‘กัมพูชา’ ถือหุ้นใหญ่ ’โปลิศ เทโร’ หวังทวงความยิ่งใหญ่-ลุ้นท็อป3

‘กัมพูชา’ ถือหุ้นใหญ่ ’โปลิศ เทโร’ หวังทวงความยิ่งใหญ่-ลุ้นท็อป3

นายไบรอัน แอล มาร์คาร์ หนึ่งในสองประธานสโมสร “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี เป็นประธานแถลงข่าวการร่วมทุนกับกลุ่มทุนจากประเทศกัมพูชา นำโดย พระองค์เจ้านโรดม อัมฤทธิวงศ์, สมเด็จพระนโรดม นรินทรพงษ์ และเจ้าชายนโรดม รวิจักร์ ที่จะเข้ามาร่วมกันบริหารสโมสร ที่สโมสรตำรวจ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มทุนจากประเทศกัมพูชา เข้ามาถือหุ้นในสโมสรโปลิศ เทโร ถึง 49 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้วงเงิน 200 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะนำเงินมาใช้พัฒนาสโมสรอีกราว 100 ล้านบาทด้วยกัน

นายธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมโปลิศ เทโร กล่าวว่า ต้องขอต้อนรับกลุ่มทุนใหม่ที่จะเข้ามาช่วยบริหารสโมสรของเรา จากที่ได้พูดคุยกับเจ้าชายแห่งราชวงศ์กัมพูชา และก็ได้ทราบถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาพัฒนาวงการฟุตบอลและทางกลุ่มผู้บริหารเดิมและผู้บริหารใหม่ก็มองเป้าหมายตรงกัน ว่าอยากจะพัฒนาทีมโปลิศ เทโร ให้กลับมาเป็นทีมใหญ่อีกครั้ง

Advertisement

ด้าน พระองค์เจ้านโรดม อัมฤทธิวงศ์ ตัวแทนของกลุ่มทุนจากประเทศกัมพูชาที่จะเข้ามาร่วมบริหารทีม ก็ได้กล่าวถึงเป้าหมายว่า ส่วนตัวมีความสนใจในการทำทีมฟุตบอลอยู่แล้ว เห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้ามาพัฒนาวงการฟุตบอลไทยและอาเซียนไปด้วยกัน สาเหตุที่เลือกทีมโปลิศ เทโร เพราะเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เคยเป็นแชมป์ไทยลีก และรองแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้ว จึงอยากพาทีมกลับไปสู่จุดเดิมอีกครั้งให้ได้

“ส่วนตัวตนเคยมาเล่นฟุตบอลที่ประเทศไทย ในฐานะตัวแทนทีมชาติกัมพูชา ในซีเกมส์ 1995 ที่จังหวัดเชียงใหม่ นี่นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้มาร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยและอาเซียน ซึ่งเราเองมีเป้าหมายและแพชชั่นที่จะพาทีมกลับมาเป็นท็อปทีมโดยเฉพาะปีหน้าตั้งเป้าติดท็อป 3 ให้ได้”

พระองค์เจ้านโรดม อัมฤทธิวงศ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ฟุตบอลเริ่มฤดูกาลไปแล้ว เรามีช่วงเวลาที่ดีและไม่ดีแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ในส่วนของการเสริมทัพตลาดซื้อขายหน้าหนาวจะมีการพูดคุยกับโค้ชก่อนว่าต้องการนักเตะแบบใด จะเล่นระบบไหน แล้วค่อยเสริมทัพอีกครั้ง หวังว่าเมื่อกลับมาเตะเลก 2 จะทำผลงานได้ดีต่อยอดไปสู่ฤดูกาลต่อไป หวังว่าปีนี้จะจบท็อป 3 ให้ได้เลย เพื่อลุ้นไปเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะเป็นรายการสำคัญที่จะได้ประสบการณ์เจอกับทีมยักษ์ใหญ่ของเอเชีย

“ส่วนเรื่องดึงผู้เล่นกัมพูชานั้นก็หวังว่าจะทำเพื่ออยากให้นักเตะเหล่านั้นได้ประสบการณ์การเล่นฟุตบอลระดับสูงในประเทศไทยเพื่อจะกลับไปพัฒนาฟุตบอลของกัมพูชาให้ดียิ่งขึ้น” พระองค์เจ้านโรดม อัมฤทธิวงศ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อสโมสรหรือไม่ หลังจากเข้ามาถือหุ้นส่วนใหญ่ในทีม พระองค์เจ้านโรดม อัมฤทธิวงศ์ตอบว่า อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ตอนนี้คือการเข้ามาร่วมทุนเท่านั้น การเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็อยากให้ใช้ชื่อเดิมเพราะถือว่าเป็นชื่อของสโมสรที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้ว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image