‘ช้างศึก’ เปิดเกมรุกเจาะไข่แดง ‘เวียดนาม’ สถิติชี้ไทยยังไม่เคยชนะ ‘ปาร์คฮังซอ’
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เตรียมลงสนามในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” รอบรองชนะเลิศ นัดแรก พบกับแชมป์เก่า “ดาวทอง” เวียดนาม ที่สิงคโปร์ เนชั่นแนล สเตเดียม วันนี้ เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง7เอชดี (หมายเลข 35)
ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบตัดเชือกมาด้วยผลงาน 100 เปอร์เซ็นต์ เก็บชัยชนะรวด 4 นัด ยิงได้ 10 ประตู เสียแค่ลูกเดียวเท่านั้น ในขณะที่เวียดนามนั้น ชนะ 3 เสมอ 1 ยิงได้ 9 ประตูยังไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว
มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนี้เป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ของภูมิภาค เพราะเวียดนามเป็นแชมป์เก่า ส่วนไทยเป็นแชมป์มากสุดและแชมป์ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ จากที่เคยทำงานที่เวียดนามระยะยั้นๆ ทำให้เห็นว่าเป็นทีมที่ดี นอกจากนี้ได้ซ้อมกันมา 5 เดือน มีความเข้าใจกันอย่างมาก ส่วนไทยแม้จะรวมตัวกันน้อยแต่ก็พอใจกับพัฒนาการของทีม มีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจะเป็นเกมที่ดีของไทยกับเวียดนามแน่นอน
“ในชีวิตทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ และทุกคนพร้อมจะสู้เพื่อเก็บชัยชนะครั้งแรกให้ได้”
มาโน่ ยังกล่าวด้วยว่า เวียดนามนั้นเกมรับแน่นยังไม่เสียประตูแต่ไทยก็ยิงได้ทุกนัด แน่นอนว่าจะเน้นสไตล์บุกแบบเดิมเพราะไม่มีเหตุผลต้องเปลี่ยนแนวทางตัวเอง หวังว่าจะทำประตูเวียดนามใน 2 เกมที่เจอกันได้
ด้าน ปาร์ค ฮังซอ เฮดโค้ชเวียดนาม กล่าวว่า ทีมชาติไทยเป็นเต็งแชมป์เสมอ เป็นทีมที่แกร่งและคุณภาพสูงแต่ก็มองว่าไม่ได้แกร่งกว่าเวียดนามเท่าไหร่ มั่นใจว่าเวียดนามจะชนะทีมไทยได้ ส่วนสถิติที่ไม่เคยแพ้ไทยนั้นคือเรื่องในอดีตไม่มีผลต่อเกมนี้ ซึ่งมันจะต่างออกไปแน่นอน และเวียดนามจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ดี
นอกจากนี้ เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ ยังพูดถึง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน และ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เล่นในเจลีก ญี่ปุ่น ด้วยว่า ทั้งสองคนเป็นผู้เล่นที่ดี ถ้าเทียบกับตอนที่ไทยเล่นในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ไม่มีทั้งสองคนมาร่วมทีมนั้น ทีมไทยเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนไหวที่ดีมากๆ
สำหรับสภาพทีมนั้นทีมชาติไทยไม่มีผู้เล่นคนใดบาดเจ็บ โดยจะนำเอาชุดตัวหลักที่ได้พักในเกมกับสิงคโปร์ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในระบบ 4-2-2-2 นำโดยผู้รักษาประตู ฉัตรชัย บุตรพรม แนวรับจากขวาไปซ้าย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, มานูเอล ทอม เบียร์ห, กฤษดา กาแมน, ธีราทร บุญมาทัน กองกลางตัวรับ 2 คน พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล กับ สารัช อยู่เย็น กองกลางตัวรุก 2 คน ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ คู่ศูนย์หน้า ธีรศิลป์ แดงดา และ สุภโชค สารชาติ
ด้านเวียดนาม ของปาร์ค ฮังซอ โค้ชชาวเกาหลีใต้ แม้ว่าจะได้พักมาน้อยกว่าแต่พร้อมจะจัดตัวหลักลงสนามทั้ง เหวียน คอง เฟือง แนวรุกตัวเก่ง, เหวียน กวง ไฮ จอมทัพในแดนกลาง รวมถึงแนวรับที่แข็งแกร่งทั้ง ชู ง็อก ไฮ, โด ดุย มานห์ และบุย เทียน ดุง ที่ยังไม่เสียประตูเลยในทัวร์นาเมนต์นี้
สถิติระหว่างทีมชาติไทยกับเวียดนามเฉพาะในศึกชิงแชมป์อาเซียนนั้น เจอกันมา 9 ครั้ง ไทยชนะ 5 ครั้ง และเสมอกับแพ้ไปอย่างละ 2 ครั้ง แต่ถ้าครั้งล่าสุดที่เจอกันคือศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก รอบสอง ซึ่งเสมอกันไป 0-0 ทั้งสองเกม
นอกจากนี้ตั้งแต่ที่ ปาร์ค ฮัง ซอ เข้ามาคุมทีมชาติเวียดนามนั้น ยังไม่เคยแพ้ให้กับทีมชาติไทยในทุกรุ่นอายุ รวม 6 นัด แบ่งเป็นชนะ 3 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง

