‘โชเซ่ มูรินโญ่’ คนที่ ‘ใช่’ ของไก่เดือยทอง?

ภาพจากทวิตเตอร์ @SpursOfficial

ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สโมสร ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อผู้บริหารทีมตัดสินใจปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ออกจากตำแหน่งกุนซือ แล้วแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำหน้าที่แทน

เป็นการตัดสินใจที่ทำเอาหลายคนช็อกไปไม่น้อย เพราะถึงจะเริ่มมองเห็นชะตากรรมของ “พอช” อยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะลงเอยอย่างนี้ เพราะแฟนบอลกับกูรูส่วนหนึ่งมองว่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์เป็นคนเข้าไปพลิกโฉมไก่เดือยทอง จากทีมอันดับ 6-7 ของตาราง เป็นทีมลุ้นแชมป์ที่สามารถติดท็อปโฟร์ได้สม่ำเสมอ แถมฤดูกาลที่แล้วยังไปไกลสุดในประวัติศาสตร์การเล่นบอลถ้วยยุโรปด้วยการเข้าชิงถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกต่างหาก

แต่ผลงานฤดูกาลนี้ของสเปอร์สก็แย่อย่างน่าใจหายจริงๆ ทั้งที่คู่แข่งกลุ่ม “บิ๊ก 6” ทีมอื่นที่ไม่ใช่ ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผลงานก็ลุ่มๆ ดอนๆ พอกัน แต่กลายเป็นว่าสเปอร์สผลงานแย่ที่สุดในกลุ่มนี้ ผ่านไป 12 นัด อยู่อันดับ 14 ของตาราง

และต่อให้โปเช็ตติโน่ทำทีมดีขนาดไหน ก็ต้องไม่ลืมว่า สเปอร์สคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปถ้วยลีกคัพเมื่อฤดูกาล 2007-08 นู่นเลย!

ส่วนการตั้งมูรินโญ่มาคุมทีมแทนอย่างปัจจุบันทันด่วนนั้น ไม่ถือว่าเกินความคาดหมายเช่นกัน เนื่องจากด้วยชื่อ ชั้น ผลงาน รวมถึงประสบการณ์การคุมทีมในพรีเมียร์ลีกทั้งกับ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสมีพร้อมทุกอย่าง

แต่เขาจะเป็นคนที่ “ใช่” สำหรับสเปอร์สในเวลานี้หรือไม่? นั่นคือคำถามที่หลายคนสงสัยไม่น้อย พร้อมๆ กับคำถามแยกย่อยอื่นๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

ภาพจากทวิตเตอร์ @SpursOfficial

เขาจะทำงานกับประธานสโมสรได้ไหม?

ดาเนียล เลวี่ ประธานสโมสรสเปอร์สเคยพยายามจะดึงมูรินโญ่ไปคุมทีมตั้งแต่ปี 2007 แต่ไม่สำเร็จ จนมาบรรลุเป้าหมายในคราวนี้

อย่างไรก็ตาม ตัวเลวี่กับนโยบายการบริหารทีมนี่เองที่อาจกลายเป็นปัญหาเมื่อได้มาร่วมงานกับมูรินโญ่จริงๆ

ก่อนหน้านี้ สเปอร์สไม่ได้ซื้อนักเตะร่วมทีมถึง 2 ช่วงตลาดซื้อขายติดต่อกัน จนโปเช็ตติโน่ถึงกับปรารภว่า น่าจะเปลี่ยนชื่อตำแหน่งของเขาจาก “ผู้จัดการทีม” เป็น “เฮดโค้ช” เสียเลย เพราะแทบไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ในเรื่องการเสริมทัพ

ขณะเดียวกัน สเปอร์สก็ชอบที่จะใช้งานเด็กปั้นจากระดับอคาเดมี ซึ่งถ้าจะหวังให้มูรินโญ่เดินตามนโยบายนี้ตลอดรอดฝั่ง อาจเป็นการทำงานที่อึดอัดไม่น้อย

ตัวอย่างจากการทำทีมเชลซีหรือแมนฯยูที่ผ่านมา มูรินโญ่อาจจะให้โอกาสเด็กปั้นอยู่บ้าง แต่ก็เน้นการทุ่มงบซื้อนักเตะฝีเท้าดีเข้าทีมอยู่ไม่น้อย ตัวอย่างที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เช่นการซื้อ ปอล ป๊อกบา 89 ล้านปอนด์ (3,471 ล้านบาท), โรเมลู ลูกากู 75 ล้านปอนด์ (2,925 ล้านบาท) และ เฟร็ด 52 ล้านปอนด์ (2,028 ล้านบาท)

ขณะที่สเปอร์สในยุคของโปเช็ตติโน่ ตั้งแต่เขาเข้าไปคุมทีมเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2014 ใช้เงินรวมตลอด 5 ปี ที่ 394 ล้านปอนด์ (15,366 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าทีมมีงบประมาณช้อปปิ้งที่จำกัดกว่าสังกัดอื่นในพรีเมียร์ลีกของมูรินโญ่มาก

แต่ถ้าพิจารณาว่า มูรินโญ่คือคนที่เลวี่อยากได้ตัวตั้งแต่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว บางทีการสมหวังครั้งนี้อาจทำให้เขายอมควักกระเป๋าผ่าตัดทีมเพื่ออนาคตก็เป็นได้?

มูรินโญ่และโปเช็ตติโน่ (AP Photo/Kirsty Wigglesworth, File)

มูรินโญ่จะชนะใจแฟนสเปอร์สหรือไม่?

ช่วงที่เขาคุมทีมเชลซีกับแมนฯยูนั้น ด้วยบุคลิกส่วนตัว และการให้สัมภาษณ์แบบไม่สนใจใครของเขาทำให้กุนซือชาวโปรตุกีสไม่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลทีมอื่นนัก

โปเช็ตติโน่เองถึงฤดูกาลนี้ผลงานไม่ค่อยดี แต่ก็ยังได้รับความรักและเคารพจากแฟนบอลไก่เดือยทองโดยภาพรวม เพราะส่วนหนึ่งก็มองว่าผลงานที่ย่ำแย่เป็นเพราะนักเตะเล่นกันแบบไม่มีใจเท่าที่ควร

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโค้ชอย่างปุบปับ แถมยังเอาคนที่เป็นที่นิยมออกไป เอาคนที่หลายคนไม่ชอบหน้าเข้ามา ย่อมทำให้เกิดแรงต้านจากแฟนบอลไม่น้อย

คาแร็กเตอร์มูรินโญ่ที่โผงผางหรือดูยะโสโอหัง แผนการเล่นที่เน้นตั้งรับ หรือเน้นผลการแข่งขันจนน่าเบื่อ ประกอบกับผลงานช่วงฤดูกาลหลังกับปีศาจแดง ทำให้หลายคนมองว่าเขาเป็นกุนซือตกรุ่น ไอเดียการทำทีมเริ่มตีบตัน ไม่เข้ายุคสมัย

ยิ่งไม่ใช่คนที่มีบุคลิกจะดึงให้แฟนๆ ชื่นชอบได้ง่ายอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ ยิ่งทำให้มูรินโญ่โดนตั้งแง่ตั้งแต่เริ่ม

เทียบกับโค้ชอีกหลายๆ คน เขาอาจมีเวลาไม่มากนักในการพิสูจน์ตัวเอง

ถึงจะมีแชมป์ในอดีตมากมายเป็นเครื่องการันตีฝีมือ แต่ถ้ามูทำให้สเปอร์สที่มีสไตล์การเล่นเกมบุกรุกเร็วในยุคของโปเช็ตติโน่ กลายเป็นทีมที่เล่นอย่างระมัดระวัง ตั้งรับแน่นๆ รอจังหวะสวนกลับ ยิงได้นัดละไม่เกินลูกสองลูก ก็อาจทำให้แฟนๆ ไก่เดือยทองไม่แฮปปี้นัก

และไม่รู้ว่าจะอดทนได้ถึงเมื่อไร?

ภาพจากทวิตเตอร์ @SpursOfficial

นักเตะสเปอร์สจะยอมรับมูรินโญ่ขนาดไหน?

สมัยคุมเชลซียุคแรก มูรินโญ่เป็นที่รักของนักเตะ และสนิทสนมกับหลายคนเป็นการส่วนตัว

แต่ประวัติการคุมทีมของมูหลังจากนั้นดูจะเปลี่ยนเป็นคนละเรื่องทีเดียว

ตอนพ้นเก้าอี้โค้ช รีล มาดริด, เชลซีรอบสอง และแมนฯยู ล้วนลงเอยแบบไม่น่าจดจำ และมักมีข่าวว่าเขามีปัญหากับนักเตะขาใหญ่ในทีมหลายราย จนกลายเป็นการ “เล่นไล่โค้ช” ในช่วงปลายๆ การคุมแต่ละทีม

สำหรับโปเช็ตติโน่ ตอนคุมสเปอร์ส ถึงนักเตะบางคนอาจจะไม่เข้าระบบ ไม่เข้าแผนของเขา แต่เขาก็ยังมีบุคลิกที่ประนีประนอม ให้กำลังใจลูกทีม ขณะที่มูรินโญ่ ถ้าใครทำผลงานไม่ได้ตามมาตรฐานที่เขาตั้งไว้ ก็อาจจะตัดขาดกันได้แบบไม่ไว้หน้า

การมาของมูรินโญ่ทำให้หลายคนมองถึงอนาคตของนักเตะหลายๆ คนในทีม เช่น แฮร์รี่ เคน ซึ่งเริ่มมีข่าวลือว่าอาจจะย้าย หรือ คริสเตียน อีริกเซ่น ที่กำลังจะหมดสัญญา

ใครจะอยู่ใครจะไปนั้น อาจขึ้นอยู่กับว่าต่างฝ่ายต่างจะทำงานได้เข้าขากันขนาดไหนด้วย

Getty Images

สำหรับการกลับมาสู่วงการลูกหนังในครั้งนี้ มูรินโญ่ย่อมโดนจับจ้องจากทั้งสื่อและแฟนๆ ว่าจะมีบทสรุปอย่างไร

ถ้าวัดกันแค่ประวัติที่ผ่านมา มูรินโญ่เคยทำทีมเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว 3 สมัย เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดใน 4 ประเทศ ได้ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้ง และตอนคุมแมนฯยูต่อให้ดูล้มเหลวยังไง ก็พาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพกับยูโรป้าลีกในฤดูกาลแรกมาแล้ว

ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ สเปอร์สอาจจะตอบรับความคาดหวังหรือความต้องการของมูรินโญ่ไม่ได้เท่ากับหลายๆ ทีมที่เขาคุมมาก่อนหน้านี้

แถมในวัย 56 ปี และสไตล์การทำทีมช่วงหลัง หลายคนมองว่าการทำทีมของมู “เชย” ไปสำหรับวงการลูกหนังยุคใหม่

แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คือโค้ชที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลยุโรป และเป็นคนที่น้ำตารื้นตอนบอกว่าคิดถึงงานโค้ชหลังจากห่างหายไปเกือบปี

ข้อหลังแสดงว่าเขายังไม่หมดไฟ และน่าจะอยากพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นอีกสักครั้ง

ซึ่งโอกาสนั้นก็มาถึงมือแล้ว…

บทความก่อนหน้านี้‘ลาลีก้า’ จัดเชฟมิชลินสตาร์ ทำเมนูพิเศษเพื่อแฟนบอลลีกสเปนลิ้มชิมรส
บทความถัดไปรถตู้โดยสารจันทบุรี-จตุจักร ชนท้ายรถบรรทุก 18 ล้อ คนขับดับ ผู้โดยสารเจ็บ 6