‘ฟินแลนด์’ ใน ‘ยูโร2020’ การเฉลิมฉลองที่รอคอยเกือบศตวรรษ

ฟินแลนด์ กลายเป็นทีมน้องใหม่ของฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และเป็นรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์อย่างยูโรและฟุตบอลโลกครั้งแรกของประเทศนี้ด้วย

สหพันธ์ฟุตบอลฟินแลนด์ก่อตั้งมาแล้ว 112 ปี ตั้งแต่ปี 1907 พวกเขาพยายามนับครั้งไม่ถ้วนที่เข้ารอบสุดท้ายรายการเมเจอร์ให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่สำเร็จ แม้จะมีนักเตะอย่าง ยารี่ ลิตมาเน่น ยอดดาวยิงที่เคยค้าแข้งทั้งกับอายแอ็กซ์, บาร์เซโลน่า, ลิเวอร์พูล ซามี่ ฮูเปีย ยอดกองหลังลิเวอร์พูล หรือ มิกาเอล ฟอร์สเซลล์ กองหน้าเชลซี

จริงๆ แล้วฟินแลนด์เปิดสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) มาตั้งแต่ปี 1908 แต่ร่วมลงเตะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งแรก ในฟุตบอลโลก 1938 และยูโร รอบคัดเลือก เป็นครั้งแรก ในยูโร 1968 ก่อนที่จะตีตั๋วไปยูโร 2020 รอบสุดท้ายได้ ฟินแลนด์นับเป็นชาติเดียวในแถบสแกนดิเนเวียที่ไม่เคยไปเล่นฟุตบอลยูโรหรือฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเลย ได้แต่นั่งมองสวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์ โลดแล่นกันทุกครั้ง

โอกาสใกล้เคียงที่ทัพนกฮูกเหยี่ยวแห่งนอร์ดิกจะทำสำเร็จ ต้องย้อนไป 12 ปีที่แล้ว ในยูโร 2008 รอบคัดเลือก นัดสุดท้ายถ้าฟินแลนด์ชนะโปรตุเกสได้ พวกเขาจะสร้างประวัติศาสตร์ได้ทันที แต่วันนั้นจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 โปรตุเกสคว้าตั๋วไป ส่วนฟินแลนด์ได้รางวัลปลอบใจด้วยการขยับเป็นอันดับ 33 ของโลก สูงที่สุดเท่าที่เคยทำได้ แต่มันก็ไม่ต่างอะไรจากการที่ถูกสาวปฏิเสธรักให้เป็นได้แค่เพื่อนสนิท

ช่วงเวลากว่า 80 ปีที่รอคอยสิ้นสุดลงทันที หลังจากที่เสียงนกหวีดในเทเลีย 5จี-อารีน่า ดังขึ้น ฟินแลนด์ของ มาร์กกู กาเนอร์ว่า ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ยูโร 2020 ด้วยการจบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มเจ พวกเขาเอาชนะลิคเตนสไตน์ไป 3-0 เสียงไชโยโห่ร้องและการเฉลิมฉลองดังขึ้นไปทั่วประเทศ และเป็นการทำให้ 4 ชาติในสแกนดิเนเวียได้ไปเล่นรอบสุดท้าย ศึกยูโรได้ครบทั้งหมดแล้ว (ครั้งนี้ยังลุ้นนอร์เวย์ในการเพลย์ออฟ)

ว่ากันว่าความร้อนแรงของ ทีมู ปุ๊กกี้ กองหน้านอริช ซิตี้ มาได้ถูกที่ถูกเวลา ถึงแม้ว่าในช่วงหลังเขาจะไม่ได้ยิงประตูระเบิดระเทิงในพรีเมียร์ลีก อังกฤษได้ แต่กับทีมชาติก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างคงเส้นคงวา ในรอบคัดเลือกยูโร 2020 เฉพาะปี 2019 เขายิงไป 8 ประตู และถ้ารวมตลอดรอบคัดเลือกกดไปคนเดียว 9 ประตู

“มันจะต้องมีปาร์ตี้แน่ๆ พวกเราต้องฉลองความสำเร็จครั้งนี้อย่างสุดเหวี่ยง ความสำเร็จครั้งนี้ต้องยกให้โค้ช เพราะเราหลายคนอยู่กับเขามาตั้งแต่ตอนเล่นทีมยู21 เขารู้ว่าต้องทำยังไงที่จะให้พวกเราเล่นออกมาให้ดีที่สุด วันนี้เป็นวันที่คนในวงการฟุตบอลฟินแลนด์รอคอยมานานแสนนาน การได้เล่นทีมชาติเป็นความฝันสูงสุดของผม แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาประสบความสำเร็จได้แบบวันนี้” ปุ๊กกี้ระเบิดความรู้สึกหลังจบเกมสุดท้ายของรอบคัดเลือก

มาร์กกู กาเนอร์ว่า กุนซือทีมชาติฟินแลนด์ ได้รับคำชมอย่างมากมายในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เขาเคยทำทีมฟินแลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโร ยู 21 เมื่อปี 2009 มาแล้ว ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่ทำได้ของรุ่นยู 21 

ฟินแลนด์ยู 21 ในวันนั้น มีปุ๊กกี้, ทิม สปาร์ฟ มิดฟิลด์กัปตันทีม, จูนา ตอยวิโอ, จุกก้า ไรตาล่า สองกองหลังตัวเก๋า ที่ยังเป็นกำลังหลักมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากอยู่กับชุดเล็กมา 6 ปี คาเนอร์ว่าก็ถูกขยับให้เป็นผู้ช่วยโค้ชในทีมชุดใหญ่ ระหว่างปี 2011-2016 และรับตำแหน่งเฮดโค้ชเต็มตัวเมื่อปี 2016 ถือเป็นการเลื่อนชั้นมาพร้อมกับนักเตะที่เขาปลุกปั้นขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้มีความเข้าใจในตัวนักเตะหลายๆ คนอย่างมาก 

สิ่งที่ทำให้แฟนบอลหลายคนมองโลกในแง่ดีว่าฟินแลนด์มีโอกาสจะควอลิฟายเข้ารอบสุดท้ายได้ คือการที่กาเนอร์ว่าพาทีมคว้าแชมป์กลุ่ม 2 ของฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีกซี ได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ร่วมกลุ่มกับฮังการี, กรีซ ที่ชื่อชั้นเหนือกว่า และเอสโตเนีย 

ไม่มีใครรู้ว่านกฮูกเหยี่ยวแห่งนอร์ดิกจะลงเอยอย่างไรในยูโร 2020 รอบสุดท้าย แต่การบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในช่วงเวลานี้ก็เพียงพอแล้วกับรางวัลแห่งการทุ่มเทของคนฟุตบอลฟินแลนด์ ชัยชนะ คะแนน ประตูที่ยิงได้ในรอบสุดท้าย ถือเป็นโบนัสให้กับทุกคน

ฟุตบอลฟินแลนด์ถูกแช่แข็งจากทัวร์นาเมนต์มาเกือบ 100 ปี ทุกวันนี้มันตื่นขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่มอเตอร์สปอร์ตหรือฮอกกี้น้ำแข็งเท่านั้นที่สร้างความสุขให้กับคนทั้งประเทศได้

บทความก่อนหน้านี้ยูเอ็นเผยมีเด็กกว่าแสนคนถูกสหรัฐคุมตัวจากการย้ายถิ่น
บทความถัดไปดาวกับดวง วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 โดยพิมพ์พรร (คลิป)