สกู๊ปพิเศษ : ‘โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล’ กับ2สิ่งที่เปลี่ยนไปในปี2019

หลังจากมีฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ในปี 2018 ด้วยการเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ LPGA ที่กวาดรางวัลใหญ่ทุกรางวัลในช่วงสิ้นปี “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล จบการแข่งขันฤดูกาลนี้ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่อดีตโปรกอล์ฟมือ 1 ของโลก ไม่มีแชมป์ใดๆ ติดมือตลอดทั้งฤดูกาล อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่โปรเมไม่ผ่านการตัดตัวอีกด้วย

เว็บไซต์ของ LPGA Tour ระบุว่า ถ้าเป็นนักกอล์ฟคนอื่น การติดอันดับท็อป 10 ได้ถึง 10 รายการ และไม่ผ่านการตัดตัวเพียงครั้งเดียวตลอดปี อย่างไรเสียก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่เพราะเป็นโปรเมที่สร้างผลงานยิ่งใหญ่ไว้เมื่อปีที่แล้ว จึงไม่อาจเลี่ยงการเปรียบเทียบได้

กระนั้น สำหรับโปรสาวไทยวัย 24 ปีแล้ว ฤดูกาล 2019 ถือเป็นอีก 1 ปีสำคัญที่เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองใน 2 ประเด็นหลักๆ

ช่วงปลายปีในรายการส่งท้ายฤดูกาลอย่าง CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับวันเกิดอายุครบ 24 ปีของโปรเมพอดี นักกอล์ฟสาวมือ 1 ของไทยเล่าว่า ในงานเลี้ยงคงไม่สามารถทานเค้กได้เต็มที่ อย่างมากคงแค่ 1-2 คำเท่านั้น เพราะต้องการคุมปริมาณของหวานที่ทานในแต่ละวัน

โปรเมบอกว่า คุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล ไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้ก็จริง แต่ญาติผู้ใหญ่หลายคนมีประวัติการป่วยด้วยโรคเบาหวาน และผลการตรวจเลือดประจำปีของโปรเมก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก จึงโดนคุณแม่ดุ และต้องพยายามควบคุมการบริโภคของหวาน ไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนเกินไป

 

เมื่อลดการบริโภคของหวาน น้ำหนักตัวจึงลดลง และส่งผลกับการหวดลูกไปด้วย โดยเฉพาะการควบคุมความแม่นยำ แต่เมื่อแจกแจงรายละเอียดในแง่สถิติ ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีผลใดๆ เพราะปีนี้โปรเมปิดฤดูกาลด้วยการทำสถิติสูงสุดในทัวร์ทั้งการทำเบอร์ดี้ อีเกิ้ล และจำนวนรอบที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำกว่าพาร์

แถมยังหวุดหวิดจะคว้าโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรางวัลการเล่นหลุมยาก หรือ Aon Risk Reward Challenge ที่เพิ่งริเริ่มเป็นฤดูกาลแรก และโปรเมจบอันดับ 2 เป็นรองการ์ลอต้า ซิกันด้า โปรชาวสเปน เพียงฉิวเฉียดเท่านั้น

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงในปี 2019 ซึ่งโปรเมบอกว่าเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับตัวเอง คือการเรียนรู้ที่จะอดทน

“เมได้เรียนรู้ว่า บางครั้งเราก็ทำดีที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างที่ต้องการเสมอไป สิ่งสำคัญคือต้องอดทน ปีนี้เมเจอบททดสอบแบบนั้นหลายครั้ง เมเลยมองว่าปีนี้เป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากอีกปีหนึ่งค่ะ”

LPGA Tour ยกตัวอย่างเรื่องมุมมองและวิธีคิดอีกอย่างที่น่าสนใจของอดีตโปรสาวมือ 1 โลก ซึ่งสะท้อนผ่านการแข่งขัน CME Group Tour Championship รายการสุดท้ายของปี

หลังจากประเดิมรอบแรกด้วยการหวดเกิน 4 โอเวอร์พาร์ 76 และทำอีก 2 โบกี้ในช่วง 9 หลุมแรกของรอบสอง ช่วง 45 หลุมหลังจากนั้น โปรเมทำได้ถึง 18 เบอร์ดี้ 1 อีเกิ้ล และเสียเพียง 4 โบกี้เท่านั้น

โปรเมบอกว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เหมือนกดสวิตช์นั้นเกิดจากมุมมองที่เปลี่ยนไป ช่วง 9 หลุมหลังของรอบสอง คิดแค่ว่าไม่อยากสนใจอะไรแล้ว ไม่อยากยอมแพ้ ขอแค่เล่นให้ดีที่สุด เพราะนี่เป็นรายการสุดท้าย เดี๋ยวก็จบฤดูกาลแล้ว อยากให้มีความทรงจำดีๆ อย่ากลัวหรือกังวลกับผลลัพธ์เวลาหวดลูก ต่อให้ต้องจบอันดับสุดท้าย ก็อย่าเล่นด้วยความกลัว

เป็นอีกบทเรียนสำคัญเรื่องวิธีคิดระหว่างการแข่งขัน และน่าจะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับสู้ศึกใหม่ฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สนธิรัตน์’ โว ‘พปชร.’ จ่อเข้าวินเขต 7 ขอนแก่น โยน กกต.สอบข้อร้องเรียน
บทความถัดไปสดร.เผย ’22 ธ.ค.’ เป็นวันเหมายัน กลางคืนยาวที่สุดในรอบปี