องค์กรลูกหนังโลกออกกฎใหม่เพิ่มโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

Reuters

องค์กรลูกหนังโลกออกกฎใหม่เพิ่มโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

บอร์ดบริหารสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ซึ่งทำหน้าที่กำหนดกฎกติกาต่างๆ ในวงการลูกหนังโลก แถลงเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ว่า ไอเอฟเอบีได้อนุมัติให้ทดลองใช้กฎใหม่ อนุญาตให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นกรณีพิเศษทันทีที่มีนักเตะในสนามได้รับบาดเจ็บกระทบกระเทือนที่สมอง

ทั้งนี้ แม้ว่าทีมนั้นๆ จะเปลี่ยนตัวผู้เล่นครบโควต้าแล้ว แต่มีนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บบที่ศีรษะ ก็จะสามารถเปลี่ยนตัวได้ทันที และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้น ทีมฝ่ายตรงข้ามก็จะได้สิทธิเปลี่ยนตัวในเวลาเดียวกันด้วยเช่นกัน โดยจะอนุญาตให้ลีกต่างๆ ที่ต้องการทดลองใช้กฎนี้ เริ่มปฏิบัติได้ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป

อันที่จริงแล้ว ไอเอฟเอบีตั้งใจจะเริ่มทดลองใช้กฎนี้ในการแข่งขันฟุตบอล มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว แต่เพราะสถานการณ์โรคระบาดทำให้ต้องเลื่อนแข่งขันจากปีนี้เป็นปีหน้า

นอกจากนี้ ไอเอฟเอบียังมีมติให้อนุโลมใช้กฎเปลี่ยนตัวผู้เล่น 5 คนต่อนัด ออกไปอีก สืบเนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด-19” ที่ทำให้โปรแกรมแข่งขันฤดูกาลนี้ถี่กว่าปกติ จนนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บจำนวนมาก โดยจะยืดเวลาให้ฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยในประเทศสามารถใช้กติกาเปลี่ยนตัวสำรอง 5 คน ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2021 ส่วนการแข่งขันระดับนานาชาติ ใช้ได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม ปี 2022

ด้านสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงพร้อมทดลองใช้กติกาเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะในศึกเอฟเอคัพ, วีเมนส์ เอฟเอคัพ, วีเมนส์ ซุปเปอร์ลีก และลีกฟุตบอลหญิงในประเทศ

ขณะที่พรีเมียร์ลีกนั้น คาดว่าจะรับกฎใหม่เรื่องเปลี่ยนตัวจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะเช่นกัน แต่จะอนุมัติใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับเสียงข้างมากในการโหวตของ 20 สโมสรพรีเมียร์ลีกเสียก่อน ซึ่งเป็นประเด็นที่โค้ชหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เรื่องการเปลี่ยนตัวสำรอง 5 คน ไม่ได้รับการอนุมัติเหมือนลีกอื่นๆ เพราะมีทีมที่คัดค้านเนื่องจากกลัวจะเกิดความเสียเปรียบได้เปรียบกันขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นายกฯยันกำลังเดินหน้าแผนฟื้นฟูขสมก. ชี้ ถ้ามัวขัดแย้งกัน จะเดินต่อไม่ได้
บทความถัดไป“บขส.”จัด 5 พันเที่ยวรองรับผู้โดยสารเดินทางช่วงปีใหม่วันละแสนคน คาดปีนี้ผู้ใช้บริการลดลง 30%