‘โรแบร์โต้ มันชินี่’ ปลุกผี ‘อัซซูรี่’ สู่ทีมลุ้นแชมป์?

REUTERS/Alessandra Tarantino

‘โรแบร์โต้ มันชินี่’ ปลุกผี ‘อัซซูรี่’ สู่ทีมลุ้นแชมป์?

หลังผ่านไป 2 นัด อิตาลี กลายเป็นทีมที่แฟนบอลและสื่อจับตามองในฐานะทีมเต็งทีมหนึ่งของศึก ยูโร 2020 ด้วยฟอร์มการเล่นที่หลายคนบอกว่า ดูสนุกกว่าอัซซูรี่ยุคก่อน

อิตาลียุคนี้ไม่มีสตาร์ที่ดังโดดกว่าใคร ไม่ได้เป็นสไตล์รับแน่นรอสวนกลับ เน้นเอาผล ชนะ 1-2 ลูก อันเป็นเครื่องหมายการค้ามายาวนาน และเป็นแผนที่ทำให้พวกเขาครองตำแหน่งแชมป์โลกมาแล้วถึง 4 สมัย
อิตาลีตอนนี้เป็นทีมที่เล่นอย่างเป็นระบบ มีทีมเวิร์กที่ดี เป็นทีมคนหนุ่มที่กล้าเล่น กล้าบุก กล้าเสี่ยง

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ต้องยกเครดิตให้ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือวัย 56 ปี ผู้เข้าไปฉุดอิตาลีที่กำลังดำดิ่งอยู่ก้นเหวให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

(Photo by Filippo MONTEFORTE / AFP)

ย้อนไปเมื่อปี 2017 อิตาลีเจอวิกฤติครั้งใหญ่เมื่อไม่สามารถคว้าโควต้าเข้าร่วม ฟุตบอลโลก 2018 เป็นการพลาดตั๋วเวิลด์คัพรอบสุดท้ายครั้งแรกในรอบ 60 ปี

หลังจากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ บรรดาสตาร์ดังมือเก๋าทยอยโบกมือลาทีมชาติ ทั้ง จานลุยจิ บุฟฟ่อน, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, อันเดรีย บาร์ซายี่ 3 แข้งจากชุดแชมป์โลกปี 2006 เพื่อเปิดทางให้อัซซูรี่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีตั้งมันชินี่ อดีตกุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อินเตอร์ มิลาน เข้าไปกุมบังเหียนทีมชาติแทน จาน เปียโร เวนตูร่า ที่โดนปลด ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนบอล

โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ อดีตกองกลางเชลซีและทีมชาติอิตาลี บอกว่า มันชินี่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมชาติจากผลงานการเป็นโค้ชมายาวนาน กับดีกรีการพาอินเตอร์คว้าแชมป์ลีก 3 สมัย และเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย รวมถึงบอลถ้วยอีกหลายรายการ การรับงานคุมทีมชาติของเขาจึงจุดประกายความหวังว่าอัซซูรี่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

นอกจากมันชินี่จะเข้าไปปรับสไตล์การเล่นของทีมแล้ว ทัศนคติของทีมก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย

อิตาลีไม่ยึดติดกับการเล่นฟุตบอลด้วยความระแวดระวัง แต่ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเล่นเกมรับอย่างมีวินัย มันชินี่เลือกใช้ระบบ 4-3-3 ที่มีความคล่องตัวสูง

ก่อนยูโรเปิดฉาก อิตาลีลงเล่น 16 นัด ยิงไป 50 ประตู และเสียประตูให้คู่แข่งเพียง 3 ลูกเท่านั้น ส่วนยูโรหนนี้ ทีมจากแดนมะกะโรนีลงเล่นไป 2 นัด ยิงได้ถึง 6 ลูก และยังไม่เสียประตูเลย

REUTERS/Mike Hewitt

มันชินี่พยายามผสมผสานผู้เล่นมากประสบการณ์เข้ากับดาวรุ่ง โดยให้ตัวเก๋าๆ อย่าง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ มายืนเป็นแกนหลักในแนวรับ ขณะเดียวกันไม่กลัวที่จะใช้งานดาวรุ่งแม้ในตอนที่พวกเขายังไม่ได้แจ้งเกิดในเวทีลูกหนังระดับสโมสรเต็มตัวนั

เช่นการให้โอกาส นิโคโล่ บาเรลล่า กองกลางวัย 21 ปี ได้ติดธงครั้งแรก แม้ว่าเวลานั้นเขาจะยังอยู่กับกายารี่ (ก่อนจะย้ายไปอินเตอร์ มิลาน ในเวลาต่อมา)

นอกจากนี้ยังมี เจียโคโม่ ราสปาโดรี่ กองหน้าวัย 21 ปี ที่หลายคนยกไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง เปาโล รอสซี่ มาแล้ว

จนถึงขณะนี้มีนักเตะที่มันชินี่ใช้งานตั้งแต่เข้าไปคุมทีมชาติเมื่อปี 2018 รวม 67 เป็นแข้งหน้าใหม่ที่ได้ลงเล่นทีมชาติครั้งแรกถึง 35 คน หรือเกินครึ่ง!

ถึงตรงนี้ ทุกอย่างดูจะไปได้สวยสำหรับอิตาลี ผลงานในสนามดี นักเตะยิ่งเล่นก็ยิ่งมั่นใจขึ้น แฟนบอลก็แฮปปี้เพราะเป็นอิตาลีที่ดูสนุก ไม่น่าเบื่อเหมือนเมื่อก่อน

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าคู่แข่ง 2 นัดแรกของอัซซูรี่ยังเป็นทีมระดับกลางอย่างตุรกีและสวิตเซอร์แลนด์ ยังไม่ใช่คู่แข่งระดับท็อปหรือทีมเต็งทีมอื่น

เมื่อถึงรอบน็อกเอาต์ บรรยากาศการแข่งขันย่อมเปลี่ยนไป การเล่นในเวทีระดับโลกครั้งแรกสำหรับแข้งหนุ่มหลายคนต้องรอดูว่าเมื่อเข้ารอบลึกจะส่งผลกับสภาพจิตใจหรือไม่

อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือการที่สภาพความฟิตของผู้เล่นตัวเก๋าๆ ที่เป็นเหมือนเสาหลักของทีม อย่างคิเอลลินี่ กัปตันทีม ซึ่งได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก

เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยและบททดสอบสำคัญเพื่อพิสูจน์ว่ามันชินี่กับลูกทีมพร้อมจะเป็นแชมป์ยูโร 2020 แล้วหรือยัง?

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เชียงใหม่ รับฟังปัญหาสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ ที่ ดอยสะเก็ด หลังชุมชนขอแผนชัด
บทความถัดไปรายงานหน้า2 : กิตติพันธ์ ปานจันทร์ โชว์ภารกิจยกระดับ‘ขนส่งทางราง’