วันนี้ของ ‘โมนาโก’ ‘เทพนิยาย’ ที่กลายเป็น ‘หายนะ’

โมนาโก ถือเป็นหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของลีกเอิง ฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในทีมอันตรายของยุโรปเลยก็ว่าได้ เพราะสโมสรนี้เพิ่งคว้าแชมป์ลีกเอิง มาเมื่อฤดูกาล 2016-2017 และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกัน

โมนาโกไม่ได้เก่งแค่ปีเดียว เพราะฤดูกาลที่แล้ว จบอันดับ 2 ของลีก เป็นรองเพียง ปารีส แซงต์แชร์แมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งกรุงปารีสที่มีนักเตะฝีเท้าระดับโลกอยู่ล้นทีมเท่านั้น แต่ซีซั่นนี้กลับไม่เหมือน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เพราะโมนาโกดำดิ่งลงไปท้ายตารางลีก และตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เลโอนาร์โด ชาร์ดิม

เลโอนาร์โด ชาร์ดิม กุนซือชาวโปรตุกีสที่พาทีมประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้ ถูกปลดออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากทำผลงานย่ำแย่ ชนะได้เพียงแมตช์เดียว จาก 10 นัดที่ลงสนามรวมทุกรายการ

เธียร์รี่ อองรี อดีตนักเตะของสโมสรเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ซึ่งย้ายออกไปประสบความสำเร็จกับ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า ถูกแต่งตั้งให้มากอบกู้สถานการณ์ของสโมสร

วาดิม วาซิลิเยฟ รองประธานสโมสรโมนาโก บอกถึงเหตุผลในการแต่งตั้งอองรีมากู้สถานการณ์ของโมนาโกช่วงแรกว่า อองรีมีความรู้เรื่องฟุตบอลดีมาก มีความกระหาย และรู้ความต้องการของโมนาโกเป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นนักเตะของสโมสรมาก่อน ทำให้เชื่อว่าเขาจะเข้ามารวมใจนักเตะ และกู้ศรัทธาจากแฟนบอลได้

อองรีผู้รับเผือกร้อน

อย่างไรก็ตาม โมนาโกในยุคอองรีไม่ต่างจากวันที่ชาดิมยังอยู่ หรือถ้าว่ากันตรงๆ อาจจะดูเลวร้ายกว่าเดิมด้วยซ้ำ อองรีประเดิมคุมนัดแรก พาทีมแพ้ สตาร์สบูร์ก 1-2 เสมอ คลับบรูช ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1-1 ต่อด้วยเสมอ ดิฌง ในเกมลีก 1-1 แพ้ แรนส์ 0-1 และที่หนักที่สุด ล่าสุดแพ้คลับบรูช 0-4 คาบ้าน ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก

ทำให้ตลอด 5 นัดที่ผ่านมา อองรีกับการทำหน้าที่กุนซือครั้งแรกในชีวิตยังไม่เจอกับชัยชนะเลย

โมนาโกร่วงไปอยู่อันดับ 19 หรือรองบ๊วยของลีกเอิง ด้วยผลงานผลงาน 7 แต้ม จาก 12 นัด ในแชมเปี้ยนส์ลีก ลงเตะ 4 นัด มีแต้มเดียว ตกรอบเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์ของโมนาโกตอนนี้เปรียบเสมือนโดนฝันร้ายครอบงำเทพนิยายอันสวยหรู มีจุดหักเหอะไรบ้างที่ทำให้โมนาโกเจอจุดวิกฤติขนาดนี้ได้

อย่างแรก คือ การที่โมนาโกขาดนักเตะอย่าง คีเลียง เอ็มบัปเป้ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสวัย 19 ปี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทีมดูย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ เพราะในวันที่เอ็มบัปเป้ยังอยู่ เป็นช่วงเดียวกับที่โมนาโกประสบความสำเร็จทั้งในลีกและแชมเปี้ยนส์ลีก

าดิมและเอ็มบัปเป้ที่จากทีมไปแล้ว

ฤดูกาลนี้เอ็มบัปเป้กดไปแล้ว 11 ประตู จาก 8 นัดที่ลงเล่นให้ปารีส แซงต์แชร์แมง และประสานงานกับเนย์มาร์ได้อย่างเข้าขา ขณะที่โมนาโกยิงในลีกได้เพียง 12 ประตู มากกว่าเอ็มบัปเป้ยิงคนเดียวแค่เพียง 1 ประตูเท่านั้น

สาเหตุต่อมาคือแทคติคที่อองรีเอามาใช้ เขาปรับเปลี่ยนแผนการเล่นไปเรื่อยๆ และส่งนักเตะดาวรุ่งลงสนามอยู่บ่อยๆ ซึ่งใดูเหมือนจะไม่เหมาะนักในช่วงเวลาที่ทีมกำลังผลงานไม่ดี เพราะนักเตะดาวรุ่งเหล่านั้นไม่สามารถช่วยทีมได้เลย

ทั้งๆ ที่โมนาโกมีนักเตะชั้นยอดอยู่ทุกตำแหน่ง ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าโคลอมเบียที่กลับมาเป็นเสือร้ายอีกครั้ง, สเตฟาน โยเวติช ปีกจอมเทคนิค, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน เพลย์เมกเกอร์ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2018 ที่บ้านเกิด, ฌิบริล ซิดิเบ้ กองหลังแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส


ซิดิเบ้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเปิดอกทั้งๆ ที่มีอองรีอยู่ข้างๆ ว่า หนึ่งในปัญหาของโมนาโก คือ มีนักเตะอายุน้อยที่อ่อนประสบการณ์อยู่หลายคน และจะต้องมาเล่นในเกมที่มาตรฐานสูงในหลายๆ แมตช์

ถ้าอองรียังได้อยู่ต่อไปจนถึงตลาดนักเตะเดือนมกราคมน่าคิดว่าจะเสริมทีมได้ในรูปแบบไหนบ้าง เพราะนักเตะน้อยคนที่อยากจะมาร่วมทีมที่อยู่ในอันดับ 19 ของลีก และไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรปแล้ว

ดมิทรี ไรบลอฟเลฟ

ความเลวร้ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเด สปีเกล สื่อเยอรมนี รายงานว่า ดมิทรี ไรบลอฟเลฟ ประธานสโมสรชาวรัสเซียถูกสอบสวนในเรื่องการติดสินบนเจ้าพนักงาน ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนภายในสโมสรมากขึ้น ยิ่งส่งผลต่อความรู้สึกของนักเตะในทีมมากกว่าเรื่องผลงานแล้ว

คงต้องดูว่าอองรีจะสามารถประคองจิตใจลูกทีมได้ดีขนาดไหน เพราะในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้ ถ้ากุนซือของทีมประสบการณ์มากพอ ก็จะมีวิธีพาทีมรอดพ้นจากช่วงเวลานี้ไปได้ แต่สำหรับประสบการณ์ของอดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสคนนี้แล้ว น่าห่วงเหลือเกิน

เมื่อเป้าหมายสู่การคว้าแชมป์ปิดลงไปตั้งแต่ยังไม่ครึ่งฤดูกาลแบบนี้ สิ่งที่บอร์ดบริหารจะยื่นมือเข้ามาช่วยอองรีได้ คือ การปรับเปลี่ยนเป้าหมายให้เล็กลง หวังแค่ให้ทีมรอดตกชั้นก่อน แล้วฤดูกาลหน้าก็มาสร้างทีมกันใหม่

แม้แต่อองรีเองยังยอมรับว่า การตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และไม่ได้ไปต่อในศึกยูโรป้าลีกน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับทีมมากกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องไปกังวลกับบอลยุโรป แล้วมาจัดเต็มในเกมลีกไปเลย เพื่อโอกาสจะไต่อันดับขึ้นมาดีกว่านี้

กุนซือโมนาโกออกมาบอกว่า นักเตะในทีมไม่มีใจจะเล่น ส่งลงไปในสนามก็ไม่กล้าที่จะเล่น ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะชนะได้ ไม่ว่าจะปรับแผนดารเล่นอย่างไร ถ้านักเตะไม่เริ่มต้นด้วยความกระหาย ก็ไม่มีทางที่จะชนะ

เอาจริงๆ แล้วลีกเอิงยังเตะไปไม่ถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมด จะบอกว่าทีมท้ายตารางในช่วงนี้จะตกชั้นก็คงไม่ชัดเจนนัก เพราะยังเหลือโอกาสให้ดิ้นรนอีกมาก ขึ้นอยู่กับว่าอองรีจะรวบรวมจิตใจที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ของลูกทีมได้เร็วขนาดไหน

โมนาโกเคยตกชั้นมาแล้วในปี 2011 หลังจากที่เคยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2004 เพียง 7 ปีให้หลังเท่านั้น ซึ่งใช้เวลา 2 ฤดูกาลในการกลับมาสู่ลีกสูงสุด ช่วงนั้นดมิทรี ไรบลอฟเลฟ ได้เข้ามาเทกโอเวอร์สโมสร และทุ่มทุนสร้างจนกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวในยุโรปได้อีกหน

สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าบอร์ดบริหารโมนาโกจะให้เวลากับอองรีมากขนาดไหน เพราะเจ้าตัวก็เปิดหัวได้แย่มาก หรือถ้าเสี่ยงปลดแล้วเอากุนซือคนใหม่เข้ามา ก็ไม่แน่ว่าจะดีขึ้นหรือเลวลง เพราะยังต้องใช้เวลาจูนทีมกันใหม่

โมนาโกนาทีนี้เหมือนอยู่ในอาการโคม่า กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง น่าเป็นห่วงจริงๆ

ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้น คือ อนาคตของอองรี ถ้าเละเทะตั้งแต่การคุมทีมในสโมสรแรกแล้ว จะมีทีมไหนกล้าใช้บริการอีกมั้ย? ไม่อยากจะนึกสภาพเลย!!

บทความก่อนหน้านี้ชื่นมื่น “เจ้าแหลม” จูง “น้องจ๊ะจ๋า” เข้าพิธีวิวาห์ที่ชุมพรท่ามกลางสายฝน
บทความถัดไปครูสอนพิเศษถูกฆ่าตัวปริศนา อำพรางศพยัดใต้รถแท็กซี่