ตัดเกรดแข้ง ‘ช้างศึก’ หลังอุ่นเครื่องเจ๊า ‘คองโก’ 1-1

หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เสมอกับ คองโก ทีมอันดับ 90 ของโลก 1-1 ในการแข่งขันอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ ที่บีจี ปทุม สเตเดียม เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม

ต้องบอกว่าเป็นเกมที่ อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้โอกาสลองผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ในแบบที่ใครร่างกายพร้อมมีโอกาสได้ลงสนามทั้งหมด

ดังนั้นทีมงาน “มติชน” ขอถือโอกาสตัดเกรดผู้เล่นที่ได้ลงสนามในวันนี้ดูว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่อาจจะละไว้ในส่วนของ “เก่ง” อดิศร พรหมรักษ์, “ทู” ชนานันท์ ป้อมบุปผา กับ เอเลียส ดอเลาะห์ ที่ลงสนามมาไม่นาน และยังไม่ได้แสดงผลงานอะไรออกมา

ตัวจริง

“ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (7.5) นับเป็นการกลับมาลงสนามให้กับทีมชาติครั้งแรกหลังจากพลาดในเกมกับเวียดนามที่คิงส์คัพ แม้ว่าในระดับสโมสรอาจจะไม่ค่อยได้ลงเล่น แต่สภาพร่างกายยังดีอยู่ มีจังหวะบินเซฟให้เห็นบ้าง และการตัดบอลต่างๆ ก็ยังอยู่ในระดับที่ดี ประตูที่เสียเองมาจากลูกแฉลบคงไม่สามารถโทษเขาได้

“มิงค์” กรกช วิริยะอุดมศิริ (7) เป็นมวยแทนที่ลงมาหลัง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เจ็บตอนวอร์มอัพ แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ลูกที่เสียประตูคงจะโทษเขาได้ไม่เต็มปาก ถือว่าพลาดกันหมดทั้งแผงหลังละกัน อย่างไรกรกชยังถือว่ามีทีเด็ดลูกตั้งเตะที่เกือบจะเป็นประตูอยู่ และนับว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลย

“นนท์” นิติพงษ์ เสลานนท์ (8.5) ได้รับโอกาสลงเล่นในนามทีมชาติเป็นครั้งแรก และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้อากิระ นิชิโนะ ผิดหวัง แข็งแกร่งทั้งในส่วนของเกมรับ ที่เจาะทางฝั่งเขาได้ยาก และยังโดดเด่นเกมรุกที่เติมขึ้นมาเปิดได้หลายหน เชื่อว่าเกมกับยูเออีน่าจะได้ออกสตาร์ทอีกครั้ง

มานูเอล ทอม เบียห์ร (7.5) หลังจาก 2 นัดแรกในยุคของนิชิโนะ เจ้าตัวดูจะตื่นๆ สนามไปสักหน่อย แต่คราวนี้กลับมาพร้อมกับความมั่นใจที่มากขึ้น และเริ่มชินกับบรรยากาศของทีมชาติ วันนี้ภาพรวมถือว่าแข็งแกร่ง และตัดเกมรุกของคองโกได้เยอะมาก

“ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (8) เกมนี้ตั้มต้องรับหลายบทบาท จากช่วงต้นที่เล่นเป็นเซนเตอร์แบ๊ก ซึ่งก็ทำได้ดี คอยซ้อนให้กับทอม เบียห์ร กลายเป็นเกมรับมีความเหนียวแน่นมากขึ้น ก่อนที่ช่วงท้ายจะดันกลับมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน

“ตังค์” สารัช อยู่เย็น (8.5) กลับมาเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมชาติไทยได้อีกครั้ง หลังจากมีช่วงออกทะเลไปไกล คุมเกมตรงกลางได้อยู่หมัด และเป็นเหมือนผึ้งงานที่ทำให้เพื่อนในตำแหน่งอื่นๆ สามารถทำผลงานออกมาได้ดี แถมวันนี้ได้ 1 แอสซิสต์อีกด้วย

 

“เต้” พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล (8) ตลอดครึ่งแรกที่เขาอยู่ในสนาม ต้องบอกว่าเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง สกรีนเกมรุกของคู่ต่อสู้ก่อนจะไปถึงแนวรับได้เป็นอย่างดี รวมถึงการเล่นกับสารัช ทำให้เขาเหมือนมีพี่ที่ไว้ใจได้ ช่วยให้เขากล้าเล่น และอาจจะบอกได้ว่านี่คือคนหนึ่งที่ช่วงนี้ทีมชาติไทยจะขาดไปไม่ได้เด็ดขาด

“พี” ศศลักษณ์ ไหประโคน (7.5) วันนี้ต้องบอกว่าเจ้าพีอาจจะสรีระสู้คองโกไม่ได้ แต่สิ่งที่มาทดแทนคือความขยัน เราจะเห็นว่าเขาวิ่งกดดันคู่แข่ง พยายามช่วยเพรสเพื่อครองบอลกลับ และก็มีโอกาสได้หลุดเข้าไปยิงหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่ดีพอจะเป็นประตู

 

“บุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา (8) แม้จะมีโอกาสได้แสดงผลงานเพียงแค่ช่วงครึ่งแรก แต่ต้องบอกเลยว่าเจ้าหนูวัย 19 ปีจากเชียงรายคนนี้ สร้างความวูบวาบให้กับแนวรุกของทีมชาติไทยทุกครั้งเวลาได้บอล แถมยังกล้าเลี้ยง ตัดเข้ากลางและหาจังหวะยิงได้หลายครั้ง นอกจากนี้ยังลงมาช่วยเกมรับบ่อยครั้งด้วย แสดงให้เห็นถึงการเล่นเพื่อทีมเช่นกัน

 

 

“อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด (6) ถ้าจะบอกว่าค่อนข้างผิดหวังกับอาร์มก็คงไม่ผิด อาจจะเป็นเพราะเราเคยคาดหวังกับเขาได้มากกว่านี้ แต่ปัจจุบันอาร์มเหมือนเสียจังหวะของตัวเองไป เป็นหน้าเป้าก็ไม่ดี ถอยลงมาต่ำก็เก้ๆ กังๆ มีบางช็อตที่พี่มุ้ยโหม่งชงให้ แล้วเขาควรจะสอดขึ้นไปได้ ก็อยู่ต่ำเกินไป ได้แต่หวังว่าให้เจ้าตัวเรียกฟอร์มกลับมาได้โดยเร็ว

“มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา (7.5) การมีธีรศิลป์อยู่ในสนาม ทำให้แนวรุกของไทยมีคนที่ไว้ใจสามารถฝากบอลเอาไว้ได้ แถมยังอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสียด้วย แต่เอาจริงๆ มุ้ยควรจะลงมาเล่นต่ำมากกว่าศุภชัยด้วยซ้ำ เพราะสามารถครองบอล จ่ายทะลุช่องให้กับเพื่อนได้ อย่างไรก็ตามจุดหนึ่งที่ต้องปรับคือเรื่องความเร็วในการเล่น เพราะยังดูช้าไปสักหน่อย

 

สำรอง

“โดม” บดินทร์ ผาลา​ (7.5) ข้อดีของปีกรายนี้ที่เราเห็นมาตั้งแต่เขาเล่นให้การท่าเรือคือความเร็วและความกล้าในการจี้เข้าหาแนวรับคู่แข่ง ซึ่งวันนี้โดมเล่นได้เหมือนตอนอยู่กับท่าเรือ มีโอกาสสับไกอยู่ 1-2 ครั้ง ซึ่งถ้าโชคดีอาจจะเป็นประตูไปแล้ว นอกจากนี้ยังลงมาช่วยเพิ่มสปีดในเกมรุกให้เร็วขึ้น จนคองโกตั้งรับแทบไม่ทันอีกด้วย

 

“เฟย” ศิวกรณ์ เตียตระกูล (8.25) เอาจริงๆ นี่คือตัวสำรองที่ลงมาในครึ่งหลังแล้วทำผลงานดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ศิวกรณ์คุมจังหวะในแดนกลางให้ทีมได้ดี เป็นคนสำคัญในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก แล้วก็ยังมีความกล้าที่จะเล่นอีกด้วย อยากให้ลองใช้เป็นตัวจริงในเกมกับยูเออีเลยทีเดียว

 

 

“แบงค์” ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา (7.75) อาจจะบอกได้ว่านี่คือฟอร์มที่น่าเหลือเชื่อไม่น้อยสำหรับเด็กที่มีอายุเพียง 17 ปีเศษๆ เท่านั้น เจ้าตัวเล่นเหมือนเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่มานานเป็นปี มีความกล้าได้กล้าเสี่ยง และกล้าเล่นในแนวทางของตัวเอง บวกกับความเร็วที่เจ้าตัวมีอยู่แล้ว มันทำให้เกมรุกของไทยนั้นวูบวาบขึ้นมากในครึ่งหลัง บอกเลยว่าเด็กคนนี้อนาคตไกลแน่นอน

สำหรับแมนออฟเดอะแมตช์ เอาจริงๆ เลือกไม่ถูกเลยว่าจะให้ใคร เพราะว่าเป็นเกมหนึ่งที่ทุกคนแสดงให้เห็นถึงทีมเวิร์คที่เล่นกันเป็นอย่างดี ช่วยบีบช่วยไล่ จนคองโกเองก็ไปไม่เป็นเช่นกัน ถือว่าทั้งทีมทำหน้าที่ได้อย่างสุดยอดละกัน

บทความก่อนหน้านี้ฆาตกรรมโหดต่อหน้าสาวๆ ‘อิหร่าน’ เปิดบ้านถล่ม ‘กัมพูชา’ 14-0 ฉลองแฟนบอลผู้หญิงเข้าชมเกมได้ในรอบ 40 ปี
บทความถัดไปวันของแข้งหงส์ ‘ฟิร์มิโน่’ ยิงนำ ‘มาเน่’ ตีเสมอ ‘บราซิล’ อุ่นเจ๊า ‘เซเนกัล’ 1-1