คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล : นักฆ่ามังกร!

เป็นอันว่าคู่ต่อสู้ของ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก “เอเชี่ยนคัพ 2019” ก็คือพลพรรคอาตี๋อย่าง ทีมชาติจีน นั่นเอง ซึ่งเกมนี้จะลงเตะวันอาทิตย์นี้ (20 มกราคม)

เกมนัดสุดท้ายของรอบแรกที่จีนต้องเจอกับ เกาหลีใต้ นั้นเหมือนเป็นการแย่งกันว่าใครจะได้เข้ามาเจอทีมชาติไทย และก็ดูเหมือนจีนนั้นอยากเจอกับเรามากกว่า เพราะมาร์เซโล่ ลิปปี้ เลือกพักแนวรุกตัวหลักอย่างหวู่ เล่ย, หาว จุนมิน หรือ เกา หลิน เอาไว้ในเกมนี้

เอาจริงๆ ก่อนเริ่มเกมคิดว่าคู่นี้น่าจะเตะกันไฟแล่บเสียอีก เพราะถึงแม้ว่าคู่แข่งที่รออยู่จะเป็นทีมชาติไทยก็ตาม แต่ถ้าหากมองในสายเดียวกันแล้ว รอบ 8 ทีมสุดท้ายก็มีโอกาสเจอกับตัวเต็งอย่าง อิหร่าน หรือรอบ 4 ทีมสุดท้ายเองก็มีโอกาสเจอกับ “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น ได้ด้วย

ส่วนตัวผมค่อนข้างเสียดาย อยากเห็นทีมชาติไทยชุดนี้วัดกับ “โสมขาว” เกาหลีใต้ เจอกับดาวยิงพรีเมียร์ลีกอย่าง ซอน เฮืองมิน ดูสักที แต่สุดท้ายเมื่อคลาดกันตรงนี้ ก็รอเจออีกทีรอบชิงเลยละกัน (ถ้าไปถึงนะ)

แต่เอาน่า การเจอกับทีมชาติจีนนาทีนี้ก็ถือว่าดีไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตาทัพของเรา ที่จะได้เก็บเกี่ยวความรู้ในการดวลกับกุนซือระดับแชมป์โลกอย่างลิปปี้

สถิติของทีมชาติไทยยามเจอกับแข้งแดนมังกรนั้น วัดกันมา 25 ครั้ง ไทยชนะได้ 5 ครั้ง เสมอ 3 และแพ้ไปถึง 17 ครั้ง โดยล่าสุดที่เจอกันก็เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งทีมชาติไทยแพ้ไป 0-2 จากการยิงของ หวู่ เล่ย ทั้งสองลูกเลย

แต่เดี๋ยวก่อน ผมเชื่อว่าถ้าพูดถึงการเจอกับทีมชาติจีน ทุกคนจะต้องนึกถึงแมตช์แห่งความทรงจำที่ “ช้างศึก” บุกไปถล่ม “มังกร” ถึงถิ่น 5-1 ซึ่งนักเตะชุดนั้นก็อยู่ในชุดนี้หลายคนด้วย ทั้ง “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, “ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ หรือ “ปก” ปกเกล้า อนันต์

และคนที่เชื่อว่าชาวจีนจำชื่อเขาได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ”เจ้ากอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร เพราะเจ้าตัวนับเป็นกองหน้าที่ได้ชื่อว่า “เพชรฆาตมังกร” เจอทีมชาติจีนทีไร ต้องมี 1-2 ประตูตลอด

นอกจากนัดที่บุกไปยิง 5-1 ซึ่งกอล์ฟยิงไป 2 ลูกนั้น ยังมีเกม เอเชี่ยนเกมส์ 2014 ที่กอล์ฟคนเดิมกดไป 2 ประตู พาทีมชาติไทย ชนะจีน ไปได้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

อาจจะเป็นโชคชะตาก็ได้ที่ทำให้กอล์ฟ ได้มีโอกาสยิงมังกรตัวนี้อีกสักครั้ง เพราะ 2 เกมล่าสุดที่แพ้จีนมาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมเพราะอาการบาดเจ็บ

บอกเลยว่ามาถึงจุดนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว ลุยกันไปให้เต็มที่ แพ้ไม่เสียใจ

แต่ถ้าชนะละก็…..ฉลองสิครับรออะไร!!!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หน.เพื่อชาติ ชี้ วันนี้คนจนยังเยอะ อย่าให้ต้องทนอีก 4ปีเลย ‘จตุพร’ซัด คสช.ทำคนอดอยาก
บทความถัดไป‘สุธรรม’ ว่าที่ผู้สมัครเพื่อไทยโคราช ลงพื้นที่สยบข่าวลือถูกถอด หวังเร่งเลือกตั้งกู้เศรษฐกิจ