เลิกยืดเยื้อ! ‘วิมเบิลดัน’ ออกกฎใหม่ใช้ไทเบรกตัดสินหลังเสมอ 12-12 เกมในเซตสุดท้าย

แมตช์รอบรองชนะเลิศระหว่างเควิน แอนเดอร์สัน กับจอห์น อิสเนอร์ ซึ่งเซตสุดท้ายกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง (แฟ้มภาพ AFP)

ออล อิงแลนด์ คลับ ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” ที่ประเทศอังกฤษ แถลงเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ศึกวิมเบิลดันจะปรับใช้กฎใหม่ กรณีที่การแข่งขันเซตสุดท้ายยืดเยื้อ หากทั้งสองฝ่ายเก็บชัยชนะจนมาเสมอกันที่ 12-12 เกม จะเล่นเกมที่ 25 ของเซตสุดท้ายด้วยไทเบรกเพื่อตัดสินทันที ไม่จำเป็นต้องแพ้ชนะกัน 2 เกมตามกติกาเดิมอีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้การแข่งขันบางแมตช์ยืดยาวเกินความจำเป็น

มติของออล อิงแลนด์ คลับดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดันปีนี้ระหว่างเควิน แอนเดอร์สัน จากแอฟริกาใต้ และจอห์น อิสเนอร์ จากสหรัฐอเมริกา ยืดเยื้อข้ามวัน เฉพาะเซตสุดท้ายเซตเดียวกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนแอนเดอร์สันเป็นฝ่ายคว้าชัย 26-24 และเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์เรียกร้องฝ่ายจัดให้เปลี่ยนแปลงกฎหลังเกมดังกล่าว

แมตช์ดังกล่าวนับเป็นแมตช์ที่ยาวนานที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์วิมเบิลดัน ส่วนแมตช์ที่ยาวนานที่สุดเกิดขึ้นในการแข่งขันรอบแรกเมื่อปี 2010 ระหว่างอิสเนอร์กับนิโกล่าส์ มาอูต์ ของฝรั่งเศส ซึ่งท้ายที่สุด อิสเนอร์เป็นฝ่ายชนะ 70-68

ฟิลิป บรู๊ก ประธานออล อิงแลนด์ คลับ แถลงว่า การตัดสินใจดังกล่าวผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของการแข่งขันวิมเบิลดัน 20 ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงได้ปรึกษาหารือกับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จนถี่ถ้วนแล้ว แม้ว่าโอกาสที่จะเกิดแมตช์ยืดเยื้อตามเงื่อนไขดังกล่าวจะมีไม่มากนัก แต่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะนำกฎไทเบรกมาใช้ เพื่อให้การแข่งขันสิ้นสุดในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ด้านริชาร์ด ลูอิส ประธานบริหารออล อิงแลนด์ คลับ กล่าวว่า เสียงตอบรับส่วนใหญ่จากนักกีฬาเป็นไปในเชิงบวก เพราะส่วนใหญ่มองว่ายิ่งเกมยืดเยื้อ มาตรฐานการเล่นยิ่งตกลง เนื่องจากนักกีฬาจะพยายามประคองตัวไม่ให้แพ้มากกว่าจะมุ่งมั่นจะเอาชนะให้ได้

ทั้งนี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีแมตช์การแข่งขันประเภทเดี่ยวในวิมเบิลดันที่เซตสุดท้ายยืดเยื้อเกินเกมที่ 24 อยู่ 15 แมตช์ แบ่งเป็นชาย 14 แมตช์ และหญิง 1 แมตช์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon