‘อเล็กซานเดอร์ อังศุสิงห์ อัลบอน’ ผู้เชื่อมต่อประวัติศาสตร์ ‘เอฟวัน’ สายเลือดไทย

เมื่อไม่กี่วันก่อน ประเทศไทยมีนักซิ่งสายเลือดไทยที่ได้มีโอกาสลงแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก หรือที่เรียกกันว่า “เอฟวัน” (ฟอร์มูล่าวัน) เพิ่มขึ้นอีก 1 คน หรือถ้านับกันจริงๆ ก็เป็นเพียงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ชาติไทยเท่านั้น หนุ่มคนนั้น คือ อเล็กซานเดอร์ อังศุสิงห์ อัลบอน ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 22 ปี

โตโรรอสโซ่ ทีมลูกของ เรด บูลล์ เรซซิ่ง ได้มีการยืนยันว่าอเล็กซ์จะเป็น 1 ในทีมโตโรรอสโซ่สู้ศึกเอฟวันในปี 2019 อย่างแน่นอน ทำให้เขาสานต่อการเป็นคนสายเลือดไทยในสนามรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกต่อจาก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ที่เคยลงแข่งขันเอฟวัน ระหว่างปี 1950-1954 หรือจะเป็นครั้งแรกของคนไทยที่ได้รับโอกาสนี้ในรอบ 65 ปี

พระองค์พีระทรงแข่งรถครั้งแรก ในปี 1935 ด้วยวัยเพียง 21 พรรษา จากการสนับสนุนของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทั้งสองพระองค์เป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกในยุคนั้นว่าเป็นนักขับที่ฝีมือเยี่ยมยอด ในรถไรลีย์ ยี่ห้ออี.อาร์.เอ. สีฟ้า ชื่อว่า “รอมิวลุส” ถือว่าพระองค์พีระเริ่มมีชื่อเสียงก่อนที่ฟอร์มูล่าวันจะถือกำเนิดบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ

พระองค์เจ้าพีระทรงคว้าแชมป์รายการ “คูป เดอ แปรงซ์ เรอนีย์” หรือถ้วยเจ้าชายเรนีย์แห่งโมนาโก ที่ประเทศฝรั่งเศสมาครองได้ ในปี 1935 รวมทั้งแชมป์มากมายในยุโรป ระหว่างปี 1935-1937 ทรงชนะเลิศการแข่งรถกรังด์ปรีซ์ในยุโรปอีกหลายครั้ง ระหว่างปี 2479 – 2481 จนได้รับรางวัล “ดาราทอง” จากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร ถึง 3 ปีซ้อน และยังได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศของสมาคมนักแข่งรถอังกฤษด้วย

ผู้สืบต่อตำนานเอฟวันสายเลือดไทยอย่างอเล็กซ์ เกิดและเติบโตที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางการเลี้ยงดูของ ไนเจล อัลบอน พ่อนักซิ่งชาวอังกฤษ ที่เคยลงแข่งในรายการบริติช ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพ มาแล้ว และ กัญญ์กมล อังศุสิงห์ แม่ชาวไทย 

แรงบันดาลแรกที่ทำให้หนุ่มน้อยวัย 6 ขวบ เริ่มจับพวงมาลัยรถแข่ง คือ พ่อไนเจลที่ทำธุรกิจรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ นำอิฐมาวางเป็นลู่เพื่อให้ลูกชายได้ทดลองซิ่งรถโกคาร์ท ซึ่งเป็นรถพื้นฐานของนักซิ่งระดับโลก และหลังจากนั้น 2 ปี เมื่อได้รับใบอนุญาตให้ลงแข่งขันโกคาร์ท อเล็กซ์ประเดิมสนามแรกด้วยการเข้าป้ายเป็นอันดับ 4 ถือเป็นผลงานที่น่าทึ่งสำหรับมือใหม่ที่ลงแข่งรายการแรก

พรสวรรค์ของลูกครึ่งไทย-อังกฤษถูกค้นพบเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ทุกอย่างลงตัวเหมาะเจาะ เพราะเด็กคนนี้หลงใหลในความเร็ว คำแรกที่พูดได้ไม่มี “พ่อ” หรือ “แม่” อย่างที่เด็กทั่วไปเป็นกัน แต่กลับเป็นคำว่า “เฟอร์รารี่” แม่กัญญ์กมลเคยเล่าให้ลูกชายฟังเอาไว้ตอนเด็กๆ

ขณะที่อเล็กซ์ก็ก้าวกระโดดในสังเวียนความเร็วอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าคว้าแชมป์โลกโกคาร์ท คลาสเคเอฟ 3 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ เซบาสเตียน เวทเทล หนึ่งในนักขับไอดอลของอเล็กซ์เคยทำได้ก่อนจะมาเป็นแชมป์เอฟวันในปัจจุบัน ความสำเร็จของอเล็กซ์ตั้งแต่เริ่มซิ่งจนถึงปี 2010 ทำให้เขาถูกจับตามองในฐานะ “โกลเด้นบอย” ของวงการรถแข่งเลยทีเดียว


ปี 2012 อเล็กซ์ได้รับโอกาสให้ขยับชั้นจากโกคาร์ทไปแข่งขันในประเภทฟอร์มูล่า เรโนต์ 2.0 ในนามนักขับเยาวชนของเรด บูลล์ เรซซิ่ง ทีมยักษ์ใหญ่ของโลก ด้วยอายุ 16 ปี แต่กราฟชีวิตที่พุ่งขีดสุด กลับดิ่งลงอย่างน่าใจหาย เมื่อเขาไม่สามารถเก็บคะแนนในการแข่งขันยูโรคัพได้เลย จนโดนเร้ดบูลปล่อยตัวออกจากทีม 

โอกาสของคนเราไม่ได้มีเพียงครั้งเดียว ปีถัดมาทีมเคทีอาร์ยื่นโอกาสครั้งใหม่ให้อเล็กซ์ และครั้งนี้เขาใช้ความผิดพลาดที่ผ่านมา ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เก็บคะแนนอย่างสม่ำเสมอ ขึ้นโพเดียม 3 ครั้ง คว้าอันดับ 3 ในตารางคะแนนรวม 

บันไดก้าวต่างๆ ของนักซิ่งลูกครึ่งถูกปีนป่ายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ปี 2015 ได้ขยับเข้าใกล้เอฟวัน ด้วยการแข่งขันเอฟทรี กับทีมซิกเนเจอร์ ทำผลงานไม่เลว เป็นอันดับ 7 ในตารางคะแนนรวม ปี 2016 ไปแข่งระดับจีพี 3 กับทีมเออาร์ที ได้โพเดียม 3 ครั้ง ปีถัดมาก้าวมาสู่เอฟ 2 หรือฟอร์มูล่า ทู บันไดก้าวสุดท้ายก่อนจะถึงเอฟวัน

อเล็กซ์ใช้เวลาในเอฟ 2 เพียง 2 ปี ทำผลงานได้ดี ทั้งๆ ที่รถคู่ใจอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง จากอันดับ 10 ในปี 2017 กับเออาร์ที ขยับมาเป็นอันดับ 3 ในปีนี้กับทีมแดมส์ 

นักซิ่งสายเลือดไทยไม่ใช่ตัวเลือกต้นๆ ของโตโรรอสโซ่ในช่วงแรก แต่เพราะภายในทีมเรด บูลล์ และโตโรรอสโซ่มีการเปลี่ยนแปลงตัวนักขับเกิดขึ้น แต่การจะยื่นโอกาสสำคัญอีกครั้งให้กับอดีตเด็กในสังกัดที่พิสูจน์แล้วว่าใจใหญ่ ฝีมือถึงจากเอฟ 2 เป็นเรื่องที่น่าลอง 

โตโรรอสโซ่ประกาศอย่างเป็นทางการว่า อเล็กซานเดอร์ อังศุสิงห์ อัลบอน จะเป็นหนึ่งในนักขับของทีมสู้ศึกเอฟวัน ในฤดูกาลหน้า ทำให้ช่องว่างประวัติศาสตร์ที่พระองค์พีระทรงสร้างไว้ถูกเชื่อมต่ออีกครั้ง

“เอฟวันเป็นสิ่งที่ผมคลั่งไคล้และฝันถึงมาตลอดในชีวิตการขับรถ มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากๆ เพราะชีวิตผ่านมาแล้วทั้งช่วงที่ดีและร้าย ซึ่งพยายามอย่างมากที่จะสร้างความประทับใจทุกครั้งที่ได้แข่งขัน ขอบคุณเรด บูลล์ที่เชื่อมั่นและให้โอกาสครั้งที่สอง” นักซิ่งไทย-อังกฤษเปิดใจหลังจากฝันเป็นจริง

พระองค์พีระทรงขับรถมาเซราติ 250 เอฟ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ในศึกเอฟวัน รายการ “เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์” เมื่อปี 1954 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของพระองค์ และทรงเลิกแข่งในปีเดียวกัน

วันที่อเล็กซ์ลงแข่งเอฟวันครั้งแรก ในปีหน้า จะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยในวงการมอเตอร์สปอร์ตอยากเห็น และอิ่มเอมไปด้วยความสมหวังอย่างที่สุด

เพราะจะมีธงชาติไทยสะบัดในศึกเอฟวันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เห็นภาพนี้มาแล้วกว่า 6 ทศวรรษ

บทความก่อนหน้านี้ผบช.น.ยัน’ไม่อุ้มลูกน้อง’หลังจับผับพบฉี่ม่วงกว่าร้อย หากพบผิดจริงสั่งฟันวินัยเด็ดขาด
บทความถัดไป‘มาร์ค’ บอกยังไม่ได้รับหนังสือเชิญ ชี้แทบไม่มีอะไรต้องหารือ-ไร้เหตุผล คสช.ไม่ปลดล็อก