ม.สวนดุสิตผงาดซิวแชมป์โต๊ะเล็กคนหูหนวก ชิงแชมป์ประเทศไทย

ม.สวนดุสิตผงาดซิวแชมป์โต๊ะเล็กคนหูหนวก ชิงแชมป์ประเทศไทย

ตามที่ สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ได้จัดการแข่งขันกีฬาคนหูหนวกชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2563 ล่าสุดเป็นการชิงชัยในกีฬาฟุตบอล ในช่วงระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2563 ที่สนาม โกดัง สเตเดี้ยม โดยมีทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งสิน 8 ทีม ประกอบด้วย กลุ่ม เอ ไทยโพลีคอนส์ B, นครราชสีมาปัญญานุกูล, ชมรมคนหูหนวกกรุงเทพฯ, สระบุรี, กลุ่มบี ไทยโพลีคอนส์ A, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, ดีเอสเอส.เอสดียู, นครพนม แข่งขันภายใต้การแข่งขันรูปแบบใหม่ “นิวนอร์มอล” (แบบไม่มีผู้ชม) ตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของ ศบค.

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เป็นการแข่งขันฟุตซอลคนหูหนวกชิงแชมป์ประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ทีมชมรมคนหูหนวกกรุงเทพฯ พบกับ ทีมมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เริ่มมาเพียงแค่นาทีเดียวเป็นแข้งโต๊ะเล็กชมรมคนหูหนวกกรุงเทพฯ ที่ได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 อย่างรวดเร็จจากการยิงของ อัษฎาวุธ เสือคง แต่ทว่าจากนั้น เป็น ม.สวนดุสิต ที่ครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจนก่อนไล่ยิงแซงทีเดียว 3 ลูกรวด จาการยิงของ จักริน หมายถิ่นกลาง ในนาทีที่ 4 , ปรริศ เหล็กสุวรรณ นาทีที่ 7 และ 11 ทำให้จบครึ่งแรก ม.สวนดุสิต นำ 3-1

กลับมาครึ่งหลัง ม.สวนดุสิต ยังคงเป็นผ่านครองได้เหนือกว่าชัดเจนพร้อมเดินหน้าบุกแหล็กเข้าในชมรมคนหูหนวกกรุงเทพอยางต่อเนื่อง และบวกประตูเพิ่มอีก 3 ลูกรวด จากการยิงของ จักวาฬ สิทธิการณ์ 2 ลูก ในนาทีที่ 21 และ 24 และ ปวริศ เหล็กสุวรรณ ในนาทีที่ 39 ส่งผลใหทีมมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถล่มเอาชนะ ชมรมคนหูหนวกกรุงเทพฯ ไป 6-1 พร้อมผงาดคว้าแชมป์ประเทศไทยไปครอง

ส่วนคู่ชิงที่ 3 ทีมไทยโพลีคอนส์ A พบกับ สระบุรี ผลปรากฎว่า ไทยโพลีคอนส์ สามารถถล่มเอาชนะไปได้ถึง 7-3 โดยไทยโพลีคอนส์ ได้ประตูจาก ยุทธนา แระโยชน์สมจิต น. 28,30,34,37, อำนวยชัย เพียขันหา น.12,ทสวร ศุดวาย น.35, จริพันธ์ ศิรทองสว่าง น.37 ส่วน สระบุรี ได้ประตูจาก พีณณัฐ คำกลิ่น น. 5,15,21 ส่งให้ ไทยโพลีคอนส์ A คว้าอันดับ 3 ไปครอง

ขณะที่ผลรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม เป็นของ อัษฎาวุธ เสือคง สังกัดทีมชมรมกีฬาคนหูหนวกกรุงเทพ และรางวัลดาวซัลโวสูงสุดเป็นของ ปวริศ เหล็กสุวรรณ สังกัดมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยยิงได้ 15 ประตู

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ประเภทต่อไปจะการชิงชัยในกีฬากรีฑา โดยจะแข่งขันกันในระหว่างวันที่ 15-16 สิงหาคม ที่สนามฟุตบอลการกีฬาแห่งประเทศไทย 2

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้อ่านส่วนใหญ่เห็นว่า สภาฯมีการตรวจสอบกรณี สส.โทรรีดเงิน 5 ล้านเพื่อแลกกับการผ่านงบช้านเกินไป
บทความถัดไปกลุ่มเยาวชนสุรินทร์เพื่อปชต. 500 คน รวมตัวปราศรัย เรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาล