สกู๊ปพิเศษ : สะเทือนยกเหล็กไทย ฟางเส้นสุดท้ายก่อนแตกหัก ?

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า การแข่งขัน ยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก 2019 ซึ่งเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 18-27 กันยายนนี้ จะไม่มีจอมพลังชายหญิงของไทยร่วมแข่งขันแม้แต่คนเดียว!

เป็นการเสียหน้าในรั้วบ้านอย่างรุนแรง ภายหลังได้รับการยืนยันจากที่ประชุมบอร์ดบริหาร สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิลยูเอฟ) ที่มี “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่งรองประธานสหพันธ์คนที่ 1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ในการประชุมดังกล่าว บอร์ดบริหารยืนยันว่าจะไม่รับข้อเรียกร้องของฝั่งไทยที่จะขอปลด “แบน” ตัวเองสืบเนื่องจากกรณีพบนักกีฬาไม่ผ่านการตรวจสารต้องห้ามถึง 13 รายก่อนหน้านี้

ในจำนวนนี้มีชื่อของ 2 จอมพลังสาวแชมป์ โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล อย่าง “แนน” โสภิตา ธนสาร และ “ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช อยู่ด้วย จึงกลายเป็นประเด็นข่าวร้อนไปทั่วโลก

ช่วงที่สหพันธ์แถลงข่าวตรวจพบสารต้องห้ามในเดือนมกราคมปีนี้ นักกีฬาที่โดนเปิดชื่อต่างถูกลงโทษแบนไม่มีกำหนด ก่อนที่สมาคมยกน้ำหนักของไทยจะออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการแบนตัวเองไม่ส่งนักกีฬาร่วมแข่งขันรายการใหญ่ๆ ซึ่งรวมถึงมหกรรมกีฬา โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปีหน้า

ต่อมา พล.ต.อินทรัตน์ และ บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นฯ ชี้แจงว่า พบสาเหตุที่ทำให้นักกีฬาไม่ผ่านการตรวจโด๊ป นั่นคือโค้ชชาวจีนที่ให้นักกีฬาใช้ยาโดยพลการ โดยที่สมาคมไม่ทราบเรื่องมาก่อน

เมื่อเป็นไปตามนี้ สมาคมยกน้ำหนักไทยจึงพยายามชี้แจงกับสหพันธ์ด้วยเหตุผลดังกล่าว เพื่อยกเลิกโทษแบน

อย่างไรก็ตาม สหพันธ์มองว่า นักกีฬาอยู่ในความรับผิดชอบของสมาคม จะอ้างเหตุดังกล่าวเสียเลยคงไม่ได้ นอกจากนี้ ปัจจุบัน สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติเป็น 1 ใน 2 สหพันธ์กีฬาที่กำลังโดน คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) กดดันอย่างหนักให้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยขู่ว่าอาจจะโดนถอดออกจากกีฬาลุ้นเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ในอนาคต

อีกหนึ่งสหพันธ์ที่โดนคือ สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า) ที่มีปัญหาการบริหารงานและคอร์รัปชั่น ส่วนสหพันธ์ยกเหล็กโลกนั้นโดนเพ่งเล็งเรื่องการใช้สารต้องห้ามอย่างแพร่หลายในนักกีฬาชาติต่างๆ เป็นหลัก

จึงเป็นที่มาของการคุมเข้มเรื่องโด๊ปยา โดยก่อนหน้านี้มหาอำนาจของวงการยกเหล็กอย่างรัสเซียและจีนก็โดนมาแล้ว

โดยเฉพาะกรณีของจอมพลังจีนที่โดนตรวจพบหลายรายจนถูกสหพันธ์แบนไม่ให้ร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 รวมถึงเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในปีนี้

ด้านประธานสหพันธ์ยกน้ำหนัก ทามาส อาจาน ชาวฮังกาเรียน ก็มีท่าทีแข็งกร้าวในเรื่องนี้ และไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามคำขอของฝั่งไทยในการประชุมครั้งล่าสุด

ตอนนี้ไทยจึงได้แต่รอเวลาว่าสหพันธ์ยกน้ำหนักจะปลดล็อกอนุญาตให้จอมพลังไทยลงแข่งขันเมื่อใด โดยมีเป้าหมายสำคัญที่การได้รับไฟเขียวให้ร่วมแข่งขันรายการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ขณะที่เวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

ทามาส อาจาน (Reuters)

การยืนกรานปฏิเสธคำร้องของไทย ในการประชุมที่ประเทศไทย โดยมีคนไทยนั่งเก้าอี้รองประธานบริหารสหพันธ์คนที่ 1 อาจเป็นสัญญาณบ่งชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคีย์แมนของไทยกับสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติเริ่มสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ

ทางออกหนึ่งคือการรื้อฟื้นสัมพันธ์ที่ดีด้วยวิธีใดๆ ก็ตาม ก่อนที่เวลาในการร่วมแข่งขันคว้าโควต้า “โตเกียวเกมส์” จะหมดลง เนื่องจากที่ผ่านๆ มา ยกน้ำหนักเป็นหนึ่งในกีฬาความหวังลุ้นเหรียญของทัพไทย

แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็อาจเหลือทางออกเดียวอย่างการหักกันไปในการเลือกตั้งประธานสหพันธ์ครั้งต่อไป โดยทามาส อาจาน ที่ชนะเลือกตั้งในการประชุมใหญ่เมื่อปี 2017 เหลือวาระดำรงตำแหน่งอีก 2 ปีจึงจะเลือกตั้งใหม่

แต่ทางออกนี้ก็ถือเป็นการหักดิบที่เสี่ยงไม่ใช่น้อยเช่นกัน เพราะถ้าพลาดพลั้งพ่ายแพ้ในเวทีเลือกตั้งขึ้นมา ก็มีสิทธิโดนล้างขั้วอำนาจในภายหลัง

…ดังปรากฏให้เห็นในตัวอย่างการเลือกตั้งของหลายสหพันธ์กีฬาก่อนหน้านี้

บทความก่อนหน้านี้กรมการท่องเที่ยว มอบรางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย มุ่งพัฒนาสู่ระดับสากล
บทความถัดไป‘กรุงเทพธนาคม’​ เตรียมส่งหนังสือเชิญชวนค่ายมือถือ แจมโครงการท่อร้อยสายอีกรอบ หวังได้รับความร่วมมือ