สกู๊ปพิเศษ : เมื่อ ‘ยกเหล็กไทย’ รับสภาพ ชวดลุ้นเหรียญ ‘โตเกียว2020’

ยังคงเป็นเรื่องสำคัญของวงการกีฬาไทย ที่ตอนนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงได้อย่างไร กับเรื่องราวนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ที่ถูกตรวจพบสารต้องห้ามในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ระหว่างวันที่ 2-10 พฤศจิกายน 2561 ที่กรุงอาชกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน

นักกีฬาที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมาว่าตรวจพบสารต้องห้ามนั้น ประกอบไปด้วย “อาม” ธัญญ่า สุขเจริญ 3 เหรียญทองรุ่น 45 กก.หญิง รายการชิงแชมป์โลก, “ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช จอมพลังเหรียญทองโอลิมปิกรุ่น 58 กก.หญิง 3 เหรียญทองรุ่น 55 กก., “แนน” โสภิตา ธนสาร เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 รุ่น 48 กก. อันดับ 4 ในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก, ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล อันดับ 6 การแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก ทั้ง 4 คนนี้ เป็นผลจากห้องแลปของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ยังมีอีก 2 รายคือ ธีรภัทร ชมชื่น จอมพลังวัย 17 ปี และ ดวงอักษร ใจดี จอมพลังสาวรุ่นใหญ่ ที่ไม่ผ่านตรวจสารต้องห้ามเช่นกัน

จริงๆ แล้วเรื่องนี้ ทางสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ชี้แจงวางทางสมาคมฯ นั้นมีมาตรการระมัดระวังและป้องกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการนำปัสสาวะไปตรวจที่ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาของประเทศไทย โดยสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาของประเทศไทยตรวจวิเคราะห์มาโดยตลอด แต่ไม่พบการใช้สารต้องห้าม ในนักกีฬาดังกล่าวแต่อย่างใด

ขณะที่สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิลยูเอฟ) ก็ทำการตรวจปัสสาวะและเลือดของนักกีฬามาโดยตลอด รวมถึงการตรวจปัสสาวะก่อนการแข่งขันระหว่างการแข่งขันและหลังการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งโลกครั้งนี้ด้วย ซึ่งไม่พบการใช้สารต้องห้ามแต่อย่างใด

เพียงแต่ว่าหลังจากนั้น สหพันธ์ฯ ได้ประสานกับแผนกข้อมูลประจำตัวนักกีฬาของไอดับเบิลยูเอฟ ทำการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมในนักกีฬาเป้าหมาย เฉพาะประเทศไทย โดยใช้เทคนิคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ก่อนจะมีการแจ้งว่าพบสารต้องห้ามออกมาในที่สุด

ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้มีข้อสรุปออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทางสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงเจตนารมย์อย่างชัดเจนว่า สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

รวมไปถึงสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ จะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปีหน้า รวมทั้งการแข่งขันเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 18-27 กันยายน ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นั้นสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ จะยังรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพอยู่เช่นเดิม โดยไม่ส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขัน

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมากๆ เพราะกีฬายกน้ำหนักนั้นถือว่าเป็นกีฬาหนึ่งซึ่งเป็นกีฬาความหวังของนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ มาทุกสมัย

“บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ครั้งก่อน ทางสมาคมยกน้ำหนัก มีวาระจะแจ้งเรื่องนี้ให้โอลิมปิคไทยทราบ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้แจ้ง ซึ่งคาดว่าเป็นการรอผลบางอย่างจากสหพันธ์ ซึ่งประกาศดังกล่าว น่าจะเป็นคำตอบสิ้นสุดแล้วว่า ยกน้ำหนักจะไม่ได้ไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” เป็นที่แน่นอนแล้ว และคงจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

“ยกน้ำหนักเป็นความหวังของวงการกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์มาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และการขาดหายไปในโอลิมปิกเกมส์ที่จะถึงส่งผลต่อจำนวนเหรียญของนักกีฬาไทยในโตเกียวอย่างแน่นอน จากเหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สมาคมกีฬาอื่นๆจะต้องตระหนักถึงการระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด และการใช้ยาบำรุง หรือยารักษาต่างๆต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง”

ขณะที่ “รองตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า ประเด็นนี้ถ้าสหพันธ์ฯ ยังไม่ได้มีการลงโทษมา แต่ทางสมาคมฯ มองเห็นว่าได้รับการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม ถ้ายังส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในรายการอื่นๆ ต่อ อาจจะโดนตรวจอีก จึงชะลอการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันนั้น ถือว่าเป็นสิทธิที่สมาคมฯ สามารถปฏิบัติได้ ถ้าหากเป็นรายการระดับชิงแชมป์โลก หรือชิงแชมป์เอเชีย แต่ถ้าหากจะไม่ส่งเข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 และรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์นั้น ทางสมาคมฯ ก็ต้องมาคุยกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และกกท. เพราะว่าเป็นรายการที่ทั้งสององค์กรมีหน้าที่ในการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน ต้องมาคุยกันว่าทำไมถึงจะไม่ส่ง อีกทั้งยังเป็นรายการที่สำคัญที่ประชาชนนั้นคาดหวังและยกน้ำหนักก็เป็นกีฬาที่เป็นความหวังของไทยในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์อีกด้วย

สุดท้ายแล้วก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงแบบใด นักกีฬายกน้ำหนักของไทยจะได้ไปลุ้นเหรียญในโอลิมปิกเกมส์หรือไม่ แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้นักกีฬาและประเทศไทยสูญเสียโอกาสที่จะได้สร้างผลงานเพื่อประเทศชาติอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สรุปผลฟุตบอลลีกยุโรป วันที่ 8 มีนาคม
บทความถัดไป‘บาส-ปอป้อ’ พลิกล็อกพ่ายคู่นักตบอิเหนา ชวดทะลุตัดเชือกศึก ‘ออล อิงแลนด์’