ปาฏิหาริย์ ‘กรานาด้า’ ตามรอย ‘เทพนิยายจิ้งจอกสยาม’?

(Photo by Jeroen Meuwsen/Soccrates/Getty Images)

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า แชมป์เก่าลาลีก้า สเปน ลงสนามนัดที่ 10 ของฤดูกาลลาลีก้า 2019-20 ถล่มรีล บายาโดลิด 5-1 ทวงตำแหน่งจ่าฝูงด้วยผลงานชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 2 มี 22 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สื่อและแฟนบอลหลายคนทึ่งในสัปดาห์ที่ 10 ของลาลีก้า คงต้องยกให้ผลงานอันยอดเยี่ยมของทีม กรานาด้า ซึ่งรั้งตำแหน่งอันดับ 3 ของตาราง มีแต้มน้อยกว่าบาร์ซ่าและ รีล มาดริด เพียง 2 และ 1 คะแนนตามลำดับเท่านั้น

ก่อนสองทีมยักษ์ใหญ่จะลงสนาม กรานาด้าซึ่งได้ประโยชน์จากการเลื่อนเกม “เอล กลาซิโก้” เมื่อวันเสาร์ กระโดดข้ามทั้งบาร์ซ่าและมาดริดขึ้นไปครองจ่าฝูงชั่วคราว ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของแฟนบอล

เนื่องเพราะกรานาด้าไม่เคยได้ไปอยู่ในตำแหน่งนั้นมาก่อน และสโมสรเล็กๆ จากแคว้นอันดาลูเซียแห่งนี้ก็เพิ่งไต่กลับขึ้นมาอยู่ลาลีก้าในฤดูกาลนี้เอง

ปรากฏการณ์ครั้งนี้ทำให้สื่อสเปนหลายสำนักนำกรานาด้าไปเปรียบเทียบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมรองบ่อนที่สร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16

ขณะที่สื่อยุโรปหลายสำนักพยายามค้นลึกถึงเบื้องหลังที่ทำให้ทีมก้าวมาอยู่จุดนี้ โดยมีชื่อ โทนี่ อดัมส์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษของ อาร์เซน่อล เป็นหนึ่งในตัวละครเอกของเรื่อง!

โทนี่ อดัมส์ สมัยคุมกรานาด้า (Photo by Gonzalo Arroyo Moreno/Getty Images)

ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2017 กรานาด้าตกชั้นด้วยคะแนนรวมน้อยนิดเพียง 20 แต้ม โดยฤดูกาลนั้นผู้บริหารทีมเปลี่ยนโค้ชไปถึง 4 คน แต่ก็ยังกู้วิกฤติของทีมไม่ได้

โค้ชคนสุดท้ายที่คุมตอนปิดฤดูกาลก็คือ โทนี่ อดัมส์ อดีตกัปตันทีมปืนใหญ่ ซึ่ง ฮีธ เชสเตอร์ส ผู้สื่อข่าวอิสระชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ที่สเปนและเป็นแฟนตัวยงของกรานาด้าเล่าว่า อดัมส์อาจจะไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์หรือสิ่งมหัศจรรย์ในช่วงที่เขาคุมทีมอยู่ แต่ก็ให้คำแนะนำดีๆ ไว้กับทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จอห์น เจียง หรือ เจียง ลี่จาง นักธุรกิจชาวจีนซึ่งเข้าไปเทกโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2016

ตอนอดัมส์เข้าไปรับหน้าที่กุนซือกรานาด้า นักเตะ 28 คน มีผู้เล่นสเปนเพียง 5 คน และมีผู้เล่นหลากหลายเชื้อชาติรวมกันแล้วจาก 20 ประเทศ

อดีตกองหลังเมืองผู้ดีบอกเจียงว่า เขาต้องปรับโครงสร้างทีมใหม่ หันมาเน้นใช้นักเตะท้องถิ่นมากขึ้น เขาย้ำเรื่องนี้หลายรอบแทบทุกครั้งที่มีโอกาส

ในที่สุด เจียงก็ตัดสินใจจ้าง อันโตนิโอ คอร์ดอน อดีตผู้อำนวยการสโมสร บียาร์รีล และ โมนาโก มาดูแลเรื่องการซื้อขายนักเตะ รวมถึงแต่งตั้ง ฟราน ซานเชซ มาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค

ทั้งคู่ช่วยกันปรับเปลี่ยนโครงสร้างนักเตะ หันมาสร้างทีมโดยมีนักเตะสเปนเป็นหลัก เน้นผู้เล่นที่เกิดหรือโตที่แคว้นอันดาลูเซียด้วยซ้ำ

ดีเอโก้ มาร์ติเนซ (Photo by Fermin Rodriguez/NurPhoto via Getty Images)

ฤดูกาลแรกในลีกเซกุนด้าของกรานาด้าลงเอยด้วยการคว้าอันดับ 10 ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง นั่นคือการว่าจ้างโค้ชคนหนุ่ม ดีเอโก้ มาร์ติเนซ

มาร์ติเนซเข้าไปคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ขณะอายุเพียง 37 ปี ณ เวลานั้นเป็นกุนซือที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง ตอนเป็นนักเตะก็ไม่ได้โด่งดังอะไร พอผันตัวมาเป็นโค้ชก็เริ่มจากทำทีมเยาวชนและทีมสำรองของ เซบีญ่า แล้วจึงเขยิบไปคุมทีมกลางตารางอย่าง โอซาซูน่า

อย่างไรก็ตาม เชสเตอร์สบอกว่า คุณสมบัติหนึ่งที่ดีของมาร์ติเนซคือความมุ่งมั่นตั้งใจ เขาค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไต่เต้า ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่นักเตะ

เหล่านี้สะท้อนออกมาเวลาผู้เล่นกรานาด้าให้สัมภาษณ์ จะไม่มีใครยิ้มรับคำชมแบบรายบุคคล แต่จะสื่อให้เห็นถึงภาพรวมของทีม และอิทธิพลของโค้ช รวมถึงการให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่และผู้บริหารทุกภาคส่วน

ฤดูกาลที่ 2018-19 ของกรานาด้าเป็นไปอย่างหนักแน่นมั่นคง สามารถกลับสู่ลีกสูงสุดด้วยการเสียประตูให้คู่แข่งเพียง 28 ประตู จาก 42 เกม

กรานาด้าเลื่อนชั้นขึ้นมาโดยมีนักเตะราวครึ่งต่อครึ่งที่ไม่มีประสบการณ์การเล่นในลาลีก้ามาก่อน และช่วงพักเบรกทีมชาติที่ผ่านมา ก็มีนักเตะเพียง 3 คนที่ต้องลาทีมกลับไปรับใช้ชาติ นั่นคือ รามอน อาซีเอซ จากไนจีเรีย และ ดาร์วิน มาคิส กับ ยานเกล เอร์เรร่า สองนักเตะเวเนซุเอลา

ตอนที่เลื่อนชั้นได้สำเร็จ เจียงเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงแฟนๆ ในเดือนมิถุนายน ข้อความตอนหนึ่งบอกว่า กรานาด้าเป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกที่เข้าไปลงทุน จึงมีความหมายกับตนอย่างยิ่ง ฤดูกาลแรกอาจจะจบลงไม่ดีเพราะตนยังขาดความรู้ แต่ก็ไม่คิดจะยอมแพ้ และต้องขอบคุณบทเรียนที่ได้รับ นี่จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

จอห์น เจียง กระโดดตัวลอยหลังทีมได้เลื่อนชั้นกลับสู่ลาลีก้า (Photo by TF-Images/Getty Images)

ด้วยชื่อชั้นศักดิ์ศรีที่ยังเป็นรอง ในทีมยังไม่มีนักเตะที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์ แถมมาร์ติเนซยังเป็นโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในลาลีก้า ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ บรรดาบ่อนพนันและเกจิลูกหนังจึงคาดว่า กรานาด้าคงไม่พ้นต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอีกครั้ง

กรานาด้าทำให้ทุกคนต้องแปลกใจ พวกเขาเริ่มต้นด้วยการบุกเสมอบียาร์รีล 4-4 จากนั้นก็สร้างผลงานเด่นๆ ได้หลายครั้งผ่านการเล่นที่เป็นระบบ มีวินัย และทุ่มเท จนถึงขณะนี้ผ่านไป 10 นัด มีสถิติชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 มี 20 คะแนน

หนึ่งในไฮไลต์ช่วงต้นฤดูกาลของกรานาด้า คือการเก็บชัยในบ้าน 4 นัดติดโดยไม่เสียประตูให้คู่แข่ง ในจำนวนนี้คือการคว้าชัยเหนือแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า 2-0

อย่างไรก็ตาม ขณะที่สื่อสเปนเริ่มตื่นเต้นและนำสถานการณ์ของกรานาด้าไปเปรียบเทียบกับเลสเตอร์เมื่อฤดูกาล 2015-16 นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าพวกเขาคงไม่สามารถลงเอยได้แบบเดียวกับทีมสุนัขจิ้งจอก

ด้วยมาตรฐานของทีมใหญ่และคุณภาพนักเตะที่ยังไงก็เหนือกว่ามาก เป็นเรื่องยากที่ทุกทีมจะพลาดพลั้งขึ้นมาพร้อมๆ กัน เป้าหมายที่ยังพอมีลุ้นกว่า คือการคว้าโควต้าไปเล่นถ้วยยุโรป

แม้จะยังไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกันก็ตาม!

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เปิดหลักฐานจากเอกสารฝรั่งเศส ‘ชม กับ แก้ว’ เด็กชายผู้เคียงข้างปาเลอกัวซ์
บทความถัดไปตร.แจ้ง 3 ข้อหาเพิ่มหลังพ่อรับสารภาพพาลูกทำเมีย