สกู๊ปพิเศษ : บทสรุปศึกลูกหนัง ‘ไทยลีก 2019’ ระทึก-ดราม่า-สวนกระแส

ปิดฉากลงไปอย่างสุดระทึกสำหรับศึกลูกหนังลีกสูงสุดของเมืองไทย “โตโยต้า ไทยลีก 2019” ซึ่งต้องลุ้นกันถึงโค้งสุดท้ายจนในที่สุดเป็น “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาได้ 10 ปี และเป็นการสอดแทรก 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขึ้นมายึดบัลลังก์ในรอบ 11 ปีหลังสุดที่ผ่านมา

เกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล เชียงราย บุกถล่ม “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี 5-2 พร้อมส่งเจ้าบ้านตกชั้นเป็นทีมสุดท้าย ขณะเดียวกัน บุรีรัมย์ พลาดท่าโดนตีเจ๊าท้ายเกมเสมอ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี 1-1 ที่ตกชั้นไปแล้ว แต่ทำให้โลกต้องจดจำ ส่งผลให้พลพรรคกว่างโซ้งมหาภัยปาดหน้าเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปครองได้แบบพลิกความคาดหมาย ส่วน บุรีรัมย์ ต้องอกหักพลาดแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 7 และนับเป็นการไร้แชมป์ใดๆ ในรอบ 9 ปี

ฟุตบอลไทยลีก เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 1996 ซึ่ง ธนาคารกรุงเทพ เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ หลังจากนั้นอีก 10 สโมสรผลัดกันคว้าแชมป์ประกอบด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 6 สมัย (2011, 2013, 2014, 2015, 2017, 2018), เมืองทอง ยูไนเต็ด 4 สมัย (2009, 2010, 2012, 2016), ทหารอากาศ 2 สมัย (1997, 1999), บีอีซี เทโร ศาสน 2 สมัย (2000, 2001), ธนาคารกรุงไทย 2 สมัย (2002, 2003)

ส่วนแชมป์ 1 สมัยมี สินธนา (1998), พนักงานยาสูบ (2004), มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (2006), ชลบุรี เอฟซี (2007), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (2008) และปีล่าสุดฤดูกาล 2019 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นแชมป์หน้าใหม่เป็นทีมที่ 12

สำหรับบทสรุปของศึกไทยลีก 2019 ปรากฏว่า เชียงราย คว้าแชมป์หลังลงเตะ 30 นัด มี 58 แต้มเท่ากับ บุรีรัมย์ แต่เชียงรายมีเฮดทูเฮดดีกว่าจากผลงาน บุกเสมอ 0-0 ก่อนกลับมาเปิดบ้านถล่ม 4-0 ทำให้นับเป็นการตัดสินแชมป์ไทยลีกด้วยกฎเฮดทูเฮดเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการแข่งขันมา 23 ฤดูกาล

พร้อมกันนี้ เชียงราย ยังคว้าโควต้าลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2020 ในรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ส่วน บุรีรัมย์ ได้สิทธิ์ไปเตะในรอบเพย์ออฟ รอบสอง เท่านั้น

“บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาทีมเชียงราย เปิดใจว่า “ดีใจมากที่ทำได้ เราสู้กับอะไรที่ไม่ถูกต้องมาโดยตลอด แต่ได้พิสูจน์แล้วว่า ผ่านมาได้ ซึ่งต้องแสดงความยินดีกับแฟนบอลเชียงราย และนักฟุตบอลที่ต่อสู้อย่างสุดใจร่วมฝ่าฟันมาโดยตลอด ภารกิจหลักคือ ต้องป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้า ส่วนการเตรียมทีมลุยศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก 2020 รอบแบ่งกลุ่ม ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทีมเชียงรายจะต้องเรียนรู้ และต้องมีการวางแผนกันอีกครั้ง”

ขณะที่ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ออกมาระบุว่า “ขอโทษ เรายังไม่ดีพอ” พร้อมกับได้ยืนยันว่า “ชีวิต และจิตใจ รวมกันอยู่ตรงนี้ ที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอาหัวใจทุกคนที่จะสู้กันต่อไป มารวมกันไว้ที่นี่ แล้วบอกกับตัวเอง ก้าวใหม่ ก้าวต่อไป เราจะต้องดีกว่านี้”

ด้านทีมอันดับ 3 “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟ.ซี. ทำผลงานเก็บไปได้ 53 แต้ม ตามมาด้วยอันดับ 4 “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 50 แต้ม และอันดับ 5 “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 46 แต้ม ส่วนอีกด้านหนึ่งที่ลุ้นระทึกไม่แพ้กันเป็นทีมในโซนท้ายตาราง ซึ่งจบด้วยการที่ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี จบอันดับ 14 มี 32 แต้ม ตกชั้นลงไปตามอีก 2 ทีมที่ร่วงไปก่อนหน้านี้แล้วคือ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล อันดับ 15 มี 30 แต้ม และ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี อันดับสุดท้าย 28 แต้ม

สำหรับเงินรางวัลของศึกไทยลีกของ 8 อันดับแรก มีดังนี้
1. สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รับเงินรางวัล 10,000,000 บาท
2.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รับเงินรางวัล 3,000,000 บาท
3.การท่าเรือ เอฟ.ซี. รับเงินรางวัล 1,500,000 บาท
4.แบงค็อก ยูไนเต็ด รับเงินรางวัล 800,000 บาท
5.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รับเงินรางวัล 700,000 บาท
6.สมุทรปราการ ซิตี้ รับเงินรางวัล 600,000 บาท
7.ชลบุรี เอฟซี รับเงินรางวัล 500,000 บาท
8.ราชบุรี มิตรผล เอฟซี รับเงินรางวัล 400,000 บาท

ส่วนตำแหน่งดาวซัลโวของฤดูกาล 2019 ตกเป็นของ ลอนซาน่า ดูมบูย่า ศูนย์หน้าชาวกินีของทีม “ช้างขาวเจ้าเกาะ” ตราด เอฟซี ซัดรวมทั้งสิ้น 20 ประตู พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะชาวกินีคนแรกที่คว้ารางวัลดาวยิงไทยลีก ขณะที่อันดับ 2 เนลสัน โบนีญ่า กองหน้าชาวเอลซัลวาดอร์จากทีมทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 16 ประตู ส่วนอันดับ 3. ร่วม อิบสัน เมโล่ กองหน้าชาวบราซิลของทีมสมุทรปราการ ซิตี้ และ เลอันโดร อัสซัมเซา กองหน้าบราซิลจากทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 15 ประตู

นอกจากนี้ 13 อันดับแรกของดาวซัลโวไทยลีก 2019 เป็นนักเตะชาวต่างชาติทั้งสิ้น แต่ยังมีนักเตะไทยที่สามารถทำผลงานขึ้นมาเป็นดาวซัลโวไทยได้ก็คือ “บุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ดาวรุ่งวัย 20 ปีของทีมเชียงราย ซึ่งสอดแทรกเข้ามาติดอยู่ในอันดับ 14 ร่วมกับอีก 4 แข้งต่างชาติ หลังยิงรวม 10 ประตู

ทำให้ เอกนิษฐ์ คว้าเงินรางวัล 300,000 บาท จากตำแหน่งดาวซัลโวนักเตะไทย รวมทั้ง เชียงราย ยังคว้าเงินรางวัล 2 ล้าน จากโครงการไทย สไตร์ก แบ๊ก องสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งต้องการพัฒนาฝีเท้าของนักเตะไทยด้วย

บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้เปิดเผยสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทยลีก 2019 จำนวนทั้งหมด 240 แมตช์ ซึ่งมีแฟนบอลซื้อตั๋วเข้าชมเกมในสนามรวมทั้งสิ้น 1,367,780 คน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5,699 คนต่อนัด ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 4 ปีหลังสุดแม้จะมีจำนวนแมตช์ลดลง

ส่วนแมตช์ที่มีแฟนบอลเข้าชมในสนามมากที่สุดเป็นเกมที่ บุรีรัมย์ เปิดบ้านชนะ การท่าเรือ 3-1 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2562 มีจำนวน 32,538 คน ด้านสนามช้าง อารีน่า ของทีมบุรีรัมย์ มีจำนวนแฟนบอลเข้าชมเกมรวมมากที่สุดทั้งสิ้น 203,374 คน

อย่างไรก็ตาม ศึกลูกหนังไทยลีก 2019 เรียกได้ว่า มีความสนุกตื่นเต้น ลุ้นทะทึก และดราม่า ตั้งแต่นัดแรกจนกระทั้งถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งมีส่วนทำให้มีจำนวนยอดแฟนบอลเข้าชมเกมในสนามเพิ่มมากขึ้นมาในรอบ 4 ปีหลังสุด

รวมทั้งมีแฟนบอลติดตามผ่านทางการถ่ายทอดสดอีกเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งเป็นการสวนกระแสความซบเซาที่เคยเกิดขึ้นกับฟุตบอลไทยลีกก่อนหน้านี้ และเป็นสัญญาณดีของวงการลูกหนังไทยที่เริ่มจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

จึงน่าติดตามว่า ไทยลีกในฤดูกาลหน้าจะมีมิติใหม่อย่างไรเกิดขึ้นบ้าง และจะมีวามสนุกตื่นเต้นลุ้นระทึกมากขึ้นกว่าฤดูกาลนี้อีกมากน้อยเพียงใด…

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้SiteMinder เสริมผู้ประกอบการไทย เพิ่มยอดจองที่พักด้วยเทคโนโลยี
บทความถัดไป“บิ๊กป๊อก” ลั่น ไม่มีปัญหา! พร้อมเข้าสภา แจงกมธ.ป้องกัน