‘มาดามแป้ง’ มอบอัดฉีด ‘ช้างศึก’ 26 ล้าน ยัน ‘มาโน่’ ผลงานดีเตรียมต่อสัญญาใหม่

‘มาดามแป้ง’ มอบอัดฉีด ‘ช้างศึก’ 26 ล้าน ยัน ‘มาโน่’ ผลงานดีเตรียมต่อสัญญาใหม่

“มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทย ประกันภัย จำกัด ในฐานะผู้จัดการทีม “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เป็นประธานในงานมอบรางวัลอัดฉีดคว้าแชมป์ฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ที่อาคารเมืองไทยประกันภัย ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 13 มกราคม โดยมีผู้ร่วมมอบอัดฉีด 25 หน่วยงาน รวมกว่า 26 ล้านบาท

มาดามแป้งกล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ของความสำเร็จนี้ที่สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนฟุตบอลชาวไทยในช่วงที่ผ่านมา ทีมชาติไทยชุดนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ส่งต่อถึงแฟนฟุตบอลที่คอยให้กำลังใจอยู่ ช่วยคลายวิกฤตศรัทธาของวงการฟุตบอลไทยที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้ และขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนทั้งจากผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอล, ประธานสโมสรต่างๆ, เสียงเชียร์จากแฟนฟุตบอล และหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาเป็นแรงหนุนให้กับนักฟุตบอลจำนวนมาก เพื่อร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องการต่อสัญญากับทาง มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่เซ็นสัญญาระยะสั้นจนจบการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ผ่านมา ซึ่งมาดามแป้งกล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการพูดคุยแล้วว่าจะต่อสัญญาออกไป กำลังรอดูโปรแกรมการแข่งขันต่างๆ ว่าจะเซ็นระยะสัญญานานแค่ไหนเมื่อเรียบร้อยก็จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ

ผู้จัดการทีมช้างศึกกล่าวเสริมว่า มาโน่และทีมงานทั้งหนึ่งฤทัย สระทองเวียน และจเด็จ มีลาภ ถือว่าทำผลงานได้ดี และน่าจะตอบโจทย์ในการทำทีมชาติไทยต่อไป
ด้าน “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กัปตันทีมชาติไทย กล่าวว่า ขอบคุณสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, มาดามแป้ง และทุกๆ คน เรารู้ว่าจะต้องเป็นแชมป์ให้ได้ แต่ที่ทำได้ก็เพราะการสนับสนุนจากทุกคน ทั้งคนที่เสียสละเพื่อทีมอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่สูญเสียบิดา หรือทั้ง ฉัตรชัย บุตรพรม, มานูเอล ทอม เบียร์ห และเอเลียส ดอเลาะ ที่ต้องผ่าตัดเข่าทั้งหมด ยังมีหมอ, นักกายภาพ และคิทแมน ที่คอยดูแลทีมมาตลอด

“พวกเราไม่ได้เล่นเพื่อเงินอัดฉีด เงินเราได้จากสโมสรอยู่แล้ว แต่เราเล่นเพื่อเป็นเกียรติให้กับวงศ์ตระกูล และเมื่อทำผลงานในทีมชาติได้ดีก็ทำให้เราสามารถมีเงินที่ดีจากสโมสรได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยมากๆ เพราะเราไม่ได้มีเป้าหมายแค่อาเซียน ไม่งั้นเราก็จะวนลูปอยู่แค่นี้ เราเชื่อว่าสามารถไปเล่นระดับเอเชียได้ และถ้าไปถึงระดับเอเชีย เราก็สามารถไปต่อในระดับโลกได้” ชนาธิปกล่าวปิดท้าย

นอกจากนี้ ชนาธิปยังกล่าวถึงการย้ายไปคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ว่า ทุกครั้งที่เล่นมีความกดดันอยู่แล้ว เรารู้อยู่แล้วว่าการไปในครั้งนี้มันคือความท้าทาย อยากจะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้ เข้าไปอยู่ในทีมให้ได้ ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เป็นเพื่อรุ่นน้องนักเตะไทย ถ้าไปแล้วทำได้ดี มีผลงานที่ดี เป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับนักเตะรุ่นหลังได้

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย ชุดแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 จะได้รับอัดฉีดรวมทั้งหมด 46 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 10 ล้านบาทจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย, “มาดามแป้ง” และผู้ร่วมอัดฉีด 25 หน่วยงาน 26 ล้านบาท, และเงินรางวัลจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ราว 10 ล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon