ส.บอลยันรู้ตัวมือจุดพลุแฟลร์ เดินหน้าฟ้องศาล

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศยึดพื้นที่หลังประตูฝั่งทิศใต้ (โซนเอส) บางส่วน ของสนามราชมังคลากีฬาสถาน เนื่องจากได้ทำการตรวจสอบพบว่ามีการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำผิดที่จุดพลุไฟในสนามระหว่างการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” รอบชิงชนะเลิศ นัด 2 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559 เป็นเหตุให้สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) สั่งลงโทษปรับเงินสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านบาท

ล่าสุด “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่าขณะนี้คดีความได้มีความคืบหน้าพอสมควร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหามาสอบสวนแล้ว ทว่าทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธและขอสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ อย่างไรก็ตามด้วยขั้นตอนของกฎหมายต้องใช้เวลาพอสมควร ฉะนั้นจึงไม่สามารถลงโทษหรือแบนแฟนบอลกลุ่มดังกล่าวได้ การที่สมาคมฯ ยึดพื้นที่โซนดังกล่าวเป็นเพราะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก โดยจะให้เป็นพื้นที่ของนักเรียนและนักศึกษาแทน อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีความต้องใช้เวลาเพราะต้องต่อสู้กันที่ศาลชั้นต้น, ฎีกา, อุทธรณ์ ฉะนั้นระหว่างนี้แฟนบอลทั้งหมดยังสามารถเข้าชมเกมการแข่งขันในสนามได้ แต่สมาคมฯ ก็มีมาตรฐานที่เข้มงวดกว่าเดิม อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีข้อมูลและรู้ตัวผู้กระทบผิดแล้ว ฉะนั้นจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้10 คันชนกันสนั่น เหตุคันหน้ายูเทิร์นตรงห้ามเลี้ยว
บทความถัดไปพ่อค้าเสื้อถังแตกวิ่งราวกระเป๋า อ้างเงินไม่พอเลี้ยงลูก2คน เหยื่อผู้หญิงแจ้งจับนับ10