัปตันหงส์แดง เคยรับหน้าที่ตรงนี้มาแล้วในเกมฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ กับ มอนเตอร์เรย์ แต่ถามว่าดีไหม ถือว่าพอใช้ได้ละกัน และถ้าเอาเฮนโด้มายืนตรงนี้ จะเสียพลังใดแดนกลางไป ดูแล้วไม่คุ้มเสียเลย

หรือบางทีอาจจะเป็นโอกาสแจ้งเกิดของเซนเตอร์ดาวรุ่ง ทั้ง แนท ฟิลลิปส์ (คนนี้ก็ไม่ดาวรุ่งละนะ) หรือรีห์ส วิลเลี่ยมส์ ที่ปีนี้ได้ลงคาราบาว คัพ ทั้ง 2 นัด แล้วก็ทำได้ดี (แถมทรงเหมือนลูกพี่ไดค์ด้วย) รวมถึงบิลลี่ คูเมติโอ ที่ได้รับโอกาสตอนอุ่นเครื่อง เช่นเดียวกับ เซปป์ ฟาน เดน แบร์ก อีกหนึ่งกองหลังดาวรุ่งชาวดัตช์ (ทั้ง 2 คนหลังรูปร่างสูงใหญ่ทั้งคู่)

เมื่อปีก่อนว่ากันว่าเหตุที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดแชมป์ คือการเสีย อายเมอริค ลาปอร์ต ไปทั้งฤดูกาล แต่ของลิเวอร์พูล ถือว่าหนักว่าที่ซิตี้เสียลาปอร์ตเยอะมาก

ดังนั้นมาดูกันว่า คล็อปป์ แอนด์ โค จะสามารถรับมือกับการเสียพี่ใหญ่ในแผงหลังได้ดีแค่ไหน

แล้วจะสามารถป้องกันแชมป์ได้หรือไม่

นี่คือบททดสอบสำคัญของแชมป์เก่าเลย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ธอส. คลอด ‘สลากเกล็ดดาว’ ขายวันแรก 20 ต.ค. ออม 5 พัน ลุ้น 1 ล้านบาททุกเดือน
บทความถัดไปกอร.ฉ. เตรียมดำเนินคดีเพจข่าวดัง 2 สำนักไลฟ์สดซ้ำ สลายการชุมนุม