สกู๊ปพิเศษ : แรงบันดาลใจ ‘คิมี่ ไรโคเน่น’ สร้างฝันเด็กไทยสู่นักขับโลก

วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย กำลังพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และมีแฟนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันสนับสนุนให้เกิดกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา รวมถึง บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยยกระดับขึ้นมา และต่อยอดการพัฒนาไปสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกในอนาคต…

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้จัดโครงการ “สิงห์ คาร์ท คัพ ชาลเลนจ์ 2019 บาย คิมี่ ไรโคเน่น” ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยเป็นกิจกรรมพัฒนานักขับเยาวชนไทย เพื่อต่อยอดสู่การเป็นนักขับระดับโลก ซึ่งเน้นไปที่นักขับเยาวชน ที่ผ่านคัดเลือกมาจากการแข่งขัน “ร็อค คัพ ไทยแลนด์” รวมทั้งออดิชั่นจากนักขับเยาวชนที่มีใจรักความเร็วให้เข้ามาร่วมการชิงชัยในรอบชาลเลนจ์ 1 ที่อิมแพค สปีด พาร์ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้

ยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างความฮือฮาด้วยการดึง คิมี่ ไรโคเน่น ยอดนักขับชื่อดังชาวฟินแลนด์ วัย 40 ปี ดีกรีแชมป์การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน ปี 2007 มาร่วมเปิดโครงการ พร้อมกับร่วมขับรถโกคาร์ทโชว์เทคนิค และติวเข้มทักษะการขับระดับโลกให้กับเยาวชนไทยที่ผ่านการคัดเลือกมาร่วมโครงการ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักขับตัวจิ๋วของไทยกับการพัฒนาศักยภาพก้าวตามรอยไปสู่การเป็นนักขับระดับโลก

สำหรับนักขับเยาวชนไทยทั้งหมดจะได้ติวเข้มเทคนิคการขับระดับโลกจาก คิมี่ ไรโคเน่น รวมทั้งทีมโค้ชนักขับชั้นแนวหน้าของไทย อย่าง ติณห์ ศรีตรัย, กันตศักดิ์ กุศิริ และนักขับดังชาวดัตช์อย่าง คาร์โล แวน แดม เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ เยาวชนไทยที่ร่วมกิจกรรม อีกทั้งนักนักขับเยาวชนไทยยังได้ร่วมแข่งขันโกคาร์ท กับทีมโค้ช และนักขับวีไอพีอย่าง ปิติ ภิรมย์ภักดี และ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี อีกด้วย

ในส่วนของโกคาร์ทในรุ่นรุ๊คกี้นั้น คิมี่ ไรโคเน่น ยังเป็นผู้โบกสะบัดธงให้สัญญาณออกสตาร์ทการแข่งขันที่มีนักขับเยาวชนไทย 14 คนร่วมดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ซึ่งผลการแข่งขัน ปรากฏว่า “น้องพีค” พชรพล เข็มเพ็ชร์ เร่งสปีดรถโกคาร์ตเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 10.02.875 นาที ขณะที่อันดับ 2 ตกเป็นของ รชต เปลวทอง ทำเวลาได้ 10.04.692 นาที และอันดับ 3 กุลพัชร กุลบุญ ทำเวลาได้ 10.08.100 นาที

คิมี่ ไรโคเน่น ในฐานะแอมบาสเดอร์ของสิงห์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมโครงการนี้กับสิงห์มาเป็นปีที่ 5 แล้ว และความสัมพันธ์ที่มีกันมาถึง 5 ปีก็เป็นการสื่อว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีความจริงจัง และจริงใจในการช่วยกันยกระดับวงการมอเตอร์ไทย และพัฒนาการแข่งขันของนักขับเยาวชนไทย ซึ่งทุกปีที่ได้มาร่วมโครงการนี้ก็ได้เห็นว่ามีความยิ่งใหญ่ขึ้นตามลำดับ ทำให้เกิดเป็นความรู้สึกมากที่ได้มาอยู่ในจุดนี้กับการร่วมพัฒนานักขับเยาวชนไทย

“สิ่งสำคัญที่สุดที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นสุดยอดนักกีฬาได้คือ จะต้องมีความสุข ซึ่งเด็กจะต้องมีความสุข และสนุกกับการแข่งขัน จึงอยากแนะนำไปยังพ่อแม่ของน้องๆ ทุกคนว่า อย่าสร้างความกดดันให้กับน้องๆ มากเกินไป เพราะในการแข่งขันก็มีความกดดันมากพออยู่แล้ว ฉะนั้นครอบครัวก็อย่าไปเพิ่มความกดดันให้เขา เพราะจะทำให้เด็กไม่อยากเล่น โดยสิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้จากชีวิตการเป็นนักขับของตัวเองก็คือ ให้จงเชื่อมั่นใจตัวเอง ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ และเราก็จะเข้าใก้ลความสำเร็จได้” คิมี่ ไรโคเน่น กล่าว

ขณะที่ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 จนกระทั่งปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว ซึ่งตอนแรกเริ่มต้นจากการคัดเลือกจำนวนรถมาเข้าแข่งขันเพียงแค่ 8 คน แต่มีเด็กมาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ทำให้ได้มีการเพิ่มเป็น 12 คน และ 14 คนในปีนี้ ส่วนปีหน้าก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 16-18 คน ซึ่งตัวเองในฐานะที่เป็นประธานชมรมโกคาร์ทแห่งประเทศไทยด้วยนั้นก็เล็งเห็นถึงความสำคัญในการหาเยาวชนที่รักในความเร็วมาเริ่มต้นกันตั้งแต่ยังเด็กที่ยังมีจำนวนน้อยมาก

“ตอนนี้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีรายการแข่งขันเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ คาดว่าการที่น้องๆ ได้มาเรียนรู้ในโครงการนี้จะช่วยเป็นอนาคตให้กับน้องๆ ในวันข้างหน้าได้ ซึ่งทางสิงห์ก็ได้สนับสนุนทั้งรายการแข่งขัน และนักขับเยาวชน ที่คัดตัวไปแข่งในต่างประเทศ เราต้องการที่จะผลักดันวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นใระดับนานาชาติ ผมมั่นใจว่าเด็กไทยก็ไม่แพ้ต่างชาติแน่นอน” นายววุฒิกล่าว

ด้าน “น้องพีค” พชรพล เข็มเพ็ชร์ วัย 10 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่โครงการนี้จัดให้มีโอกาสได้เจอกับ คิมี่ ไรโคเน่น เพราะเขาเป็นนักขับระดับโลกที่เราไม่ได้มีโอกาสเจอง่ายๆ โดยทาง คิมี่ ไรโคเน่น ก็ได้สอนเทคนิค และบอกว่า ให้เรามีความตั้งใจ ขับให้สนุกๆ และไม่กดดัน เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่การแข่งขันในระดับต่อไป ส่วนตัวเพิ่งเริ่มขับปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งในการแข่งขันที่ผ่านมาก็รู้สึกพอใจกับผลงานของตัวเอง ส่วนอนาคตก็อยากจะก้าวไปถึงการเป็นนักขับในระดับเอฟ 3 ให้ได้

“ผมอยากจะขับโชว์ให้เห็นถึงความเก่งกาจ และจะขับอย่างตั้งใจ สนุกสนาน แบบที่ คิมี่ ไรโคเน่น บอกเอาไว้ครับ เพื่อพัฒนาตัวเองไปเป็นนักขับระดับเอฟ 3 ให้ได้ในอนาคต ส่วนสาเหตุที่ผมชอบในการเล่นกีฬามอเตอร์สปอร์ตก็เป็นเพราะว่า เวลาที่เราได้ขับแซงคู่แข่งก็มีความสนุกมาก ทำให้มีเพื่อนคอยเล่นกับเรา และได้เพื่อนใหม่ๆ มากขึ้นด้วย ส่วนไอดอลของผมแน่นอนว่า คิมี่ ไรโคเน่น ก็เป็นนักขับที่เก่ง และก็อยากที่จะไปเป็นแบบเขาให้ได้” น้องพีคกล่าว

คิมี่ ไรโคเน่น ถือเป็นนักขับระดับโลกที่เดินทางมาประเทศไทยหลายครั้งกับโครงการนี้ และเป็นส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทยได้มีความฝันในการก้าวไปสู่สังเวียนเอฟวันต่อไปในอนาคต ซึ่งเขาเป็นคนที่ช่วยตอบโจทย์ในการที่ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไปสู่เวทีระดับโลก

แม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร แต่จากการปลูกฝังบ่มเพาะตั้งแต่ระดับเยาวชนจะช่วยให้เด็กเหล่านี้มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ต้นแบบของเขาในอนาคตได้ในอีกไม่นานเกินรอ…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon