เลวานดอฟสกี้ก็ช่วยไม่ได้! โปแลนด์ 10 คน พ่ายสโลวาเกีย 1-2 เปิดฉากยูโร 2020 กลุ่มอี

มิลาน สคริเนียร์ ทำประตูชัยให้สโลวาเกีย (Photo by Dmitri Lovetsky / POOL / AFP)

เลวานดอฟสกี้ก็ช่วยไม่ได้! โปแลนด์ 10 คน พ่ายสโลวาเกีย 1-2 เปิดฉากยูโร 2020 กลุ่มอี

ศึกฟุตบอล “ยูโร 2020” นัดเปิดสนาม กลุ่มอี เป็นเกมเตะระหว่างโปแลนด์กับสโลวาเกีย ที่เครสตอฟสกี้ สเตเดียม นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ลงเอยด้วยชัยชนะของสโลวาเกีย 2-1 ขณะที่โปแลนด์เหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงกลางครึ่งหลัง

เกมนี้ โปแลนด์ใช้ระบบ 3-1-4-2 ผู้เล่น 11 ตัวจริง ประกอบด้วย : วอยเช็ก เชซส์นี่ย์, บาร์ตอสซ์ เบเรสซินสกี้, คามิล กลิก, แยน เบดนาเร็ก, เซรกอร์ซ ครีโคเวียก, คามิล ยอซเวียก, มาเทอุสซ์ กลิค, การอล ลิเน็ตเต้, มาจี รีบุส, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ปิโอเตอร์ เชลินสกี้

ส่วนสโลวาเกียเล่นในระบบ 4-2-3-1 ผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบด้วย : มาร์ติน ดูบราฟก้า, ปีเตอร์ เปการิก, ลูโบเมียร์ ซัตก้า, มิลาน สคริเนียร์, โทมัส ฮูโบคาน, ยูไรจ์ คุชก้า, ยาคุบ ฮโรมาด้า, ลูคัส ฮาราสลิน, มาเร็ก ฮัมซิก, โรเบิร์ต มัก, ออนเดรจ์ ดูด้า

REUTERS/Evgenia Novozhenina

ช่วงต้นเกม โปแลนด์เน้นครองบอลบุกได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยพยายามจะส่งบอลให้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงจากสโมสรบาเยิร์น มิวนิก แต่สโลวาเกียซึ่งเน้นแผนตั้งรับ พยายามตามประกบและไม่ปล่อยให้เลวานดอฟสกี้มีจังหวะเล่นบอลง่ายๆ

แม้ว่าโปแลนด์จะครองบอลและบุกได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับเป็นสโลวาเกียที่ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 18 จากความสามารถเฉพาะตัวของโรเบิร์ต มัก ที่พาบอลขึ้นทางกราบซ้าย หลอกล่อหนี 2 กองหลังโปแลนด์ตัดเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนสับไกยิง ลูกไปชนโคนเสา แล้วเด้งไปโดนตัววอยเช็ก เชซส์นี่ย์ นายทวารโปแลนด์ที่พุ่งเซฟแล้วกระดอนเข้าประตู เป็นการทำเข้าประตูตัวเองให้สโลวาเกียขึ้นนำ 1-0

นอกจากนี้ เชซส์นี่ย์ยังทำสถิติเป็นนายทวารคนแรกที่ทำลูกเข้าประตูตัวเองในการแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบสุดท้ายอีกด้วย

REUTERS/Kirill Kudryavtsev

หลังจากมีประตูเกิดขึ้น รูปเกมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้โปแลนด์จะครองบอลได้มากกว่า แต่ยังไม่มีจังหวะลุ้นประตูจะจะ ขณะที่สโลวาเกียเล่นเกมรับอย่างมีวินัย และอาศัยจังหวะสวนกลับ ทำเกมบุกได้หวือหวากว่า

สุดท้ายต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก สโลวาเกียนำ 1-0

ครึ่งหลังเริ่มต้นได้ไม่ถึงนาที โปแลนด์ก็ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะการต่อบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนมาจี รีบุส เปิดบอลให้การอล ลิเน็ตเต้ ซัดแบบไม่จับเข้าไป ตีเสมอ 1-1

(Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / POOL / AFP)

หลังจากนั้น โปแลนด์เริ่มโหมบุกมากขึ้น โดยสปีดบอลเร็วขึ้นกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด

แต่ขณะที่โปแลนด์ทำท่าจะตั้งหลักทำเกมหวังประตูขึ้นนำได้ ก็ต้องมาเสียเปรียบอีกครั้ง เมื่อเซรกอร์ซ ครีโคเวียก ไปย่ำใส่ยาคุบ ฮโรมาด้า จนโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามในนาที 62

หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น สโลวาเกียก็ทำเกมได้ง่ายขึ้น และได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาที 69 จากจังหวะเตะมุมซึ่งมิลาน สคริเนียร์ กองหลังอินเตอร์ มิลาน ได้บอลใกล้ๆ กับกรอบเขตโทษ ก่อนสับไกผ่านแผงแนวรับของโปแลนด์เข้าไปอย่างสวยงาม สโลวาเกียนำ 1-0

โปแลนด์ยังไม่ถอดใจ โหมบุกหวังแก้ประตูคืน แต่ยังจบสกอร์ได้ไม่คมพอ โดยนาทีสุดท้ายของเกม แยน เบดนาเร็ก ได้จังหวะสับไกด้านซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่บอลโค้งผ่านเสาออกไป

ช่วงทดเจ็บนาที 90+3 การอล สวิแดร์สกี้ กองหน้าตัวสำรอง ซัดไกลจากแถวๆ กรอบเขตโทษ แต่ลูกพุ่งไปตรงตำแหน่งที่ดูบราฟก้า นายทวารสโลวาเกียยืนอยู่ จึงรับไว้แบบไร้ปัญหา จบเกมสโลวาเกียชนะ 2-1

REUTERS/Kirill Kudryavtsev

 

 

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon