สกู๊ปพิเศษ : ลูกหนังไทยฝ่ามรสุมโควิด พร้อมเดินหน้ากับมิติใหม่ในปี64

สกู๊ปพิเศษ : ลูกหนังไทยฝ่ามรสุมโควิด พร้อมเดินหน้ากับมิติใหม่ในปี64

ปีพ.ศ.2563 ที่ผ่านมา วงการฟุตบอลไทยใช้ชีวิตราวกับขึ้นรถไฟเหาะอีกครั้ง มีช่วงเวลาที่ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงช่วงเวลาที่ดิ่งลงเหวสุดๆ

แค่เริ่มต้นปีก็ดุเดือดแล้วกับการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ขั้วอำนาจเก่าอย่าง “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี ตั้งใจจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของตัวเองอีกครั้ง แต่สุดท้ายสโมสรสมาชิกก็เลือกให้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นั่งตำแหน่งประมุขลูกหนังไทยอีกสมัย ด้วยคะแนนเสียง 51-17 และบัตรเสียอีก 1 ใบ ทำให้บิ๊กอ๊อดอยู่กุมชะตาลูกหนังไทยไปอีก 4 ปีด้วยกัน

เพียงแต่ไม่ทันไร บททดสอบครั้งใหญ่ก็เข้ามาหาบิ๊กอ๊อดและทีมงานทันที กับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทยทั้งระบบ

‘บิ๊กอ๊อด’นั่งนายกต่ออีก 4 ปี

ในส่วนของสมาคมฯ เจอปัญหาหนักเรื่องของสภาพคล่อง เพราะสปอนเซอร์บางอย่างก็ทยอยถอนตัวกันไป เพราะว่าไม่มีการแข่งขัน ทำให้สมาคมฯ ขาดรายได้ จนต้องการลดเงินเดือนของพนักงานบ้าง บางคนให้พักงานแบบไม่รับเงินเดือนบ้าง

ที่โดนหนักสุดก็หนีไม่พ้นฟุตบอลลีก เพราะแค่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในประเทศไทย ก็ต้องหยุดพักการแข่งขันไปตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังจากที่เพิ่งเปิดฤดูกาลมาได้แค่ 4 นัดเท่านั้น

มีความพยายามที่จะหาโอกาสกลับมาแข่งขัน แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น และส่อแววจนการแข่งขันไม่น่าจบตามกำหนดการเดิม หรือแม้แต่จบภายในปีพ.ศ.2563 ได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ฟุตบอลไทยลีกกลับมาแข่งหลังพักเพราะโควิด19

นั่นคือการปรับปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศทั้งหมด จากที่แข่งภายใน 1 ปีปฏิทิน จะแข่งขันแบบข้ามปี นอกเหนือจากเพราะโควิด-19 แล้ว ยังมีเรื่องการหลีกเลี่ยงช่วงฤดูฝน ที่มีสภาพอากาศย่ำแย่ ไม่เหมาะกับการแข่งขันเท่าไหร่

แรกเริ่มเดิมทีตอนโควิด-19 ระบาดหนักๆ แต่ละสโมสรก็ดูจะเห็นด้วย ทว่าพอสถานการณ์โควิด-19 เริ่มจะดีขึ้น กลับกลายเป็นว่ามาเรียกร้องอยากกลับมาแข่งขันให้เร็วขึ้น และอยากให้การแข่งขันจบลงภายในปีปฏิทินตามเดิม

สิ่งที่โควิดสร้างผลกระทบมากที่สุดคือเรื่องของรายได้-รายจ่าย ของสโมสร ในช่วงระหว่างที่ฟุตบอลหยุดพักไม่มีการแข่งขัน แต่ละสโมสรยังต้องรับผิดชอบกับค่าเหนื่อยของนักเตะในทีมอยู่เช่นเดิม

บางทีมพูดคุยปรับลดกันได้เพื่อความอยู่รอด แต่บางทีมก็ใช้วิธีการเอาตัวรอดด้วยการยกเลิกสัญญานักเตะในทีมออกไปทั้งหมด แล้วค่อยเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่อีกครั้งในช่วงเตรียมทีมเพื่อกลับมาแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่บางทีมเองต้องขอใช้สิทธิ์พักทีมไม่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมในระดับไทยลีก 3 ที่ไม่ได้มีเงินมากมาย อย่างเช่น สุราษฎร์ธานี เอฟซี, พัทลุง เอฟซี, ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เป็นต้น

ทุกสนามต้องมีจุดคัดกรองโรค

ในคราวร้าย ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ เพราะการเลื่อนโปรแกรมออกมาถึงเดือนกันยายน ทำให้สถานการณ์คลี่คลายขึ้น จนรัฐบาลปลดล็อคให้มีแฟนบอลเข้าไปชมในสนามแข่งขันได้ ทำให้ฟุตบอลไทยเมื่อกลับมารีสตาร์ท จึงมาพร้อมกับแฟนบอลในสนาม อย่างน้อยเป็นการสร้างรายได้ให้กับสโมสรได้บ้าง

แต่ที่เจอปัญหาหนักจากการปรับเปลี่ยนโปรแกรม ก็คือการที่ ทรูวิชั่นส์ เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกนั้น ออกมาเรียกร้องให้สมาคมฯ ต้องถ่ายทอดสดให้ครบจำนวนตามสัญญา ภายในวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสัญญาฉบับเดิม

นำสู่การเข้ามาของบริษัท เซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ที่ประมูลชนะคว้าลิขสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยทุกชุดทุกรายการแต่เพียงผู้เดียว ในระยะเวลาจาก 8 ปีจากนี้ไป ที่เข้ามาช่วยเหลือและเริ่มประเดิมทำงานก่อนถึงเวลาจริงของสัญญา ที่จะเริ่มอย่างเป็นทางการหลังจากจบฤดูกาล 2020/21 นี้

ในส่วนของทีมชาติ จากปีที่ผ่านมาเราได้ประทับใจกับผลงานของนักเตะชุดยู-23 ที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งใกล้เคียงมากๆ ในการจะคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ได้ ถือว่าลบฝันร้ายจากเมื่อตอนซีเกมส์ ปลายปี พ.ศ.2562 ที่พลาดท่าตกรอบแรกได้เป็นอย่างดี

เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถต่อยอดอะไรได้ เนื่องจากการแข่งขันระดับนานาชาติ ถูกเลื่อนออกไปหมด ทั้งฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ก็ตาม

ทีมชาติไทยมีแค่เกมอุ่นเครื่องในประเทศ

เช่นเดียวกับการทำงานของอากิระ นิชิโนะ หัวหน้าโค้ชชาวญี่ปุ่น ที่ปีนี้มีโอกาสได้เจอกับลูกทีมเพียงแค่ 2 ครั้ง ในช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือนตุลาคมกับพฤศจิกายน ซึ่งไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไร เพราะบางสโมสรก็ติดโปรแกรมตกค้าง หรือไม่ปล่อยตัวนักเตะมาบ้าง

เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ.2564 ซึ่งแน่นอนว่าวงการฟุตบอลยังคงเป็นอะไรที่น่าติดตามเช่นเดิม

โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่ในประเทศไทยอีกครั้ง ในขณะที่ฟุตบอลยังคงทำการแข่งขันและลุ้นอย่างสนุก ถึงแม้ว่าอันดับตารางคะแนน “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลด้วยฟอร์มที่สุดยอดแล้วก็ตาม

ในส่วนของฟุตบอลสโมสร ก็จะเป็นปีแรกที่เราได้เห็นตัวแทนประเทศไทย ผ่านเข้าไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 ในรอบแบ่งกลุ่ม อย่างน้อย 2 ทีมแล้ว และอาจจะมีมากกว่านี้ถ้าทั้ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ผ่านรอบคัดเลือกกันมาได้

ขณะที่ทีมชาติ เรายังมีโปรแกรมสำคัญในศึกฟุุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ใน 3 นัดที่เหลือของรอบสอง ซึ่งมีเดดไลน์ว่าจะต้องแข่งขันให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้ และก็ต้องบอกว่าโอกาสเข้ารอบของ “ช้างศึก” นั้น ไม่สู้ดีเท่าไหร่

ยังไม่รวมถึงศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่เลื่อนมา และจะทำการแข่งขันในช่วงปลายปี ต่อเนื่องจากซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ล้วนแล้วแต่เป็นรายการที่เราจะต้องกลับมาทวงแชมป์ให้ได้ทั้งสิ้น

ในส่วนของ “ชบาแก้ว” ทีมฟุตบอลหญิง จะมีการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ซึ่งจะจัดขึ้นในปีนี้ อันเป็นบันไดก้าวไปแรกไปสู่ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกด้วย

ขณะที่ทีมโต๊ะเล็ก ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ยังมีการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่ถูกเลื่อนการแข่งขันออกมา เป็นรายการสำคัญที่จะต้องลุ้นโควต้าไปชิงแชมป์โลก ที่ประเทศลิทัวเนีย ภายในปีเดียวกัน ซึ่งเราลุ้นเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน

การเข้ามาของเซ้นส์ผู้กุมลิขสิทธิ์ลูกหนังไทย

และที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือการเข้ามาของเซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ในวงการฟุตบอล ก็น่าจับตามองว่าจะนำเอาความบันเทิงที่เป็นความถนัดของตัวเอง เข้ามาใส่ในวงการฟุตบอลไทยอย่างไรบ้าง และจะเรียกให้กระแสฟุตบอลไทย กลับมาฮิตติดเพดานอีกครั้งได้หรือไม่

ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบอยู่ในปีวัวนี้เช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon