สกู๊ปพิเศษ : ‘ลอเรน โจนส์’ ล่าฝันในวันที่ไม่มีขา

ชีวิตของคนเราไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้อาจจะเจอเรื่องร้าย อีกวันกลับเปลี่ยนไปเป็นเรื่องดี หรือตอนนี้ยังมีความสุข พรุ่งนี้ความทุกข์อาจจะเข้ามาถาโถมก็ได้ ลอเรน โจนส์ นักวีลแชร์เทนนิสสาวอังกฤษที่พบเจอมาแล้ว

10 ปีที่แล้ว โจนส์ในวัย 13 ขวบ กำลังปีนต้นไม้เล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่เรื่องเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่อเธอร่วงลงมาจากต้นไม้สูง 6 เมตร ทำให้กระดูกสันหลังหัก ยุติเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลที่กำลังเริ่มต้นได้ดีกับ ไบรตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ลงไปในทันที เพราะหมอบอกว่า โจนส์จะเดินไม่ได้อีกต่อไป!

“หมอบอกว่าฉันจะเดินไม่ได้อีกแล้ว มันเป็นอะไรที่ช็อกมาก และคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนั้นฉันหัวเราะออกมา แต่พอเห็นหน้าหมอและพยาบาลที่มารักษาฉันแล้ว รวมทั้งหน้าพ่อกับแม่ที่ทุกคนหัวใจแตกสลายก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”

ชีวิตของนักฟุตบอลสาวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะขาที่ใช้การไม่ได้ แต่ถึงแม้ว่าฝันจะจบลง แต่เจมส์ยืนยันว่าจะยังคงใช้ชีวิตที่เกี่ยวโยงกับกีฬาเหมือนที่เคยทำ

หลังจากที่แข็งแรงขึ้น และใช้แขนได้คล่องแคล่ว โจนส์ก็กลายเป็นหัวโจกสร้างความสนุกให้ทุกคนที่โรงพยาบาลเซาแธมป์ตัน ที่เธอรักษาตัวอยู่ ทั้งวิ่งวีลแชร์ไปทั่ววอร์ด เปลี่ยนถังใส่อาเจียนเป็นห่วงบาสเกตบอล

เมื่อโจนส์ได้แจ้งกับหมอว่า อย่างไรก็อยากจะเป็นนักกีฬา แต่ด้วยสภาพร่างกายในตอนนั้นไม่เหมาะที่จะทำให้เธอตามความฝันได้ หมอจึงให้พ่อแม่ของโจนส์เลือกว่าให้สาวน้อยวัย 13 เข้ารับการผ่าตัดใหญ่เพื่อให้ร่างกายดีขึ้นหรือไม่ แต่ก็ต้องแลกด้วยความเสี่ยงว่า โจนส์อาจจะไม่ฟื้นกลับมาอีกเลย

มันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของพ่อแม่เลยทีเดียว เพราะการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี โจนส์กลับสู่ชีวิตนักกีฬาอีกครั้งหลังจากนั้น 2 ปี เธอเข้าทดสอบกีฬาของผู้พิการ 4 ชนิดกีฬา และเลือกเทนนิส ตอนนั้นโจนส์อายุ 16

“ก่อนที่จะพิการฉันไม่รู้เลยว่าคนพิการก็เล่นกีฬาได้ ตอนนั้นไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะเป็นนักเทนนิสอาชีพ แต่หลังจากเล่นไป 2 ปี ก็ขึ้นมาเป็นมือ 1 เยาวชนโลกทั้งหญิงเดี่ยวและคู่ผสม”

เมื่อรู้ว่าตัวเองมีความสามารถด้านกีฬา ก็เบนเข็มจากการเรียนไปเล่นเทนนิสอาชีพแบบเต็มตัว และกลายเป็นนักวีลแชร์เทนนิสที่ฝีมือดีคนหนึ่งของโลก ได้โควต้าเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล แต่ต้องถอนตัวเพราะมีอาการเจ็บ

“ฉันพยายามอย่างหนักมาตลอด 4 ปี เพื่อจะไปแข่งโอลิมปิกที่บราซิล แต่สุดท้ายอาการเจ็บก็มาพรากมันไปจากฉัน ทำให้โอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว เป็นอีกความฝันที่จะต้องไปให้ได้ ซึ่งฉันก็มาเจอความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่เล่นงานเข้าให้อีกเมื่อปีที่แล้ว มันทำให้ฉันปวดท้อง และง่วงนอนตอน 1 ทุ่มของทุกวัน หมอบอกว่าพบเนื้องอก 2 ชิ้น เท่าลูกเทนนิสที่รังไข่ ทำให้ฉันอาจจะไม่สามารถมีลูกได้ ฉันผ่าตัดรักษาโรคนี้และต้องพักถึง 3 เดือน”

เมื่อกลับมาจากการพักฟื้นในเดือนพฤษภาคม โจนส์เดินหน้แข่งขันเก็บแต้มจนขัยบอันดับโลกมาอยู่ที่ 45 ของโลก ซึ่งจะได้โควต้าไปพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถ้าสามารถแรงกิ้งให้อยู่ในท็อป 25 ของโลกได้จนถึงเดือนมิถุนายน ปีหน้า

“ฉันพยายามเล่นอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมาแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ดีสุดในการเป็นนักเทนนิสอาชีพแล้ว”

ไม่ว่าสภาพร่างกายจะเป็นแบบไหน ถ้ามีเป้าหมายและมีความพยายาม ความหวังที่จะประสบความสำเร็จก็จะผุดขึ้นในความรู้สึกเช่นกัน นักวีลแชร์เทนนิสคนนี้แสดงให้เห็นว่า การจะประสบความสำเร็จในการเป็นนักกีฬาอาชีพได้ ไม่จำเป็นต้องมีขา แต่ต้องมีฝัน
ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วความฝันของลอเรน โจนส์ จะสำเร็จหรือไม่ แต่ความพยายามระหว่างทาง ก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้มากทีเดียว

บทความก่อนหน้านี้สหกรณ์แปรรูปยางตรัง ระส่ำ! ใกล้ล้ม ราคาตกต่ำต่อเนื่อง สัปดาห์หน้าบุกกระทรวงเกษตรฯ ยื่น 4 ข้อถึง ‘เฉลิมชัย’ ช่วยด่วน
บทความถัดไป‘กรมพลศึกษา’ ประชุมเตรียมการเป็นเจ้าภาพกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ‘อุดรธานีเกมส์’