‘นิชิโนะ’รับทุกทีมเหนือกว่า ‘ช้างศึกหนุ่ม’ แต่ยังตั้งเป้าคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อคัด 3 ทีม ไม่รวมญี่ปุ่น ไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 เตรียมเปิดฉากฟาดแข้งกันในวันที่ 8 มกราคมนี้ โดยในกลุ่มเอ อิรัก พบ ออสเตรเลีย ที่สนามม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ในเวลา 17.15 น. จากนั้นคู่ที่สอง “ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย พบ บาห์เรน ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในเวลา 20.15 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 เอชดี (หมายเลข 35)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ได้มีการประชุมผู้จัดการทีม โดยทีมชาติไทยจะสวมเสื้อสีน้ำเงินลงแข่งขันทั้ง 3 นัด ขณะที่การตัดสินหาคนเข้ารอบหากมีมากกว่า 1 ทีมที่มีคะแนนเท่ากัน จะตัดสินด้วยเฮดทูเฮดก่อน แล้วค่อยตัดสินที่ประตูได้เสีย นอกจากนี้จะมีการใช้วิดีโอช่วยตัดสิน (วีเออาร์) ทุกนัด ขณะที่หากสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ จะถูกแบนอัตโนมัติ หลังจบรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะมีการล้างใบเหลืองสำหรับคนที่มีติดตัวอยู่ 1 ใบ

ในเวลาต่อมา ได้มีการแถลงข่าวของทีมที่จะเข้าแข่งขันในกลุ่มเอ ที่ห้องแถลงข่าวภายในราชมังคลากีฬาสถาน

อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า การลงเล่นในฐานะเจ้าภาพแน่นอนว่าจะต้องมีความกดดันสูง แต่ได้รับการสนับสนุนในการเก็บตัวอย่างเต็มที่ ในฐานะเจ้าภาพนั้นจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด แสดงศักยภาพของทีมให้ดีที่สุด คู่แข่งล้วนแต่มีคามสามารถสูงกว่าทั้งสิ้น รวมถึง 3 ทีมร่วมกลุ่ม ดังนั้นการเตรียมทีมของไทยคือการทำงานเป็นทีมให้มากที่สุด รวมถึงวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อปรับใช้กับตัวเอง

กุนซือแดนปลาดิบ ตอบคำถามสื่อญี่ปุ่นถึงเป้าหมายและโอกาสที่จะเจอกับทีมบ้านเกิดในรอบ 2 ว่า เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องเจอกับญี่ปุ่น แต่เราตั้งเป้าที่จะทำอย่างไรให้ได้ไปโอลิมปิกเกมส์ให้ได้ ต้องเล่นกันไปทีละนัด นักกีฬาชุดนี้ถือว่ามีศักยภาพแต่ยังขาดประสบการณ์ ถือว่าครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ได้แข่งกับทีมเหนือกว่า เราจะโฟกัสนัดบาห์เรนก่อน แล้วค่อยมาสำรวจตัวเองว่าอยู่ที่จุดไหน และจะต้องทำอย่างไรต่อไป

ด้าน ซาเมียร์ ซามมาน เฮดโค้ชบาห์เรน กล่าวว่า ทีมชุดนี้เตรียมเก็บตัวมายาวนาน นี่คือโอกาสดีที่จะผ่านเข้าโอลิมปิกเกมส์ บาห์เรนชุดนี้มีนักเตะ 3 คนที่เล่นกัลฟ์คัพเมื่อเดือนก่อน คิดว่าจะช่วยทีมได้เป็นอย่างดีและแกร่งพอจะคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ได้ การเจอกับทีมชาติไทยเกมแรกถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะแฟนบอลน่าจะเยอะ และทุกเกมจะต้องมีสมาธิตลอด 90 นาที

ฝั่ง เกรแฮม อาร์โนลด์ กุนซือออสเตรเลีย กล่าวว่า ได้เก็บตัวที่มาเลเซียมา 2 สัปดาห์ มีอุ่นเครื่องกับเกาหลีใต้ ตอนนี้สภาพนักกีฬาฟิตเต็มร้อยแล้ว เชื่อว่าจะได้ผลงานที่ดีในเกมแรก

ปิดท้ายที่ อับดุล-กานี ชาฮัด โค้ชอิรัก กล่าวว่า เป้าหมายของอิรักคือผ่านเข้าโอลิมปิกเกมส์ที่โตเกียวให้ได้ นักเตะมีประสบการณ์หลายคนจากปี 2016 ทุกทีมนั้นถือว่าแข็งแกร่งและจะต้องไม่ประมาท มีการศึกษาข้อมูลออสเตรเลียมาพอสมควร เชื่อว่าจะเอาชนะได้

จากนั้นในช่วงเย็น นิชิโนะ นำลูกทีมลงฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายที่สนามวินด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ โดยเป็นการทบทวนครั้งสุดท้ายก่อนจะเจอกับบาห์เรน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ม.เกษมบัณฑิต’ พร้อมสู้ศึกกีฬาปัญญาชนหวังติดท็อป 5
บทความถัดไป‘จ๊ะ อาร์สยาม’ ติดต่อดีเอสไอ พร้อมให้ปากคำคดีแชร์แม่มณี บ่าย 2 โมงวันนี้