สกู๊ปพิเศษ : ‘ชาบี้ อลอนโซ่’ ก้าวใหม่กับงานกุนซือ

(Getty Images)

เช่นเดียวกับอดีตนักฟุตบอลดังหลายราย วันนี้ เฟร์นานโด อลอนโซ่ อดีตกองกลางชาวสเปนของ ลิเวอร์พูล และ รีล มาดริด เริ่มจับงานโค้ชเต็มตัว โดยหลังหาประสบการณ์จากทีมเยาวชนของราชันชุดขาวเมื่อฤดูกาลก่อน วันนี้เขาเริ่มขยับสู่ระดับที่สูงขึ้นมากับ รีล โซเซียดัด ทีมสำรอง คุมทีมร่วมแข่งขันเซกุนด้าบีของสเปน

อลอนโซ่เปิดใจในบทสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว บีบีซี เมื่อเร็วๆ นี้ว่า เหตุผลที่เลือกโซเซียดัดเพราะเป็นสโมสรบ้านเกิดของตัวเอง และผูกพันกันมาตั้งแต่เล็ก ไม่ใช่แค่เพราะบ้านที่อาศัยตอนเด็กๆ อยู่ห่างจากสโมสรเพียง 15 นาที แต่เพราะพ่อของตนคือ เปริโก้ อลอนโซ่ เคยเป็นทั้งอดีตนักเตะและโค้ชของรีล โซเซียดัด มาก่อน

อลอนโซ่สมัยค้าแข้งกับรีล มาดริด (Getty Images)

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ชีวิตการค้าแข้งของเขาก็เริ่มต้นกับทีมขาว-น้ำเงิน ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนขึ้นทีมชุดใหญ่ในปี 2000 โดยมีส่วนช่วยทีมลุ้นแชมป์ลาลีก้าฤดูกาล 2002-03 (ก่อนพ่ายให้มาดริดเพียง 2 แต้ม) เล่นอยู่ 4 ปีจึงย้ายไปร่วมทีมหงส์แดง ลงสนาม 143 นัด ยิงไป 15 ประตู โดยร่วมอยู่ในชุดประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยุโรปฤดูกาล 2004-05

ต่อมาจึงย้ายไปร่วมทีมมาดริดในปี 2009 เป็นแชมป์ลาลีก้า 1 สมัย, แชมป์โกปา เดล เรย์ 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย แล้วไปต่อที่ บาเยิร์น มิวนิก ปี 2014 เป็นแชมป์บุนเดสลีก้า 3 สมัย กับเดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2017

ส่วนผลงานระดับทีมชาตินั้น อลอนโซ่เป็นสมาชิกทีมกระทิงดุยุคทองที่คว้าแชมป์โลกปี 2010 และแชมป์ยุโรปปี 2008 กับ 2012

ในจำนวนความสำเร็จอันมากมายของข้างต้น เจ้าตัวเผยว่า การร่วมลุ้นแชมป์ลีกกับโซเซียดัดคือหนึ่งในความทรงจำอันล้ำค่า ความที่เป็นทีมเล็กๆ และหวิดจะสร้างประวัติศาสตร์ได้ ความรู้สึกตอนนั้นไม่ต่างอะไรกับการเกือบคว้าแชมป์โลกหรือแชมเปี้ยนส์ลีก จึงเป็นสิ่งที่ติดค้างในใจและทำให้เตือนตัวเองว่าอยากจะกลับสู่ถิ่นเก่ามาตลอด ไม่ว่าจะในฐานะนักเตะหรือโค้ชก็ตาม ซึ่งการรับงานโค้ชในครั้งนี้แม้จะเป็นทีมบี แต่ก็มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างนักเตะให้พร้อมสำหรับทีมชุดใหญ่

อลอนโซ่พูดคุยกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และทีมงานโค้ชแมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Getty Images)

อลอนโซ่บอกว่าเป็นโชคดีของเขาที่ได้ร่วมทีมใหญ่ๆ และได้ทำงานภายใต้โค้ชชั้นนำของโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โชเซ่ มูรินโญ่, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, คาร์โล อันเชล็อตติ หรือ ราฟาเอล เบนิเตซ ก็ตาม

อดีตแข้งดังวัย 37 ปี เผยว่า ตนจะพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดโค้ชแต่ละคนถึงตัดสินใจในจังหวะนี้แบบนั้น เมื่อเรียนรู้ก็จะได้สร้างคาแรกเตอร์ในการคุมทีมของตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ เพราะต้องใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย และด้วยความสนิทสนมที่มี นานๆ ทีตนก็จะติดต่อหาอดีตโค้ชเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีเอาไว้ รวมถึงได้เรียนรู้วิชาต่างๆ ไปด้วย

โค้ชที่อลอนโซ่ยังสนิทและติดต่อถึงตอนนี้มีทั้งมูรินโญ่, เป๊ป รวมถึง จอห์น โทแช็ก และ บีเซนเต้ เดล บอสเก้

ในจำนวนนี้ คนที่อลอนโซ่ให้เครดิตมากเป็นพิเศษคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เขาร่วมงานด้วยสมัยเล่นให้ทีมเสือใต้ โดยกล่าวว่า เป๊ปเป็นคนทำงานละเอียดมาก ใส่ใจในสิ่งเล็กๆ หาเหตุและผลของเรื่องต่างๆ รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อที่ทีมจะคุมเกมได้หรือสร้างความยากลำบากให้คู่แข่งได้ ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลานี้ คือผลิตผลของวิธีคิดดังกล่าว ทั้งที่พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ยากลำบากมากๆ

อย่างไรก็ตาม อลอนโซ่บอกว่า แค่รู้เยอะอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันคือเรื่องแพสชั่น หรือความรักในสิ่งที่ทำ ซึ่งเป๊ปก็มีส่วนนี้ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน และเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ตนจะมีไว้ติดตัวเพื่อให้งานใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วนจะประสบความสำเร็จเหมือน “อาจารย์” เหล่านี้หรือไม่ คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้น

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้‘นอริช-พาเลซ’ เสียท่าพ่ายทีมลีกทูร่วง ‘คาราบาวคัพ’ – ‘โอลิมเปียกอส’ เข้ารอบแบ่งกลุ่ม ชปล.
บทความถัดไปอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา…บทพิสูจน์การพิทักษ์สัตว์ป่า