‘สมยศ’อยากให้’ไทยลีก’เพลย์ออฟตกชั้นป้องกันการเตี๊ยม-เชื่อไทยมีลุ้นแชมป์อาเซียน

(แฟ้มภาพ) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยในเรื่องของการแข่งขันฟุตบอลไทยในปี 2020 ที่จะมาถึงว่า อย่างที่รู้กันดีว่าฟุตบอลไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมเลื่อนชั้นโดยให้ทีมอันดับ 1-2 เลื่อนชั้นอัตโนมัติ และทีม 3-6 เพลย์ออฟกัน โดยใช้การเล่นแบบเหย้า-เยือน เพราะต้องการเห็นแฟนบอลเข้าสนามกันเยอะๆ

บิ๊กอ๊อด กล่าวต่อว่า จริงๆ มีหลายสโมสรพยายามเสนอให้ทีมไทยลีก 1 ต้องเพลย์ออฟหาทีมตกชั้นด้วย เนื่องจากกลัวเกี่ยวกับการเจรจาลับหลังกัน เพราะบางทีมรอดตกชั้นแล้ว อาจจะช่วยบางทีมให้อยู่รอดปลอดภัย จึงเสนอให้มีการเพลย์ออฟตั้งแต่อันดับ 12 ลงมา แทนการใช้ 3 อันดับสุดท้าย

“แต่นี่เป็นเพียงแนวคิดที่บางสโมสรเสนอมาเท่านั้น ซึ่งเราคงต้องคุยกับทีมในไทยลีก 1 กันก่อน และเชื่อว่าคงมีหลายทีมที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าพลาดขึ้นมาเขามีสิทธิ์ไปอยู่โซนท้ายตารางได้เลย แต่ฟุตบอลจะสนุกตื่นเต้น คนดูจะเต็มสนาม นี่คือการแก้ปัญหาของลีกในยุโรป เบลเยียม ฮอลแลนด์ ที่คนดูไม่เข้าสนาม”

ประมุขลูกหนังไทย กล่าวเสริมถึงเรื่องจำนวนทีมว่า ตอนนี้ 16 ทีมถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับประเทศไทย หลายคนพยายามบอกว่าทำไมไม่จัด 20 ทีม เหมือนกับอังกฤษ ก็เพราะด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ของไทยนั้นไม่เหมือนอังกฤษ อังกฤษสามารถจัดโปรแกรมให้ลงเตะตั้งแต่ช่วงบ่ายได้ แต่ของไทยมันทำไม่ได้เพราะไม่สามารถจัดโปรแกรมเตะให้ลงตัว ดังนั้นตราบใดที่ยังเป็นนายกสมาคมฯ อยู่ ก็จะไม่มีการเพิ่มให้เป็น 18 หรือ 20 ทีมแน่นอน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ถ้าหากทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี สามารถคว้าโควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่นได้ จะมีการพักลีกเพื่อเตรียมทีมหรือไม่นั้น บิ๊กอ๊อด กล่าวว่า การประกาศหยุดลีกก็จะทำให้โปรแกรมการแข่งขันช่วงท้ายมันหนักขึ้น เรื่องนี้ต้องถามความเห็นของสโมสรด้วย แต่ยังเชื่อว่าถ้าหากเป็นรายการสำคัญๆ สโมสรจะให้ความร่วมมือแน่นอน

พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวถึงโควต้าของฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ในฤดูกาล 2021 (พ.ศ.2564) ไทยจะได้โควต้าเป็น 2+2 คือแชมป์ไทยลีก กับแชมป์เอฟเอคัพ ได้เล่นรอบแบ่งกลุ่ม และอันดับ 2-3 ในลีก จะได้เล่นรอบเพลย์ออฟ ซึ่งเรื่องนี้เป็นทางสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียที่กำหนดมาเอง หรืออย่างเช่นการแข่งขันชิงแชมป์สโมสรอาเซียน ที่สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) จัดขึ้นมา ไทยที่ได้ 2 สิทธิ์ ก็ถูกตั้งมาว่า 1 โควต้า ต้องเป็นแชมป์ไทยลีก ส่วนอีกโควต้าให้เลือกเอาระหว่างแชมป์บอลถ้วยหรืออันดับ 2 ไทยลีก

“ซึ่งตอนนี้แชมป์ลีกคัพยังว่างไม่มีโปรแกรมอยู่ จึงได้เสนอไป เพราะเมื่อก่อนยังมีศึกแม่โขงคัพ ที่นำแชมป์ลีกคัพไปแข่ง นอกจากนี้แชมป์ไทยลีกหากไม่อยากไปแข่งก็สละสิทธิ์ให้อันดับรองลงมาได้ แต่รายการนี้ถือว่ามีเงินรางวัลสูง แชมป์ได้ราว 9 ล้านบาท รวมกับอื่นๆ จะได้ถึง 15 ล้านบาทด้วยกัน ซึ่งรายการนี้ไทยมีโอกาสแชมป์สูง และมีลุ้นเงินรางวัลมากกว่าไปแข่งระดับเอเชียด้วย” บิ๊กอ๊อด ปิดท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แล้ง-แห้ง-ร้อน เราจะผ่านไปด้วยกัน
บทความถัดไป09.00 INDEX ตามกลิ่น ‘ธนาธร’ อนาคตใหม่ ผ่าน งบประมาณ ‘กลาโหม’