นับหนึ่งอีกครั้ง! ฟีฟ่าลงมือช่วยไทยออกแบบหลักสูตรพัฒนาเยาวชน

นับหนึ่งอีกครั้ง! ฟีฟ่าลงมือช่วยไทยออกแบบหลักสูตรพัฒนาเยาวชน

พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ​ เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Grow Together! ปฐมบทใหม่เพื่อฟุตบอลไทยที่ยั่งยืน” ที่โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน โดยมี นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายเคลลี่ ครอสส์ ผู้แทนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ร่วมแถลง

สำหรับโครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้การควบคุมของฟีฟ่า โดยมีอาแซน เวนเกอร์ อดีตกุนซือทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่ปัจจุบันเป็นหัวหน้าแผนกพัฒนาฟุตบอลของฟีฟ่า เป็นผู้ออกแบบโปรแกรมต่างๆ โดยมีแนวคิดที่ว่าทุกประเทศสามารถพัฒนาวงการฟุตบอลและสามารถขึ้นไปแข่งขันในระดับสูงได้ทั้งหมด ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้รับการคัดเลือกให้นำหลักสูตรนี้มาใช้ในวงการฟุตบอล

พล.อ.ณัฐ กล่าวว่า ทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเล็งเห็นปัญหาของเด็กไทยในวงการฟุตบอลที่ขาดโอกาสเข้าถึงการสนับสนุน ทำให้พลาดเด็กที่มีความสามารถต่อยอดพัฒนาไปสู่ระดับทีมชาติหรือระดับโลกได้ จึงต้องการสานฝันให้กับเด็กๆ เหล่านั้นด้วยมาตรฐานใหม่ที่ได้รับรองจากองค์กรฟุตบอลระดับโลก

นายพาทิศ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาของประเทศไทยนั้นเกิดจากการที่ยังไม่มีระบบนิเวศน์วงการฟุตบอล (Football Ecosystem) ขึ้น ถึงมีการแข่งขันในระดับเยาวชนหลายรายการแต่ไม่มีการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นกิจลักษณะ

พ่อบ้านลูกหนังไทย กล่าวต่อว่า โปรแกรมนี้จะเริ่มตั้งแต่การวางหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เหมาะสมกับฟุตบอลไทย ต่อด้วยการอบรมผู้ฝึกสอนทั้งในระดับรากหญ้าและอคาเดมี เพื่อนำไปฝึกซ้อมให้กับเยาวชนไทย จากนั้นจัดการแข่งขันเพื่อติดตามผล และเก็บข้อมูล คัดเลือกนักกีฬาที่ดีที่สุดในแต่ละตำแหน่งเข้าแคมป์ทีมชาติ ก่อนจะใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไป จากโปรแกรมนี้จะทำให้ประเทศไทยได้สร้างนักกีฬาในแต่ละรุ่นอายุขึ้นมาได้

ด้านอาแซน เวนเกอร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างมากที่จะได้มีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างฟุตบอลไทยในครั้งนี้ การเลือกประเทศไทยเพราะเชื่อว่าเป็นประเทศที่สามารถพัฒนาขึ้นในระดับสูงได้แต่อยู่ที่ทุกภาคส่วนเองต้องร่วมมือกันด้วย และหวังว่าจะประสบความสำเร็จได้เห็นฟุตบอลไทยพัฒนาขึ้นในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon